วันศุกร์ที่  1 กรกฎาคม 2559 เวลา 02:23 น.
  • 19:18 น. Listen

    กรธ.รับข้อเสนอบางส่วนของคสช. ปรับให้สว.สรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่าน5ปี

    เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2559 เวลา 16.00 น. ทีมโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประกอบด้วยนายนรชิต สิงหเสนี, นายอุดม รัฐอมฤต และนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ ได้แถลงข้อสรุปของการประชุมกรธ. ต่อข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยเครือข่ายแม่น้ำ 4 สายส่งให้กรธ. พิจารณาใน 3 ประเด็น คือ 1.ที่มาส.ว.ชุดแรกช่วงเปลี่ยนผ่าน จำนวน 250 คนให้มาจากการสรรหา , 2.ปรับระบบเลือกตั้ง ส.ส. ให้เป็นเขตใหญ่ และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และ 3.ปรับที่มานายกฯ จากเดิมที่ต้องมาตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ
     
    โดยนายนรชิต แถลงว่า กรธ.ขอขอบคุณที่คสช. และแม่น้ำ 4 สายที่ให้เกียรติกับกรธ. เพราะวิธีคำลงท้ายจดหมายเขียนว่าจึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา ซึ่งไม่ใช่แนวปกติของทหารที่เขียนคำลงท้ายว่าเขียนมาเพื่อกรุณาดำเนินการ โดยทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าวกรธ.มีผลสรุป คือ 1.ประเด็นการให้ปรับวิธีการเลือกส.ส. ซึ่งตามจดหมายของคสช. ระบุว่ามีผู้เสนอจำนวนมากว่าควรใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ ทางกรธ.พิจารณาแล้วเห็นว่า คสช. ระบุว่ามีผู้เสนอมา ไม่ใช่เป็นข้อเสนอมาจากเครือข่ายแม่น้ำ 4 สายที่ชัดเจน ดังนั้นกรธ. จะคงการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม และใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ จะไม่เข้ากับหลักการที่กรธ. วางไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ
     
    นายนรชิต กล่าวด้วยว่า 2.กรณีให้เว้นการใช้บทบัญญัติว่าด้วยการเสนอรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้เป็นนายกฯ เพราะกังวลจะเกิดปัญหานั้น กรธ. พิจารณาแล้วมีข้อสรุป คือ เมื่อกระบวนการเลือกนายกฯ ในสภาผู้แทนราษฎรตามครรลองปกติ พบปัญหา เช่น คนที่ถูกเสนอชื่อถอนตัวออกไป หรือไม่อยู่ในสถานะที่ทำหน้าที่ได้ หรือมีการรวมตัวของพรรคต่างๆ โดยไม่สามารถตกลงบุคคลได้ จนไม่สามารถเลือกนายกฯได้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งกรธ. วางช่วงเวลาเบื้องต้น คือ ภายใน 90 วัน จะให้สิทธิ ส.ส.เข้าชื่อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ ขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อขอมติจากที่ประชุมงดเว้นการใช้มาตราว่าด้วยการเลือกนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองเสนอ โดยใช้เสียงเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา สำหรับกระบวนการหากเสียงของรัฐสภาเห็นชอบในการงดเว้นบทบัญญัติแล้ว จะต้องเข้าสู่กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกฯ โดยบทบาทของวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงเมื่อร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในการอนุมัติการยกเว้นใช้มาตราว่าด้วยการเลือกนายกฯในบัญชีของพรรคการเมืองเท่านั้น
     
    “เรายืนยันให้คุณเสนอชื่อคนเป็นนายกฯ เข้ามา ยังต้องการให้เสนอ ประชาชนจะได้รับทราบ จึงไม่ใช่เป็นการเสียเจตนารมณ์ของการปิดกั้นไอ้โม่งเป็นนายกฯ แต่เมื่อเขามองว่าเป็นข้อจำกัด หรือเป็นปัญหา เราก็หาทางออกเป็นวาล์วให้แล้ว หากจำเป็นในช่วงนี้ ก็ขอยกเว้นว่าไม่ต้องมาจากบัญชีรายชื่อนายกฯ ได้ แต่ในที่สุด ส.ส.ต้องเป็นคนชี้ขาด ส.ว.ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ” นายนรชิต
     
