วันพฤหัสบดีที่  30 มิถุนายน 2559 เวลา 06:32 น.
  • 16:52 น. Listen

    “ป.ป.ช.”เผยให้เวลาสตช.1สัปดาห์ ส่งเอกสาร“ราชภักดิ์”

      
     
     
    นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบกรณีแสวงหาข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง. ยังไม่ได้ส่งเอกสารข้อมูลต่างๆมาให้กับทางป.ป.ช. ซึ่งคงต้องให้เวลาเขาดำเนินการจัดการเอกสารให้เรียบร้อยก่อน โดยมีการรับปากกันแล้วว่าจะส่งให้ ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้ายังไม่ส่งมาให้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ตนจะไปทวงด้วยตัวเอง
     
    ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากการตรวจสอบเซียนอุ๊ ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว จะตรวจสอบอดีตทหารตามที่มีรายชื่อถูกกล่าวหาร้องเรียนมาที่ป.ป.ช.หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า หากมีการตั้งเรื่องขึ้นมาสอบผู้ถูกกล่าวหาตามที่ถูกร้องเรียน ก็ต้องพิจารณาให้หมดทุกรายชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นบุคคล ที่กำลังหลบหนีอยู่ก็ต้องดูด้วยว่าเขาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร แต่ในเมื่อตามหาตัวไม่เจอหรือสาบสูญ ก็ต้องดูกันอีกครั้งว่าจะติดตามมาให้ถ้อยคำได้อย่างไร ซึ่งคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการจะได้ข้อเท็จจริงจากปากคำเมื่อทำไม่ได้ก็ต้องใช้ข้อเท็จจริงจากเอกสาร หรือพยานหลักฐานที่พาดพิงถึง แต่เท่าที่ฟังสตง.แถลงนั้น เหมือนกับทหารไม่เกี่ยวข้องแต่เราก็ต้องดูสำนวนที่เขาจะส่งมาอีกครั้งหนึ่ง
     
    นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีประเด็นตรวจสอบซ้ำกันอยู่แล้วกับที่สตง.ดำเนินการสอบไป คือ เรื่องการจ้างโรงหล่อ 5 แห่ง และเรื่องต้นไม้ ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องเซียนอุ๊เป็น นายกฯอบต.นั้น ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดแล้วว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งถ้าพบว่ามีตำแหน่งจริงก็ต้องตรวจสอบเรื่องการรับเงินรับทอง ว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 103 หรือไม่ อีกทั้งต้องดูด้วยว่าเขามีธุรกิจหรือไม่ หรือว่ารับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะแล้วไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาก็ถือว่าผิดมาตรา 103 ที่ไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาก็จะมีโทษทางอาญาด้วย
     
    นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า และจะมีประเด็นต่างๆที่ป.ป.ช.จะต้องดูเพิ่มขึ้นเพื่อความรอบคอบ และเรื่องที่มีการร้องทั่วๆไปที่ร้องว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องละเว้นหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ก็ต้องดูก่อนว่าเขารับรู้หรือไม่ แต่ถ้ารู้แล้วมีการสั่งสอบสวนก็ถือว่าไม่ละเว้น ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
      
    นายยงยุทธ ยังกล่าวว่า สำหรับข้อมูลที่อยากได้จากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นั้น เป็นประเด็นที่นายเรืองไกลพูดถึง สเปคที่ไม่สมบูรณ์ขององค์พระรูป และหากได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ากรรมการตรวจรับนั้นเป็นของมูลนิธิ หรือ เป็น กรรมการภาครัฐ มีหลายเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นหากใครมีข้อมูลก็ขอให้ส่งเข้ามาเพราะป.ป.ช. เป็นหน่วยงานสุดท้ายที่ต้องทำคดีอาญา เพื่อที่จะกำหนดประเด็นในการตั้งอนุกรรมการไต่สวน 
      
    “ ทางพลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ไม่ได้กำชับหรือมอบนโยบายเป็นพิเศษต่อกรณีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติประธานป.ป.ช.ทุกคนก็ไม่เคย ยุ่งเกี่ยวกับการทำคดี ไม่เคยมาลงในรายละเอียด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ปล่อยให้เป็นเครดิตของคณะทำงาน และของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนั้นๆ เพียงแต่ถ้าเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่สำคัญๆก็เร่งรัด มาเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้เข้าใจดีว่าเป็นที่สนใจของสังคมทางเราก็ได้เร่งรัดอยู่แล้ว นายยงยุทธ กล่าว"
      

    วันที่โพสข่าว : 27 มีค. 2559 เวลา 16:52 น.