วันศุกร์ที่  26 สิงหาคม 2559 เวลา 13:42 น.
  • 22:28 น. Listen

    “ราเมศ”เตือนสติ “ป.ป.ช.” ควร ทำคดีทางวินัยเอง  

     
     
     
    นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาระบุว่าจะขอทำเฉพาะคดีอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริต ส่วนเรื่องทางวินัยให้หน้วยงานต้นสังกัดของผู้ที่ถูกชี้มูลอาญาดำเนินการต่อว่า เชื่อว่าเป็นเจตนาที่ดีในการมุ่งดำเนินการในเฉพาะคดีอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริตให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว แต่หลักความเป็นจริงแล้ว ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นหลัก ฉะนั้นมีคดีอีกหลายประเภทที่ยังคงเป็นบทบาทที่สำคัญของ ป.ป.ช. เช่นคดีเกี่ยวกับกรณีการร่ำรวยผิดปกติ ของข้าราชการระดับสูงและนักการเมือง คดีเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งยื่นเท็จและการปกปิด คดีเหล่านี้มีกระบวนการเชื่อมโยงกับการทุจริตทั้งสิ้น รวมทั้งกรณีการดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการ และป.ป.ช. ยังเป็นองค์กรที่เหมาะสมที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นหากมีการให้หน่วยงานต่างๆสอบวินัยตัดสินกันเองก็จะเป็นเพียงแค่การตรวจสอบภายใน อาจมีการวิ่งเต้น มีความผูกพันกับผู้กระทำความผิดที่อยู่ในหน่วยงาน ก็อาจเป็นเหตุให้การวินิจฉัยไม่เป็นไปตามหลักถูกผิดได้ จึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ป.ป.ช. ควรเป็นผู้ดำเนินการ

     
    ด้าน นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการที่พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช.จะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคสช. ใช้ม.44 แก้ไขพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ให้ป.ป.ช.ดำเนินการเฉพาะคดีอาญาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการดำเนินการทางวินัยต้องใช้เวลามากจึงควรให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาไปดำเนินการทางวินัยต่อโดยอ้างว่าเพื่อให้นำคนทุจริตให้ศาลลงโทษอย่างรวดเร็วนั้น
     
    "ผมไม่ทราบว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นมติของคณะกรรมการป.ป.ช. หรือเป็นความคิดส่วนตัวหรือใบสั่งจากผู้ใด เพราะเดิมตามกฎหมายป.ป.ช.มีการชี้มูลความผิดทางอาญานำและตามด้วยมูลความผิดทางวินัยอยู่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายรอบคอบดีแล้ว เพราะถ้าส่งไปให้ต้นสังกัดชี้มูลความผิดทางวินัยจะไม่มีมาตรฐานใดๆรองรับ และโดยวัฒนธรรมของข้าราชการไทยก็จะสอบวินัยแบบไปไหนมาสามวาสองศอกหรือลิงหลอกเจ้าก็เป็นที่เข้าใจในความรักพวกพ้องดังที่ทราบกันอยู่ ถามว่าถ้าเป็นเรื่องเรือเหาะ การทุจริตจัดซื้ออาวุธหรือเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที.200 ถ้าส่งให้ต้นสังกัดสอบวินัยจะได้ผลจริงจังตามกฎหมายหรือ การจะใช้อำนาจตาม ม.44 ลดอำนาจของป.ป.ช.จึงไม่น่าชอบด้วยหลักการและเหตุผล และเป็นเรื่องพิกลๆที่จู่ๆประธานป.ป.ช.ที่เพิ่งไปดำรงตำแหน่งใหม่ แล้วเสนอใช้ม.44 แปลกๆ เช่นนี้ หรือจะเป็นเพราะท่านมาจากอาชีพตำรวจจึงต้องการให้ป.ป.ช.ที่ก่อตั้งมายาวนานให้เหลือเฉพาะอำนาจการดำเนินคดีอาญาเหมือนองค์กรตำรวจที่ท่านเคยสังกัด
     
    และการที่อ้างว่าจะทำให้คดีรวดเร็วขึ้นก็เป็นเพียงข้ออ้างต่อสังคมให้ดูดีเท่านั้น แต่แท้ที่จริงนำเสนอแปลกๆ เช่นนี้ย่อมมีวาระซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังแน่นอน ก็ขอให้สังคมช่วยจับตามอง หากพล.อ.ประยุทธ์ จะใช้อำนาจ ม.44 ให้ริบอำนาจการชี้มูลความผิดทางวินัยของป.ป.ช.ก็จะสวนทางกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ท่านประกาศมาตั้งแต่ต้นว่าจะปราบโกงจริงจัง ชาวบ้านจะมองว่าที่แท้แล้วเป็นเพียงละครปาหี่เท่านั้นทผู้คนก็จะไถ่ถามกันว่าการรัฐประหารและเสียสละของท่านเหตุใดจึงหักมุมจบลงเช่นนี้ ประชาชนนับล้านๆคนรวมถึงผมที่ตั้งความหวังการปฏิรูปและปราบโกงไว้กับท่าน ไม่กินแห้วกันหมดทั้งประเทศหรือ เพราะฉะนั้นพลเอกประยุทธ์ ต้องรู้ทันอย่าเซ็นอะไรง่ายๆ"
     

    วันที่โพสข่าว : 21 มีค. 2559 เวลา 22:28 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.