วันจันทร์ที่  5 ธันวาคม 2559 เวลา 19:36 น.
  • 12:23 น. Listen

    “มีชัย” แจงสาระสำคัญร่างรธน.  

     
    “มีชัย” แจงสาระสำคัญของร่างรธน. ย้ำเพื่อประโยชน์ปชช.เป็นหลัก ยืนยันไม่ปรับหลักการเรื่องเลือกตั้งส.ส.-ส.ว.เลือกไขว้เพราะจะได้ตัวแทนปชช.ทุกกลุ่ม แต่ปรับให้มีส.ว.สรรหา 250คนทำงาน 5 ปีในบทเฉพาะกาล ตามคำขอ คสช. เพื่อสานงานปฏิรูป เชื่อ สปท.- สนช. ถูกสรรหาไปเป็นแน่ พร้อมขอโทษ “สปท.” ที่ไม่ปรึกษาหลังหั่นวาระดำรงตำแหน่งเหลือ 120วัน – ฝากหัวหน้าส่วนราชการ อ่านบทเฉพาะกาลให้ดี เพราะต้องทำงานให้เป็นไปตามกรอบ หากไม่ทำจะมีบทลงโทษ
     
    เมื่อเวลา 10.05 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำโดย นายมีชัย ฤชุพันะธุ์ ประธาน กรธ. ได้ชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญให้กับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อให้นำเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญรวมถึงสาระสำคัญชี้แจงกับประชาชนทั่วไป ทั้งนี้มีสมาชิก สนช. , สปท. และหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก
      
    โดยนายมีชัยได้นำการชี้แจงตามประเด็นที่ได้เตรียมมาในสมาร์ทโฟนส่วนตัว ซึ่งใช้เวลา 35 นาที มีสาระสำคัญ ว่า การชี้แจงต่อสนช., สปท. หัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ นั้นจะเป็นเนื้อหาที่ปรับปรุงเพิ่มเติมจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น ที่ส่งให้ภาคส่วนต่างๆ แสดงความเห็นและข้อเสนอแนะ โดยยืนยันว่าการปรับแก้ไขได้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งการปรับแก้ไข จำนวน 88 มาตรา นั้นส่วนใหญ่มาจากความเห็นของประชาชน ขณะที่ความเห็นของพรรคการเมืองได้นำมาพิจารณาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง
      
    นายมีชัย ชี้แจงด้วยว่า ประเด็นทางการเมืองทางกรธ. ไม่ได้เปลี่ยนแปลง และยังใช้หลักการได้มาซึ่งส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว, ที่มาของส.ว. ยังมาจากการเลือกกันเองของประชาชนกลุ่มต่างๆ ตามที่จะมีรายละเอียดกำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเหตุผลสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอของภาคส่วนต่างๆ เพราะกรธ.เห็นว่าการเลือกตั้งนั้นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และมีข้อมูลที่ชัดเจน รวมถึงมีน้ำหนักของการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งที่ไม่แตกต่างกัน ขณะที่การเลือกส.ว. ต้องการให้มาจากประชาชนโดยตรง และไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ในส่วนของบทเฉพาะกาลว่าด้วยที่มาของ ส.ว.นั้น ได้ปรับเพิ่มเติมตามคำร้องขอของคณะรัฐมนตรี (ครม.), คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสปท. รวมถึงสนช. ให้มาจากการสรรหาจำนวน 250 คน มีวาระ 5 ปี ซึ่งตนเชื่อว่าการสรรหาดังกล่าวคงมีสมาชิก สนช. และสปท. เข้าไปร่วมเป็นด้วย อย่างไรก็ตามในจำนวน 250 คนนั้น กรธ.ได้ขอไว้ 50 คนเพื่อใช้วิธีการเลือกกันเองจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เป็นจุดสังเกตว่าการเลือกกันเองนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ส.ว.สรรหา ที่มีวาระ 5 ปีนั้นจะไม่มีอำนาจก้าวล่วงการจัดตั้งรัฐบาลหรือเลือกนายกฯ มีเพียงอำนาจพิเศษต่อกรณีการดูแลกฎหมายปฏิรูปเท่านั้น
     
    “ผมขอโทษที่ไม่ได้บอก และยอมรับในความผิดพลาดที่ไมได้เรียนให้สปท. รับทราบก่อนที่จะปรับแก้ไขเรื่องวาระดำรงตำแหน่งหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่บังคับใช้ จากเดิมที่เขียนให้มีวาระ 1 ปี แต่ได้ปรับให้เหลือเพียง 120 วัน ทั้งนี้ยืนยันว่าเป็นเจตนาดี ที่มองว่าการปฏิรูปที่ได้ทำมากว่า 2 ปี ควรเปลี่ยนโหมดจากการให้ข้อเสนอแนะเป็นการลงมือทำ ด้วยการออกกฎหมายและการเขียนกฎหมายนั้นจะสร้างองคาพยพที่เหมาะสมกับการลงมือปฏิรูป” นายมีชัย กล่าว
     
    ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญคือกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพือป้องกันคนไม่สุจริตเข้าสู่วงการเมือง และเมื่อทำไม่สุจริตต้องพ้นไป โดยกลับสู่การดำรงตำแหน่งอีกไม่ได้ ทั้งนี้ยังมีกลไกให้รัฐส่งเสริมภาคประชาชนต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตร่วมกับรัฐได้ ขณะที่องค์กรอิสระ ได้ปรับเปลี่ยนเรื่องวาระดำรงตำแหน่งให้เหลือเท่ากันทุกองค์กร คือ 7 ปี ทั้งนี้ยอมรับว่ามีผู้ติดใจในประเด็นลดวาระดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่มีวาระ 9 ปี เหลือ 7 ปีนั้น เพราะมองว่าการคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มาจากผู้พิพากษา ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งผู้พิพากษาไปจนครบอายุ 70 ปี และไม่มีแรงจูงใจที่จะให้ปรับเปลี่ยน กรธ. จึงมองว่าคนวัย 75 ปีสมองยังใช้งานได้ จึงขยายให้มีอายุถึง 75 ปี แต่ตอนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีอายุไม่เกิน 68 ปี เพื่อให้มีทางเลือกหลากหลาย ส่วนข้อทักท้วงว่าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป ทางกรธ. จึงได้ปรับประเด็นการชี้ขาดปัญหาที่ไม่มีบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ได้เขียนให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เรียกประชุมคณะกรรมการร่วม ประกอบด้วย ประธานศาลฏีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานองค์กรอิสระ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านและนายกฯ เพื่อวินิจฉัยร่วมกันว่าจะเดินหน้าอย่างไร จึงถือว่าเป็นการลดภาระของศาลรัฐธรรมนูญไปได้
     
    ประธานกรธ. กล่าวถึงสาระในหมวดปฏิรูปประเทศ ด้วยว่า ได้กำหนดเนื้อหาเป็น 7 ด้านและมีเขียนไว้เป็นด้านอื่นๆ เพื่อให้เพิ่มเติมในรายละเอียดได้ ทั้งนี้กรธ.คาดหวังว่าการปฏิรูปจะทำให้เสร็จ หรือใกล้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ในหมวดของการปฏิรูปมีบทเร่งรัดการออกกฎหมายที่ทำได้ยาก ต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด คือ 240 วัน ได้แก่ กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม, กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ทั้งนี้มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าส่วนราชการที่ต้องร่วมดำเนินการปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา แต่หากทำไม่เสร็จหัวหน้าส่วนราชการต้องร่วมรับผิดชอบ ดังนั้นตนขอให้หัวหน้าส่วนราชการกลับไปอ่านเนื้อหาในบทเฉพาะกาลให้ดี เพราะมีรายละเอียดที่เป็นบทลงโทษด้วย หากไม่ทำเรื่องการปฏิรูปให้มีผลชัดเจน เช่น การปฏิรูปตำรวจ มีบทให้ออกหลักเกณฑ์และกฎหมายเพื่อปฏิรูปตำรวจ เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประชาชนและตำรวจ และหากไม่เร่งดำเนินการจะกำหนดให้การแต่งตั้งเป็นไปตามระบบอาวุโส , ส่วนการปฏิรูปการศึกษา ได้เปลี่ยนแปลง คือ จากที่กำหนดให้จัดการศึกษาให้กับเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียน และไม่พูดถึงจำนวนปีเอาไว้ ทำให้คนเข้าใจว่า ตัดสิทธิการเรียนฟรี 12 ปี เหลือ 9 ปี ทั้งที่เนื้อหามีเจตนาให้รัฐต้องจัดการให้คนทุกคน เข้าสถานศึกษา หรือสถานอบรมดูแลก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับ รวมแล้วจะเป็นเวลากว่า 12 ปี
      
    “เหตุผลที่ต้องเน้นการศึกษาก่อนวัยเรียนเพราะผลการศึกษาทั้งโลก พบว่าการพัฒนาจิตใจและสมองต้องเริ่มตั้งแต่ 2 ขวบเป็นต้นไป หากพ้น 5 ขวบ การพัฒนาไม่ค่อยได้ผล ดังนั้น ความแตกต่าง เหลื่อมล้ำของคนจน กับคนมีเงิน เริ่มต้นตรงนี้ เพราะเมื่อเด็กมาจากครอบครัวที่ยากจน ย่อมยากที่จะได้รับการฝึกอบรม ไปเข้าโรงเรยนภาคบังคับ ก็พ้นเวลาพัฒนาสมอง ความเสียเปรียบมีตลอดชีวิต แม้จะบังคับให้เรียนจบม.ปลายจะสู้คนที่อบรมแต่เล็กๆ ไม่ได้ รัฐธรรมนูญจึงกำหนดว่า การจัดการศึกษาต้องจัดก่อนวัยเรียนเพื่อให้มีโอกาสเรียนอย่างเดียวกัน ด้วยมาตรฐานใกล้เคียงกัน ไม่เสียเงิน ส่วนตอนท้ายหากรัฐบาลร่ำรวย ให้เรียนฟรี ก็ไม่มีใครว่า ผมคิดว่า การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาสังคมให้อยู่เย็นเป็ฯสุขและเรียบร้อยหากไม่พัฒนาการศึกษาตั้งแต่ต้น เราจะสู้ใครไม่ได้ในอนาคต” นายมีชัย กล่าว

    วันที่โพสข่าว : 30 มีค. 2559 เวลา 12:23 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.