วันอังคารที่  31 พฤษภาคม 2559 เวลา 12:47 น.
  • 12:36 น. Listen

    เชียงใหม่หมอกควันลด จับคนเผาได้แล้ว 12 คดี

     
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณฝุ่นมลพิษ จากหมอกควันไฟป่า ที่ลอยตัวปกคลุมอยู่เหนือน่านฟ้าหลายจังหวัดในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่ตรวจวัดได้ มีค่าลดลงจาก 2-3 วันที่ผ่านมาทุกจังหวัด แม้ว่าเมื่อมองด้วยตาเปล่าจะยังเห็นหมอกควันปกคลุม แต่พบว่าหลายพื้นที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐาน โดยข้อมูลจากการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศไม่เกิน 10 ไมครอน หรือ PM10 แบบเฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากเครื่องตรวจวัดจากกรมควบคุมมลพิษที่ติดตั้งในจังหวัดต่างๆ พบว่า สถานีตรวจวัด อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร,สถานีตรวจวัด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ,สถานีตรวจวัด อ.เมือง จ.น่าน วัดได้ 106 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย วัดได้ 106 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
    ส่วนการตรวจวัดเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สถานีตรวจวัด ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัด ด้วยระบบ DustDETEC แบบเรียลไทม์จากศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Climate Change Data Center) หรือ CCDC พบว่า เมื่อเวลา 06.00น. เช้าวันนี้ (29 มีนาคม ) ค่าPM10 วัดได้ 137 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก่อนจะค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง
    นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วง2-3 วันที่ผ่านมา ที่สถานการณ์หมอกควันพิษจากไฟป่าในภาคเหนือ มีค่าสูงมาก ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการเผาป่าในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก โดยอ้างอิงได้จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ที่พบจุดฮอตสปอต จำนวนมากในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชายแดนไทย บริเวณฝั่งซ้ายของประเทศไทยเป็นแนวยาว
    โดยลมตะวันตกได้พัดพาเอากลุ่มหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยจำนวนมาก โดยไม่มีทางป้องกันหลีกเลี่ยง ทำให้มีหมอกควันพิษปกคลุมจำนวนมาก ตรวจวัดค่ามลพิษได้ในระดับสูง โดยเฉพาะในจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงราย และเชียงใหม่ ขณะที่เชื่อว่าปัจจุบันการเผาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลดลงแล้ว ทำให้สถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือเริ่มคลี่คลายแล้วเช่นกัน และมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีการเผาเพิ่ม ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังในช่วงต้นเดือนเมษายน ระหว่างวันที่ 1-7 ที่อาจจะมีการกลับมาเผา และก่อมลพิษอีกครั้ง
    ขณะที่ในจังหวัดเชียงใหม่เอง จากการบูรณาการป้องกันและสร้างความเข้าใจร่วมกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถิติ การเกิดจุดฮอตสปอตในปีนี้ ลดลงจากปีที่ผ่านมากว่า ร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่าปีนี้สภาพป่าจะแห้งแล้งกว่าปีที่ผ่านมาก็ตาม โดยปัจจุบันสามารถจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ที่เผาป่าในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว จำนวน 12 คดี แบ่งเป็นเผาป่าชุมชน 9 คดี และเผาป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติจำนวน 3 คดี
    “ส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าในเชียงใหม่ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการสำรวจสถิติข้อมูลย้อนหลัง ทั้งจุดฮอตสปอต และช่วงเวลาการเผา ในปีที่ผ่านๆมา กระทั่งพบว่า การเผามีช่วงเวลาการเผาแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังได้ในวงจำกัด ซึ่งพื้นที่เสี่ยงที่อาจจะมีการเผาในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนเมษายน คือพื้นที่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งผมจะได้ลงพื้นที่ไปสำรวจด้วยตนเอง ในวันที่ 31 มีนาคมนี้”นายมงคล กล่าว
     

    วันที่โพสข่าว : 29 มีค. 2559 เวลา 12:36 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.