วันอาทิตย์ที่  29 พฤษภาคม 2559 เวลา 08:54 น.
  • 15:26 น. Listen

    ปชป.ยื่นหนังสือถึงนายกฯให้ทบทวนโครงการรถไฟความเร็วสูง  

     
     
                        



    ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึก เรื่องแผนการลงทุนรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยข้อความระบุว่า ตามที่รัฐบาลมีความประสงค์ที่จะพัฒนาการขนส่งทางรถไฟให้เจริญก้าวหน้า โดยมีแผนที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ขนาดรางกว้าง 1.435 เมตร บนเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมาดังที่ท่านได้ประกาศให้ทราบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และล่าสุดได้มีตัวแทนพรรคฯ ไปร่วมรับฟังการเสนอความคิดเห็นในโครงการนี้ ที่จัดโดยกระทรวงคมนาคมที่จังหวัดสระบุรี
                        
                    
    จดหมายดังกล่าวระบุอีกว่า  กระผมขอเรียนว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบราง รวมถึงการลงทุนในรูปแบบที่เหมาะสมในโครงการรถไฟความเร็วสูง และในสมัยที่กระผมเป็น นายกรัฐมนตรี รัฐบาลของกระผมในสมัยนั้นมีเจตนาที่จะให้โครงการนี้  เป็นโครงการระดับภูมิภาคในรูปแบบร่วมทุนกับจีน โดยที่จะใช้พื้นที่วางรางเป็นทุน และจะมีการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน ไทย-จีนเป็นผู้ก่อสร้างเส้นทางรถไฟ รวมไปถึงการเป็นผู้บริหารรถไฟบนเส้นทางนี้ต่อไป 
                          
                    
    จดหมายยังระบุว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ ได้มีการเปลี่ยนความเร็วของรถไฟจากความเร็วสูงเป็นรถไฟระดับความเร็วปานกลาง วิ่งบนเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย และได้เพิ่มเส้นทางแก่งคอย-มาบตาพุดขึ้นมา ทั้งนี้กระผมเข้าใจว่าแนวทางการเจรจากับรัฐบาลจีนในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยต้องเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุนส่วนใหญ่ โดยได้มีการเจรจาที่จะกู้ยืมเงินจากจีนเป็นมูลค่ากว่า 500,000 ล้านบาท ล่าสุดปรากฏเป็นข่าวว่า รัฐบาลของ ฯพณฯจะเดินหน้าลงทุนด้วยตนเอง โดยปรับให้รถไฟกลับไปเป็นรถไฟความเร็วสูง และมีการลดเส้นทางในระยะแรกลงเหลือเพียงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งส่งผลให้งบประมาณที่คาดว่าจะต้องใช้ในระยะนี้ลดลงเหลือ 170,000 ล้านบาท 
                         
                    
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นผ่านจดหมายว่า 1. เส้นทางรถไฟความเร็วสูงแต่เดิมกำหนดไว้ว่าต้องไปถึงหนองคาย เพื่อจะเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงที่จีนมีแผนจะสร้างจากคุนหมิง ผ่านลาวเพื่อมาต่อกับเส้นทางของเรา กระทรวงคมนาคมมีสมมติฐานว่าในระยะแรกจะมีผู้โดยสารบนเส้นทางนี้ 7.5 ล้านเที่ยวต่อปี ซึ่งในระยะยาวจะเพิ่มเป็น 20 ล้านเที่ยวต่อปี ดังนั้นการที่รถไฟในแผนใหม่ของรัฐบาลจะไปถึงเพียงนครราชสีมาและไม่เชื่อมกับรถไฟจีน จะมีผลกระทบในทางลบกับสมมติฐานนี้อย่างมาก และจะส่งผลให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงินลดลงอย่างมากเช่นเดียวกัน ตลอดจนทำให้มิติความร่วมมือในภูมิภาคนี้ขาดหายไปอย่างชัดเจน นอกจากนี้โครงการนี้อาจจะซ้ำซ้อนกับโครงการรถไฟทางคู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะพัฒนาในระบบราง 1เมตรในเส้นทางเดียวกันซึ่งในระยะทางที่ลดลงเหลือเพียง 250 กิโลเมตรอาจทำให้ความได้เปรียบทางเวลาลดลง
                           
