วันเสาร์ที่  2 กรกฎาคม 2559 เวลา 14:24 น.
  • 16:44 น. Listen

    "บิ๊กต๊อก"แจงผลสอบราชภักดิ์ ระบุเซียนอุ๊รับหัวคิวไม่ผิด

    เมื่อเวลา13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า หากใครมีข้อสงสัยประการใดก็ขอให้บอกมา แต่จากการแถลงข่าวที่ผ่านมานั้นก็ไม่เห็นว่ามีข้อสงสัยใดๆ และไม่มีการแย้งในหลักการของการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อกังวลหรือความคิดเห็น ซึ่งการสงสัยนั้นจะต้องมีหลักฐานที่สามารถทำให้เชื่อถือได้ ทั้งนี้เมื่อศอตช.สรุปผลการตรวจสอบแล้วก็จะส่งข้อมูลไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ตรวจสอบตามขั้นตอน และตนในฐานะผอ.ศอตช.จะไม่มีการเข้าไปสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น
     

    เมื่อถามว่า พอใจกับผลการตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าในฐานะผอ.ศอตช.เป็นเพียงผู้บูรณาการหลายหน่วยงานให้ทำหน้าที่ด้วยกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบนั้นต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว อีกทั้งองค์กรในการตรวจสอบมีความเป็นอิสระ ดังนั้นจึงต้องมองว่าการตรวจสอบนั้นถูกต้องตามหลักการและเหตุผลหรือไม่ ซึ่งถ้าตรวจสอบไม่ถูกต้ององค์กรเหล่านี้จะลดความน่าเชื่อถือไป ทั้งนี้ทุกภาคส่วนต้องยึดหลักกฎหมาย ซึ่งจะใช้ความคิดเห็นหรือดุลพินิจอย่างเดียวไม่ได้เพราะปัญหาจะไม่จบสิ้น
     

    พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนข้อเคลือบแคลงใจต่างๆนั้นเราก็รับฟัง เพราะทุกคนสามารถคิดได้แต่หน่วยงานที่ตรวจสอบต้องสร้างความศรัทธาให้ตัวเอง ส่วนประเด็นที่บอกนายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือเซียนอุ๊ เป็นข้าราชการนั้น ตนได้รับทราบเช่นกัน แต่ถ้ามองว่าเรื่องนี้เป็นความผิดที่สำเร็จแล้วจนทำให้เซียนอุ๊นำเงินมาคืน แต่ในเรื่องของหัวคิวนั้นไม่ใช่ความผิดทางกฎหมาย ซึ่งคนอาจจะมองว่าสามารถให้เงินกันได้ด้วยหรือไม่ แต่ต้องเรียนว่าเป็นการให้เงินกันระหว่างเอกชนกับเอกชน ซึ่งหมายถึงโรงหล่อ และเป็นสิทธิที่จะให้เงินกับใครก็ได้ โดยเป็นการให้เงินกันตามสิทธิของเขาเอง
     

    “วันหนึ่งราชการได้จ้างโรงหล่อแล้วเอาเงินให้โรงหล่อไปก็จบ เราได้พิจารณาว่า เงินที่ให้โรงหล่อไปนั้นผิดอย่างไรบ้าง แต่ตรวจสอบแล้วไม่มี และหลังจากนั้นเมื่อโรงหล่อได้รับเงินแล้วจะเอาเงินไปให้ใครบ้างก็เป็นสิทธิของเขา เมื่อเขาเอาไปให้แล้วก็เกิดประเด็นขึ้นมาจนเขาต้องเอาไปคืน แต่ประเด็นที่เอาเงินไปให้เซียนอุ๊นั้นไม่ถือว่าผิดกฎหมายของทางราชการ แต่เป็นเงินสิทธิส่วนตัวของบริษัทเอกชน แต่เรื่องที่บริษัทนั้นรับเงินถูกต้อง หรือเสียภาษีถูกต้องหรือไม่นั้นก็ต้องมาว่ากันอีกครั้งหนึ่ง เช่นเซียนอุ๊เป็นข้าราชการรับเงิน 3,000 บาท จะผิดหลักการของ อบต. อบจ. หรือไม่ก็ต้องตรวจสอบ ถ้าเป็นอาชีพเขาเองก็มีสิทธินะ แต่เรื่องนี้หลุดจากการสอบสวนของเราไปแล้ว หากใครมีข้อสงสัยประการใด หรือร้องเรียนมาในลักษณะที่ไม่เชื่อในกระบวนการตรวจสอบจะต้องมีหลักฐาน แต่เท่าที่ผ่านมาเป็นการร้องเรียนที่ออกมาจากความรู้สึกโดยไม่มีหลักฐานซึ่งถ้ามีผมก็พร้อมที่จะตรวจสอบ” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
     

