วันเสาร์ที่  27 สิงหาคม 2559 เวลา 13:22 น.
  • 17:33 น. Listen

    กรธ.เปิดช่องเลือกนายกฯคนนอกง่ายขึ้น-ให้สว.6คนมาจากกองทัพ

    เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2559 นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แถลงความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเป็นวันที่ 2 ว่า กรธ.ได้พิจารณาในส่วนบทเฉพาะกาล จากหลักการที่ประชุมกรธ.ได้รับจากข้อเสนอคสช. โดยประเด็นที่มาส.ว.สรรหา ในบทเฉพาะกาล กรธ.ได้กำหนดให้มีส.ว.จำนวน 250 คน โดย 200 คนแรก มาจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน 9 คนที่คสช.แต่งตั้งเพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมจำนวนไม่เกิน 400 คน เสนอชื่อให้คสช.เลือกเหลือ 194 คน โดยอีก 6 คนให้มาจากตำแหน่งที่ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ ผบ.ทร ผบ.ทอ.และผบ.ตร. ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโดยตำแหน่ง ซึ่งจากเดิมที่กรธ.ไม่ได้กำหนดว่า เป็นข้าราชประจำในตำแหน่งใด และจะมีรายชื่อสำรองไว้อีก 50 คน โดยใช้คุณสมบัติส.ว.ตามบทหลัก และยกเว้นให้ 194 คน ที่ได้รับการสรรหา ยกเว้นเรื่องการเป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน ซึ่งบทหลักได้กำหนดให้ต้องเว้นวรรค 5 ปีก่อน

    นายอุดม กล่าวอีกว่า เรื่องของข้าราชการประจำหากเราตั้ง 6 ตำแหน่งไว้กว้างๆ ก็อาจมีเสียงวิจารณ์จากข้าราชการประจำอื่นๆว่าทำไมไปเลือกตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ จึงคิดว่าคสช.น่าจะสบายใจเพราะไม่ต้องไปตอบคำถามข้าราชการส่วนอื่นๆ และคสช.เองคงมีเหตุผลที่เสนอมาแบบนี้ ให้คนที่ดูแลความมั่นคงมาอยู่วงในจะได้เข้าใจการทำงานในรัฐสภาด้วย และข้าราชการส่วนอื่นๆที่ผ่านมา หากอยากเป็นส.ว.ก็ต้องไปลาออกจากตำแหน่งก่อนหรือหากคณะกรรมการสรรหาเลือกเข้ามาถ้าเขาอยากเป็นส.ว.ก็ไปลาออกจากราชการ ซึ่งคสช.ต้องคิดแล้วว่า การเลือกใครเข้ามาแล้วจะสามารถทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านได้ อย่างน้อยวุฒิสภาก็สามารถถ่วงดุลอำนาจ หากเกิดความขัดแย้งกันในสภาผู้แทนฯหรือทำอะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมๆอีก กรธ.ไม่เคยคิดในประเด็นที่จะสืบทอดอำนาจ อย่าไปกลัวว่ากรธ.จะเขียนอะไรเพื่อให้คสช.สืบทอดอำนาจ งานหลักของส.ว.คือการดันการปฏิรูปและยับยั้งการเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก

    นายอุดม กล่าวต่อว่า ส่วน ส.ว. อีก 50 คน ให้มาจากการเลือกไขว้ โดยให้ กกต. เป็นคนรับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยให้สรรหามาจำนวน 200 คน และให้ คสช. เลือกเหลือ 50 คน พร้อมด้วยสำรองอีก 50 คน ส่วนหน้าที่ของส.ว. กรธ.เห็นว่าให้ติดตามการปฏิรูปประเทศด้วยนอกจากแผนการปฏิรูปประเทศซึ่งในกฎหมายกำหนดระยะเวลาและขั้นตอนไว้แล้ว กรธ.ได้กำหนดบทบาทการเร่งรัดรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศ โดยให้รัฐบาลชุดใหม่รายงานผลการปฏิรูปทุก 3 เดือนให้วุฒิสภาทราบ เพื่อให้การปฏิรูปเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดและประสบผลสำเร็จ ส่วนบทลงโทษหากทำไม่ได้กรธ.ไม่ได้กำหนดไว้ ส่วนการร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศแม้จะกำหนดว่าเป็นขั้นตอนตามปกติ แต่หากมีปัญหาว่ามีการยับยั้งในเรื่องกฎหมายจากรัฐบาล กรธ.ได้กำหนดให้การพิจารณากฎหมายปฏิรูปโดย 2 สภาร่วมกันหากขั้นตอนปกติเกิดปัญหา ส่วนหากสงสัยว่ากฎหมายนั้นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหรือไม่ ก็ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาที่ประกอบด้วย ประธานวุฒิสภา รองประธานสภาผู้แทนฯ ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานกมธ.ของสภาผู้แทนฯให้เลือกกันเองแต่ยังไม่กำหนดจำนวนและประธานกมธ.วุฒิสภาทุกคณะ
     