    นายนรชิต กล่าวอีกว่าและ 3.ที่มาของส.ว. กรธ. จะเขียนในบทเฉพาะกาลให้ระยะแรกมีส.ว.ที่มาจากการสรรหา 250 คน ตามข้อเสนอ ทั้งนี้ในจำนวนดังกล่าว ขอโควต้าจำนวน 50 คน ให้กับสภาพลเมือง ซึ่งจะมาจากผู้ที่มาจากการเลือกกันเองตามสาขาวิชาชีพ จำนวน 20 กลุ่มตามตัวบทบัญญัติที่กรธ.กำหนดไว้ในมาตราว่าด้วยที่มาส.ว. ทั้งนี้กรธ. พิจารณาแล้วเห็นว่าส.ว.ที่จะมาจากการเลือกกันเองตามกลุ่มวิชาชีพเมื่อมาถึงระดับประเทศแล้วจะมีจำนวนทั้งสิ้น 231 คน ดังนั้นคณะกรรมการสรรหาส.ว.จะต้องพิจารณาเลือกผู้ที่ผ่านการเลือกกันเองดังกล่าวให้เหลือ 50 คนเข้าไปทำหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทดลองการบังคับใช้ในบทบัญญัติว่าด้วยที่มาของส.ว.ว่าจะใช้ได้จริงหรือไม่ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นการพบกันครึ่งทาง ขณะที่อำนาจของส.ว. ยืนยันจะเป็นอำนาจปกติตามที่ร่างรัฐธรรมนูญเสนอ แต่จะมีภารกิจพิเศษคือการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการปฏิรูป ส่วนการพิทักษ์รัฐธรรมนูญนั้นไม่ต้องเขียนเพิ่มเติมเพราะได้บัญญัติไว้ในหมวดว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ข้อเสนอให้ส.ว.มีสิทธิขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น กรธ.ไม่ได้เพิ่มเติมในส่วนดังกล่าวให้ในบทเฉพาะกาล เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร
     
    “เหตุผลที่ขอให้มีสัดส่วนสภาพลเมือง 50 คนนั้น ต้องดูจากที่มาที่ไป เดิมเขาขอสรรหาทั้งหมดโดยให้เหตุผลเรื่องมั่นคงช่วงเปลี่ยนผ่าน เราก็ขอกลับไปแบบประนีประนอม คือ คุณได้ 200 เราได้ 50 ทั้งนี้ข้อสรุปที่ได้จากความเห็นนั้น กรธ.ยังไม่ได้พิจารณาลงมติที่ชัดเจนว่าจะเขียนในบทเฉพาะกาลหรือปรับปรุงตัวบทถาวร ทั้งนี้กรธ.จะตัดสินใจอีกครั้งช่วงการประชุมนอกสถานที่ระหว่างวันที่ 23- 26 มี.ค. นี้” นายนรชิต กล่าว
     
    ทางด้านนายอุดม กล่าวว่า สำหรับการสรรหาส.ว.นั้น ในบทบัญญัติจะเขียนถ้อยคำว่ามาจากการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาที่แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่ใช่เป็นการให้อำนาจกับคสช. ทั้งหมด สำหรับการสรรหาส.ว.นั้น จะกำหนดให้ใช้คุณสมบัติเดียวกับกับคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นส.ว.ตามที่เขียนไว้ในบทบัญญัติถาวร ขณะที่ตำแหน่งของข้าราชการประจำที่ คสช. เขียนเป็นข้อเสนอ ได้แก่ ผู้นำเหล่าทัพ 4 เหล่าทัพ, ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 6 คนนั้น กรธ.จะบัญญัติสัดส่วนที่เป็นถ้อยคำให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ ส่วนส.ว.จำนวน 50 คนที่มาจากการสายวิชาชีพ 20 กลุ่มนั้น จะให้สิทธิกรรมการสรรหา ส.ว. เป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ส.ว.ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นจะมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปีและเมื่อครบกำหนดแล้วต้องพ้นไปทั้งคณะ และเริ่มต้นในกระบวนการได้มาซึ่งส.ว.ตามบทถาวรที่กำหนดไว้

    วันที่โพสข่าว : 22 มีค. 2559 เวลา 19:18 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.