วันอังคารที่  27 กันยายน 2559 เวลา 07:22 น.
  • 13:36 น. Listen

    หอการค้าชี้ผลภัยแล้งกระทบเศรษฐกิจ 1.19 แสนล้าน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงข่าวเรื่อง “ผลกระทบภัยแล้งต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทย” เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมาว่าจากการสำรวจข้อมูลทั้งจากภาคธุรกิจ เกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐระหว่างวันที่ 7-16 มี.ค. ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาภัยแล้งในปี 2559 มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงเดือน มิ.ย. ปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนรวมเป็นวงเงิน 119,278 ล้านบาท หรือกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 0.85% แบ่งเป็นผลกระทบต่อภาคการเกษตร 77,861 ล้านบาท และผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม 41,416 ล้านบาท 


    นอกจากนี้ผลกระทบที่ตามมาก็คือ เกษตรกรจะมีต้นทุนในการผลิตจากการจัดหาน้ำมากขึ้น ทำให้รายได้ลดลง และหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบมากขึ้น คาดว่าเกษตรกรจะมีหนี้สินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน หรือมีหนี้สินเฉลี่ย 167,452 บาทต่อครัวเรือน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผลผลิต พบว่าข้าวนาปีเสียหายจากภัยแล้ง 31,406 ล้านบาท, ข้าวนาปรังเสียหาย 43,075 ล้านบาท , มันสำปะหลังเสียหาย 1,215 ล้านบาท , ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เสียหาย 2,163 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 77,861 ล้านบาท


    “ในส่วนของภาคการเกษตรส่วนใหญ่จะกระทบต่อนาข้าวทั้งนาปรังและนาปีในจังหวัดภาคเหนือกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงเกษตรกรสวนผลไม้ในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรม การบริการและท่องเที่ยวจะกระทบต่อวัตถุดิบที่จะป้อนเข้าสู่โรงงาน โดยเฉพาะโรงงานแปรรูป กำลังซื้อจากเกษตรกรที่หายไปและปริมาณน้ำที่นำมาใช้ในภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม” นายธนวรรธน์กล่าว


    สำหรับผลกระทบภัยแล้งต่อภาคธุรกิจ พบว่าธุรกิจขนาดเล็ก จะได้รับผลกระทบเฉลี่ยรายละ 9.4 แสนบาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 39,927 ล้านบาท ธุรกิจขนาดกลางเสียหาย เฉลี่ยรายละ 1.2 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวม 1,446 ล้านบาท และธุรกิจขนาดใหญ่ เสียหายเฉลี่ยรายละ 1.6 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวม 42.1 ล้านบาท หรือมีมูลค่าความเสียหายต่อธุรกิจทางตรงเฉลี่ยรายละ 1.1 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 41,416 ล้านบาท


    อย่างไรก็ตามมองว่าการที่รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีการผลักดันมาตรการใหม่ๆออกมาเพื่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงมีปัญหาภัยแล้ง วงเงินรวมประมาณ 6 หมื่น-1แสนล้านบาท เช่น โครงการบ้านประชารัฐ 7 หมื่นล้านบาท โครงการจ่ายเงินช่วยค่าครองชีพให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท และมาตรการช้อปช่วยชาติผ่านมาตรการลดภาษี วงเงินประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ถือว่ามีความเพียงพอที่จะเยียวยาผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากปัญหาภัยแล้งได้

    วันที่โพสข่าว : 24 มีค. 2559 เวลา 13:36 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.