    ทั้งนี้หากมีปัญหากฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมหรือเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายการปราบปรามการทุจริต การตรวจเงินแผ่นดิน การเพิ่มเติมโทษในตำแหน่งหน้าที่ หรือแก้ไขให้การกระทำบางอย่างไม่ต้องรับผิด หากมีการยับยั้งตามกระบวนการของรัฐสภา ให้กฎหมายนี้มีการพิจารณาร่วมกันของทั้ง 2 สภาโดยหลักการนี้จะบังคับใช้ในช่วง 5 ปีเท่านั้น
     
    นายอุดม กล่าวต่อว่า ประเด็นที่มานายกฯที่คสช.เสนอมาว่าเห็นควรไม่ต้องบังคับให้เปิดรายชื่อนายกฯ 3 ชื่อนั้น กรธ.เห็นว่าช่วง 5 ปีแรกอาจจะหาทางแก้หากเกิดปัญหาได้ จึงกำหนดในบทเฉพาะกาล ว่าหากสภาผู้แทนฯไม่สามารถเลือกนายกฯตามเกณฑ์ปกติได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ จึงกำหนดว่า หากมีส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯเสนอเรื่องต่อประธานสภาฯเพื่อเรียกประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาขอเว้นการเสนอชื่อนายกฯนอกเหนือจากรายชื่อ 3 ชื่อที่พรรคการเมืองเสนอได้ หากได้เสียง 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาหรือ 450 คนเห็นชอบ ก็ให้สภาผู้แทนฯไปเลือกนายกฯโดยคนในหรือนอกบัญชีก็ได้ จากเดิมที่กรธ.กำหนดให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาหรือ 500 คน
     
    เมื่อถามว่าการที่กรธ.ปรับสัดส่วนเสียงจาก 2 ใน 3 ของรัฐสภา เป็น 3 ใน 5 จะเป็นการเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกง่ายขึ้นหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า จะว่าง่ายก็ง่าย แต่ก็ขึ้นอยู่กับเสียงที่ประชุมร่วม เราเห็นช่องว่าง ที่พรรคแต่ละพรรคเสนอคนเข้ามาเป็นนายกฯช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก มีเสียงสะท้อน จากพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคใหญ่ ยังไม่ค่อยเต็มใจที่จะทำตาม แต่เราก็ไม่ได้บังคับทุกพรรคที่ต้องเสนอชื่อนายกฯอยู่แล้ว เราคิดว่าไม่เห็นภาพชัดเจนและอาจเกิดปัญหาไม่สามารถเลือกนายกฯได้ จึงปรับสัดส่วนให้ลดลง
     
    เมื่อถามว่าสาเหตุใดที่ให้อำนาจคสช.เป็นผู้คัดเลือกส.ว.สรรหาทั้งหมด นายอุดม กล่าวว่า ต้องการให้เป็นปลาน้ำเดียวกัน ไม่ใช่ปลา 2 น้ำเพราะอาจจะเกิดปัญหาในการทำงานได้ เมื่อถามว่าในส่วนส.ว. 50 คน ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหลักการเดิมกรธ.จะให้เลือกโดยมีตัวแทนจังหวัดละ 3 คน เท่ากับ 231 คน แต่ทำไมถึงลดเหลือ 200 คน เท่ากับว่าสัดส่วนในแต่ละจังหวัดจะไม่เท่ากันหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า เจตนาเราไม่ได้ต้องการให้มีส.ว.ทุกจังหวัด แต่เป็นตัวแทนของสาขาอาชีพ และสุดท้ายเหลือ 50 คน ไม่ครบทุกจังหวัดอยู่แล้ว

    วันที่โพสข่าว : 24 มีค. 2559 เวลา 17:33 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.