วันศุกร์ที่  9 ธันวาคม 2559 เวลา 08:56 น.
  • 15:06 น. Listen

    ศาลสั่งจำคุก14ด.ปรับ7,500บาทหนุ่มยิงหมาตายหน้าห้าง

    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 24 มี.ค.2559 เวลา 11.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.806/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 โจทก์ ยื่นฟ้อง นายวิชา บุญลือลักษณ์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ฆ่าสัตว์โดยให้ได้รับทุกข์เวทนา ตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490
      
    โดยอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.58 เวลากลางคืน จำเลยมีอาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ไม่มีหมายเลขทะเบียน และกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดอีกหลายนัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยพกอาวุธดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาธารณะ และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนนั้น ยิงสุนัขสีขาวดำ หลายนัด ซึ่งกระสุนปืนถูกบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง เป็นเหตุให้ขาทั้ง 4 ข้างของสุนัขเป็นอัมพาต มีเลือดไหลออกในปอดจำนวนมาก และถึงแก่ความตาย เหตุเกิด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สาขาลาดพร้าว เขตวังทองหลาง ซึ่งจำเลยรับสารภาพ ข้อหากกระทำการทารุณกรรมสัตว์ฯ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ แต่ปฏิเสธต่อสู้คดีข้อหา มีอาวุธไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนฯ
      
    โดยวันนี้ นายวิชา จำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมทนายความ ขณะที่ น.ส.ภณิตา สุนทรัตต์ อายุ 47 ปี ผู้เข้าแจ้งความและดูแลสุนัขที่ถูกยิงตาย ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย
      
    ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้จำเลย จะอ้างว่าได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ก็ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ จำเลยเบิกความกล่าวอ้างเพียงลอยๆ ว่าเป็นอาวุธปืนมีทะเบียน ส่วนที่จำเลยยังอ้างเหตุที่ไม่ได้นำอาวุธปืนส่งพนักงานสอบสวน เพราะเกรงจะถูกขอขมาต่อกลุ่มพิทักษ์สัตว์และทำให้เป็นข่าวดังนั้น ในชั้นสอบสวนพบว่าจำเลยมีบุคคลใกล้ชิด ร่วมเข้าฟังการสอบสวน ด้วยซึ่งขณะนั้นจำเลยสามารถที่จะนำอาวุธปืนของกลางและหลักฐานต่างๆมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่จำเลยไม่ได้ดำเนินการ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนัก กรณีจึงฟังได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย
     
    ส่วนการที่จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงสุนัขให้ได้รับความทรมานนั้น ก็เป็นความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ และการกระทำนั้นยังเป็นความผิดฐานยิงอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้านหรือในที่ชุมชุน

    จึงพิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ.2557 มาตรา 20 และ 31 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม ให้จำคุก 8 เดือนและปรับ 4,000 บาทฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต , ฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ ให้จำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท
      
    ขณะที่จำเลยรับสารภาพความผิดบางข้อหา เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานพาอาวุธปืนฯ ให้จำคุก 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท และฐานกระทำทารุณกรรมสัตว์ฯ จำคุก 3 เดือนและปรับ 2,500 บาท
     
    รวมโทษทุกกระทงความผิด 3 ข้อหาแล้ว ให้จำคุกจำเลย ทั้งสิ้น 14 เดือน (คิดเป็น 1 ปี 2 เดือน) และปรับ 7,500 บาท แต่ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมสั่งคุมความประพฤติจำเลยเป็นเวลา 1 ปีด้วยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์อีกเป็นเวลารวม 12 ชั่งโมง

    ภายหลัง นายวิชา จำเลย กล่าวว่า ยอมรับคำพิพากษาของศาลทุกอย่างและคงไม่อุทธรณ์คดีแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เคยถูกสุนัขตัวดังกล่าว ไล่กัดขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลายครั้ง รวมถึงคนอื่นๆด้วย โดยวันเกิดเหตุก็ถูกสุนัขวิ่งไล่กัดอีก ตนจึงทำไปเพราะความโมโห
     
    “ผมขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมจะปรับปรุงตัวเอง และบำเพ็ญประโยชน์ตามที่ศาลพิพากษา”

    วันที่โพสข่าว : 24 มีค. 2559 เวลา 15:06 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.