                    
    2.กระผมขอย้ำว่าโครงการนี้มีความเสี่ยงทางการเงิน มากเกินกว่าที่ฝ่ายไทยจะแบกรับภาระไว้ได้ในฐานะผู้ลงทุนแต่เพียงผู้เดียว แม้เราสมมติว่าจีนยังจะคงให้กู้จะด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 2 และรัฐบาลไทยต้องกู้ยืมเงินลงทุนประมาณ 170,000 ล้านบาท นั่นหมายความว่า รัฐบาลไทยจะมีภาระดอกเบี้ยสูงประมาณ 3,400 ล้านบาทต่อปี  ถ้าเรามีสมมติฐานเพิ่มเติมว่าค่าโดยสารจะกำหนดไว้ที่ เที่ยวละ 500 บาท (มากกว่า 3 บาท / กม.) หมายความว่าจะต้องมีผู้โดยสารถึง 7 ล้านเที่ยวต่อปี เพียงเพื่อมีรายได้เพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ย ซึ่งเป็นจำนวนผู้โดยสาร ในสมมติฐานเดิมของกระทรวงคมนาคม  ในกรณีที่รถไฟวิ่งผ่านขอนแก่น อุดรธานี ไปถึงหนองคาย และเชื่อมรับผู้โดยสารจากลาวและจีน บวกกับผู้โดยสารบนเส้นทางแก่งคอย-ระยองที่ได้มีการยกเลิกไปด้วย ดังนั้นกระผมจึงมองว่าโครงการนี้จะคุ้มค่าทั้งทางเศรษฐกิจและการเงินได้ในกรณีที่เราให้จีนร่วมลงทุนด้วยเท่านั้น และหากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการตามนี้ จะมีความเสี่ยงสูงมากที่โครงการนี้จะเป็นภาระต่อผู้เสียภาษีที่จะต้องชดเชยการขาดทุนในอนาคตต่อไป
                         
                   
    3.กระผมขอเสนอเพิ่มเติมว่าการลงทุน การบริหารและการดูแลกิจการรถไฟความเร็วสูงนี้ ควรดำเนินการโดยบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งใหม่ เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมีภารกิจมากอยู่แล้ว ในการดำเนินการลงทุนสร้างทางคู่ในระบบรถไฟปัจจุบัน และยังมีความจำเป็นในการปฏิรูปการบริหารการรถไฟเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรด้วย  4.การลงทุนในโครงการนี้และโครงการขนาดใหญ่โครงการอื่นๆ ควรต้องผ่านการพิจารณาของผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป และผลต่อสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบตามขั้นตอนกฎหมายปกติ  มิเช่นนั้นโครงการจะหมดความยอมรับและอาจไม่บรรลุผลตามความตั้งใจที่ดีของรัฐบาล
                 
                    
    5.กระผมมั่นใจว่า การเจรจากับรัฐบาลจีนจะบรรลุล่วงได้ต่อเมื่อ ฯพณฯ เป็นผู้เจรจาในหลักการสำคัญโดยตรงกับผู้นำรัฐบาลจีนเท่านั้น เนื่องจากความล่าช้าที่ผ่านมา เกิดจากปัญหาความสับสนและความไม่สามารถตัดสินใจของหน่วยงานจากทั้งสองฝ่าย เพราะขาดความมั่นใจ และการให้ความสำคัญต่อข้อพิจารณาในภาพรวม ตลอดจนความสำคัญของโครงการนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ  6.การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจะเน้นการขนส่งผู้โดยสารเป็นหลัก มิใช่เพื่อการขนส่งสินค้าดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ  รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อย่างเร่งด่วน ด้วยการดำเนินการเร่งรัดโครงการต่างๆเพื่อรองรับการขนส่งสินค้า อาทิโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็ว  อย่างไรก็ตามกระผมใคร่ขอฝากข้อสังเกตทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของท่านในการพิจารณาแนวทางการเดินหน้าในโครงการสำคัญนี้ และในการพัฒนากิจการรถไฟของประเทศไทย กระผมพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง  ความรู้และความสามารถเพื่อทำให้รถไฟเส้นทางสำคัญนี้  ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนคนไทยทุกคนตามความมุ่งหวังที่ตรงกันของเรา 
             

    วันที่โพสข่าว : 28 มีค. 2559 เวลา 15:26 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.