    เมื่อถามว่าถึงการที่เอกชนเอาเงินให้เซียนอุ๊ เสมือนเป็นการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า การให้หัวคิวบางครั้งไม่ได้ผิดกฎหมายเสมอไป แต่เหมือนการอำนวยความสะดวกให้กัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับราชการ การตรวจนั้นต้องตรวจว่า เอาเงินราชการมา ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้วเป็นอย่างไร ปัญหาที่ตนรับฟังก็คือเรื่องที่เชื่อมโยงกับราคากลาง แต่ราคากลางนั้นไม่ได้มีเพราะเป็นพระพุทธรูปซึ่งไม่มีกำหนดไว้ ทั้งนี้สตง.ก็บอกด้วยเหตุว่า มีการไปนำเหล็กให้จุฬาฯมีการประเมินหลักเกณฑ์ และหลักการในการคิด ดังนั้นจึงต้องนำราคากลางมาเทียบกันซึ่งถ้าทำให้เชื่อได้ว่าราคากลางของเรานั้นสูงเกินไป นั่นจะเป็นประเด็น แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีเพราะราคากลางไม่มีกำหนดไว้ ประเด็นนี้คือจุดเดียวที่จะบอกว่าผิดหรือถูก แต่ตนว่าไม่มีตามที่หน่วยงานได้ตรวจ แต่ถ้ามีขอให้บอกมา ตนยินดี และก็บอกหน่วยงานในการตรวจสอบว่าหากมีประเด็นนี้จะต้องตรวจสอบใหม่ เพื่อทำให้เกิดความสบายใจ เป็นหน้าที่ของสตง. ป.ป.ท. และป.ป.ช. ต้องทำงานให้หนัก ให้มีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเอาจริง
     

    เมื่อถามอีกว่า เหตุใดเซียนอุ๊จึงได้หายตัวไปในช่วงแรกที่มีเรื่องเกิดขึ้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า จะคิดแบบนี้ก็ได้แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าหายไปเนื่องจากอะไร เขาอาจจะไปตั้งหลัก เงี่ยหูฟังก็เป็นได้ เพราะไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง เมื่อถามต่อไปว่าว่าแล้วเหตุใดนายคชาชาติ บุญดี (เสธ.โจ้) อดีตนายทหาร คนสนิทพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม จึงหายตัวไป หากไม่เกี่ยวข้องกับความผิดพล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ทั้งสองคนไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ไม่มีความเชื่อมโยงไม่ได้มีธุรกรรมทางการเงินผ่านแต่เกี่ยวข้องกับอีกประเด็นหนึ่งซึ่งประสมกับโครงการนี้ เรื่องนี้ต้องไปถามกองปราบ “เรื่องนี้ผมไม่หนักใจ ผมเดินเข้ามา ผมก็ทำงาน ถ้าหนักใจก็ให้คนอื่นเขาทำ วันหนึ่งถ้าผมทำไม่ได้นายกฯก็ต้องหาคนอื่นมา ซึ่งคนใหม่ก็ต้องเก่งกว่าผม ถ้าท่านยังไว้ใจผมๆ ก็ต้องทำ ผมทำได้หมด เพื่อความสุขของทุกคน” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

    วันที่โพสข่าว : 24 มีค. 2559 เวลา 16:44 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.