วันพุธที่  25 พฤษภาคม 2559 เวลา 08:23 น.
  • 17:45 น. Listen

    ตำรวจขยายผลคนร้ายแหกด่านตรวจ

     
    เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ตำรวจสภ.ธัญบุรี ควบคุมตัว นายรุ่งโรจน์ เสือปรางค์ ผู้ต้องหาขับรถแหกด่านตรวจของตำรวจ แต่คนร้ายขัดขืนใช้ปืนยิงเปิดทางหนี จึงเกิดการต่อสู่กันขึ้น บริเวณรังสิตนครนายกคลอง 5 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลจ.ธัญบุรี ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน , มียาเสพติด และอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ส่วนน.ส.รัชนก ดอนสิงหะ ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ น.ส.อภิญญา เพลินไพร ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม จึงยังไม่ได้ควบคุมตัวไปฝากขัง
    นายรุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า ที่ตัดสินใจขับรถเก๋งแหกด่านตรวจของตำรวจบริเวณถนนเลียบคลองห้า ม.2 ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เนื่องจากว่าในรถของตนมียาไอซ์จำนวน 3 จี และยาบ้าจำนวนกว่า 10 เม็ด และอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ลูกกระสุนปืน จำนวน 5 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ รวมถึงตนเองมีคดีค้างเก่า เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในพื้นที่จ.นนทบุรี จึงกลัวถูกตำรวจจับกุม จึงได้ขับรถแหกด่านตรวจก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าละแวกใกล้เคียง โดยไม่คิดชีวิต
    “ตอนนั้นผมวิ่งข้ามกำแพงไปในป่า ก่อนจะสลบไปตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกครั้งคือตอนที่พี่ตำรวจเหยียบบนตัวผม ผมรู้ว่าผมผิดเพราะมียา มีปืน และมีคดีเก่า คือพวกเพื่อนๆผมก็บอกว่าถ้าตำรวจเจอตัวจะวิสามัญ ผมก็กลัว แต่ที่ต้องยิงปืนใส่ตำรวจ เพื่อเป็นการเปิดทางไม่ได้จะยิงให้ถึงกับชีวิต เพราะชีวิตใครๆก็รัก”นายรุ่งโรจน์ กล่าว
    นอกจากนี้ผู้ต้องหาขับรถแหกด่านตรวจของตำรวจรายนี้ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปกับแฟนและแม่แฟน เพื่อไปเยี่ยมญาติที่ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษชายคลอง 5 ก่อนจะถูกตำรวจเรียกตรวจค้นจนเกิดเหตุขึ้น ซึ่งหลังจากเยี่ยมเสร็จก็ตั้งใจจะไปส่งแม่แฟนที่บ้านพักในจ.นนทบุรี แต่ถูกจับได้ก่อน พร้อมยอมรับด้วยว่า ขณะนี้ตนเสพยาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ขายอย่างแต่ก่อน เพราะกลัวถูกตำรวจจับกุม
    “ก่อนหน้านั้นผมเคยมีคดีค้างเก่า เกี่ยวกับยาเสพติด ตอนนั้นเป็นผู้ค้ายาเสพติด ก็ค้ายาอยู่ในพื้นที่จ.นนทบุรี ไม่เคยค้าที่จ.ปทุมธานี และไม่มีเครือข่าย ทำให้ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆบ้านญาติและรับจ้างสักไปเรื่อยเปื่อย” ผู้ต้องหา ระบุ
    ขณะที่ญาติของนายรุ่งโรจน์ เดินทางมาเยี่ยมที่สภ.ธัญบุรี แต่ไม่ได้เข้าเยี่ยม เพราะไม่ใช่เวลาของการเยี่ยมญาติ แต่ยอมรับว่า เคยรับรู้ว่านายรุ่งโรจน์ยุ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ไม่ได้เข้าไปห้ามปรามเพราะไม่ได้สนิทสนมกันมากเท่าไหร่ แต่ยอมรับว่านายรุ่งโรจน์ เป็นคนดี เป็นที่รักของคนในพื้นที่บ้านพักจ.นนทบุรี และตอนนั้นที่รู้ว่านายรุ่งโรจน์ถูกดำเนินคดี ก็ไม่เคยพบเจอตัวอีกเลยมาเป็นเวลานานนับปี
    ด้านพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจภูธรธัญบุรีที่สกัดจับคนร้ายที่ขับรถเก๋งแหกด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ บริเวณเลียบคลอง 5 จ.ปทุมธานี เมื่อวานนี้ว่า ตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ได้ทำทุกอย่างทำตามขั้นตอนยุทธวิธีอย่างถูกต้อง หากเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการสกัดจับตำรวจอาจมีโอกาสได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจ ว่าการตั้งด่านตรวจแต่ละครั้ง ก็เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเหตุ อาชญากรรม และความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์
    นอกจากนี้ผบช.ภ.1 ยังระบุถึงมาตรการในการป้องกันการเกิดเหตุฝ่าด่านตรวจของตำรวจ หลังเกิดเหตุนายรุ่งโรจน์ ผู้ต้องหาขับรถฝ่าด่านตรวจพร้อมยิงใส่ตำรวจว่า ได้สั่งการและกำชับไปยังทุกกองบังคับการของตำรวจภูธรภาค 1 ให้จัดฝึกอบรมการป้องกันตัวเองระหว่างปฎิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี เนื่องจากสองพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ชุมชนเป็นส่วนใหญ่ โดยพบว่าในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมามี รถจักรยานยนต์และรถยนต์ ฝ่าด่านตรวจมาแล้ว 2-3 ครั้ง
    “ซึ่งจุดนี้เป็นพื้นที่ชุมชน แต่ที่ตำรวจมีการตั้งด่านตรวจ เพราะจุดดังกล่าวอยู่ใกล้สถานบำบัดยาเสพติด จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ค้ายา อาจมีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับผู้ที่เข้ารับการบำบัด ”พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าว
    จากข้อมูลของการจับกุมคดียาเสพติดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. พบว่า ตั้งแต่ มกราคม 2558 - ธันวาคม 2558 ในพื้นที่อ.เมือง อ.ธัญบุรี อ.ลำลูกกา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 4 พื้นที่ สามารถยึดของกลางยาบ้าได้จำนวนกว่า 3 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 2000 กรัม และกัญชาแห้งและกัญชาสดกว่า 5000 กรัม โดยในรอบ 6 เดือน มีการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้กว่า 1000 คน โดย อ.ธัญบุรี คลองหลวง รังสิต และลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นพื้นที่ระบาดยาเสพติดระยะหลังมานี้ถูกใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติดที่มาจาก จ.เชียงใหม่ เชียงราย เลย และหนองคาย เดิมมาจากกลุ่มว้า เเละ กลุ่มมูเซอ ซุกซ่อนมากับรถบรรทุกสินค้าเกษตรมาพักไว้บริเวณตลาดไท เเต่ระยะหลังเป็นคนไทยที่ไปรับยาเสพติดจากพื้นที่ชายเเดน เข้ามาพักไว้ตามบ้านเช่าในละแวกใกล้เคียงตลาดไท มีบางส่วนที่ถูกส่งไปเก็บไว้ในย่านพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อรอเวลาลำเลียงไปยังจังหวัดทางภาคใต้

    วันที่โพสข่าว : 22 มีค. 2559 เวลา 17:45 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.