วันอาทิตย์ที่  29 พฤษภาคม 2559 เวลา 22:20 น.
  • 21:17 น. Listen

    โฆษกก.แรงงานย้ำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พิจารณาร่วมไตรภาคี

    นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจง กรณี น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 360 บาททั่วประเทศไทย และให้ปฏิรูปประกันสังคมให้โปร่งใสนั้น กระทรวงแรงงานขอเรียนว่า การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการพิจารณาร่วมกันทั้งฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง ภาครัฐ ในลักษณะไตรภาคีภายใต้คณะกรรมการค่าจ้าง โดยรับข้อเสนอมาจากอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานซึ่งอนุกรรมการมีองค์ประกอบร่วม 3 ฝ่าย เช่นเดียวกับส่วนกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของทุกจังหวัด 


    “โดยคณะทำงานฯ ที่แต่งตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด 3 ประการ คือ 1.สภาพเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่และภาพรวมของประเทศ 2.ความจำเป็นในการครองชีพของลูกจ้าง และ3.ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง ดังนั้นการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดจึงขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดีคณะกรรมการค่าจ้างกลางได้ให้ความเห็นชอบอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ครั้งล่าสุดอีก 20 สาขาใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยมีอัตราค่าจ้างตามมาตรฐาน ต่ำที่สุดอยู่ที่ 360 บาท/วัน สูงสุดอยู่ที่ 550 บาท/วัน ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร ที่22 มี.ค.2559 นี้”โฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุ


    โฆษกกระทรวงแรงงาน  ชี้แจงอีกว่า ในส่วนของการปฏิรูปประกันสังคม พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเงินกองทุนทั้งของผู้ใช้แรงงาน นายจ้างและรัฐบาล โดยมุ่งเน้นปฏิรูปเพื่อให้กองทุนมีเสถียรภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก้ผู้ประกันตน พัฒนาระบบบริการเพื่อคุณภาพชีวติที่ดีของผู้ประกันตนทุกคน ซึ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนหลายประการ อาทิ ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เป็นต้น สำหรับงบประมาณ 69 ล้านบาท ของสำนักงานประกันสังคมในปี 2558 เพื่อไปดูงานต่างประเทศนั้นได้มีการปรับลดจากปี 57 ประมาณ 47% และในปี 2559 ได้ปรับลดลงอีก 13.73% โดยให้ยกเลิกโครงการเดินทางของคณะกรรมการต่าง ๆ จำนวน 8 คณะ โดยถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 อย่างเคร่งครัด โดยการเดินทางไปจะเป็นการประชุมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ อันจะส่งผลดีต่อการบริหารกองทุนในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนเอง 


    “อีกประการหนึ่ง คือ การจัดสรรงบให้สภาองค์การนายจ้าง-ลูกจ้าง จัดอบรมสัมมนา ภายใต้วงเงิน 50 ล้านบาทนั้น สำนักงานประกันสังคมเห็นว่าสภาองค์การทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แต่ละองค์การมี 14 แห่ง 2 องค์กร 28 แห่ง เพื่อดำเนินการให้ความรู้ได้อย่างทั่วถึงในฐานะผู้แทนของแต่ละฝ่าย ซึ่งสถานประกอบการในระบบมีกว่า 4 แสนแห่ง ผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน และปัจจุบันได้ให้สหภาพแรงงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสภาฯ ทั้ง 28 แห่ง สามารถขอรับการสนับสนุนวิทยากรได้ทั่วประเทศด้วย” โฆษกกระทรวงแรงงาน อธิบาย


    โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า สำหรับการเดินทางไปราชการต่างประเทศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในแต่ละครั้ง ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ อาทิ การเดินทางไปประเทศมอลตา เป็นการประชุม The Sea Web Seafood Summit โดยได้รับมอบหมายจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา การดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งจากการประชุมทุกฝ่ายรับทราบและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลไทย โดยผู้ร่วมประชุมมีการกล่าวในเวที ในวันสุดท้ายของการประชุมว่า “Don’t boycott Thailand” ซึ่งหากไม่ไปชี้แจงสร้างการรับรู้ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้ง 2 กิจการนี้ โดยแต่ละปีสร้างมูลค่าให้แก่ประเทศไทยกว่า 1 แสนล้านบาท อีกประเทศ คือ กาตาร์ ซึ่งเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาการบริหารแรงงานและกิจการสังคมของรัฐกาตาร์ ซึ่งทางกาตาร์ต้องการแรงงานไทยเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี 2022 ในการเยือนครั้งนี้ กาตาร์แจ้งความต้องการแรงงานไทยประเภทกึ่งฝีมือโดยให้อัตราค่าจ้างสูง จำนวนกว่า 29,000 คน โดยที่ผ่านมากระทรวงแรงงานส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศจะต้องได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าประเทศไทย ในปี 2558 สามารถสร้างรายได้ส่งกลับผ่านระบบธนาคาร 82,456 ล้านบาท และช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 59 สร้างรายได้กลับกว่า 14,100 ล้านบาท 


    “และล่าสุดเดินทางไป สปป.ลาว เพื่อร่วมหารือลงนามเอ็มโอยูด้านแรงงานร่วมกัน พร้อมสนับสนุน สปป.ลาว ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนในเดือน พ.ค. 59 นี้ และจะใช้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน จ.เชียงราย เป็นศูนย์ฝึกร่วมกันของอาเซียน พร้อมพิจารณาเสนอจัดตั้งกองทุนแรงงานอาเซียนด้วย ซึ่งการเดินทางไปแต่ละประเทศ นอกจากกระชับความสัมพันธ์แล้วยังเกิดประโยชน์แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานและเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก”โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าว


    นายธีรพล  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีโพลล์ล่าสุดของ ม.กรุงเทพฯซึ่งสำรวจจระหว่าง 1-30 มีค.59 นั้น เป็นโพลล์ของรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดคำถามของโพลล์ และกลุ่มตัวอย่าง 60 คน โดยส่วนมากมาจากสถาบันทางการเงิน แบบสอบถามจะถามเกี่ยวกับ การเงิน การพลังงานและหนี้สาธารณะ โดยมีรัฐมนตรีเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ที่จะสอบถามจำนวน 9 คนเท่านั้น โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานด้วย ซึ่งได้ 4.95 คะแนน โดยมีผู้ไม่ตอบถึง 19.9% ซึ่งน.ส. วิไลวรรณฯ นำมากล่าวว่า สอบตกในการทำงานคงไม่เป็นธรรมนัก เพราะหากดูผลสำรวจจากผลงานทุกกระทรวง 19 กระทรวง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ 5,476 คน ระหว่างวันที่ 25 ก.พ. -5 มี.ค. 59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พบว่ากระทรวงแรงงานอยู่ลำดับที่ 7 มีคะแนน 6.82 คะแนน โดยกระทรวงกลาโหมอยู่อันดับ 1 คะแนน 7.99 


    จากโพลล์นี้คงชัดเจนว่า การทำงานที่ผ่านมาของกระทรวงแรงงานในฐานะกระทรวงด้านความมั่นคงของรัฐบาล และทำงานควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไรดังเช่นปี 58 สร้างงานโดยบรรจุงานให้คนไทยได้ทำงานในประเทศกว่า 446,000 คน สร้างรายได้แก่ครอบครัวกว่า 4,000 ล้านบาท/เดือน และเพียงช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 59 บรรจุงานได้อีกกว่า 67,300 คน สร้างรายได้กว่า 600 ล้านบาท ด้วย ฉะนั้นการวิพากษ์อะไรก็ตามขอให้นำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาเสนออย่าใช้เพียงส่วนเดียวที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่กลุ่มตนเท่านั้น


    “อย่างไรก็ดี ต่อกรณีการยื่นข้อเรียกร้องของ คสรท. ผู้บริหารกระทรวงแรงงานทุกคนให้ความสำคัญ โดยรับเรื่องด้วยตนเองทุกครั้ง หากไม่ติดภารกิจสำคัญจริงๆ ซึ่งครั้งแรกปลัดกระทรวงแรงงานก็มารับเรื่องจากคสรท.ด้วยตนเอง เรื่องการปรับอัตราค่าจ้าง สำหรับครั้งนี้ปลัดกระทรวงแรงงานต้องเดินทางไปในฐานะตัวแทนประเทศไทย ประชุมคณะประศาสน์การ สมัยที่ 236 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และได้มอบหมายให้ นายสุวิทย์ สุมาลา รองปลัดกระทรวงแรงงางน รับข้อเสนอแทน เพื่อพิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”โฆษกระทรวงแรงงาน กล่าว

    วันที่โพสข่าว : 19 มีค. 2559 เวลา 21:17 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.