วันพุธที่  28 กันยายน 2559 เวลา 03:55 น.
  • 14:23 น. Listen

    สนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.แร่  ติงไม่มีตัวแทนด้านสุขภาพ       

          
          
               
                        
    รัฐสภา 17 มี.ค.59-       ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แร่ พ.ศ. ... ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ ซึ่งมีนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าชี้แจง  โดยมีสาระสำคัญคือ เป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยพ.ร.บ.แร่และกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ เนื่องจากพ.ร.บ.พิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.2509 และพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน  ทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสม และเพื่อให้การอนุญาตและการจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่เป็นไปอย่างมีระบบ  โดยกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการแร่ ให้เกิดดุลยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังจะได้กำหนดหลักเกณฑ์ในกาจัดสรรผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนอันเป็นที่ตั้งของพื้นที่ทำเหมืองและพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง และกำหนดให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนแก่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใน ที่ดินอันเป็นที่ตั้งของการทำเหมืองใต้ดิน 
                 
           จากนั้นได้มีการเปิดอภิปรายโดยส่วนใหญ่สมาชิกสนช.เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดัง กล่าว และได้สอบถามถึงการต่อสัมปทานการให้ประทานบัตรหรืออาชญาบัตร รวมทั้งได้มีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องต่าง ๆ โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวว่า ตนสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อดำเนินการกับการทำเหมืองแร่ เพราะที่ผ่านมาก็มีบทเรียนเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเหมืองคลิตี้และเหมืองปิล็อค ที่กาญจนบุรี เหมืองทองคำที่จังหวัดพิจิตร  ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตในมาตรา 9 ที่ห้ามไม่ให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ที่แผนแม่บทบริหารจัดการแร่ กำหนดให้มีการสงวน หวงห้าม หรืออนุรักษ์ไว้ เว้นแต่มีความจำเป็นในทางเศรษฐกิจและไม่สามารถหาพื้นที่อื่นทดแทนได้ โดยต้องได้ความเห็นชอบจากครม. ซึ่งเห็นว่าต้องมีการกำหนดเด็ดขาดไม่จำเป็นต้องไปขอความเห็นชอบจากครม. เพราะเชื่อว่าปัจจุบันสามารถที่จะง้างมติครม.ได้ และเปิดให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ห้ามหรือสงวนไว้ตามมาตรา 9 ของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้
                      
                    ขณะที่นายสนิท อักษรแก้ว สนช. อภิปรายว่า ร่างพ.ร.บ.นี้ให้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือคณะกรรมการแร่ ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติ และคณะกรรมการแร่ระดับจังหวัด ซึ่งเห็นว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการยังไม่ครอบคลุมตัวแทนของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงสาธารณสุข กรมประมง ตัวแทนจากกระทรวงกลาโหม เป็นต้น เนื่องจากบางพื้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง บางพื้นที่ทำเหมืองในทะเล ซึ่งต้องมีตัวแทนบุคคลเหล่านี้ เพราะเขามีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. ที่เห็นว่า คณะกรรมการ 2 ชุดควรมีตัวแทนจากสธ. อาทิ กรมควบคุมโรค สาธารณสุขจังหวัด เนื่องจากการทำเหมืองแร่จะเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ที่ผ่านมาเห็นกับอยู่หลังจากที่เหมืองแร่ปิดแล้ว แต่ประชาชนก็ยังต้องรักษาตัวอีกทั้งทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ในชุมชนก็ยังคงมี สารตกค้างปะปนอยู่
                        
                    ด้านนางอรรชกา ชี้แจงว่า สำหรับการต่อสัญญาให้สัมปทานแก่เหมืองทองคำ ที่จังหวัดพิจิตรนั้น จะต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ก่อนว่าเหมืองทองคำดังกล่าวก่อให้เกิดผลเสียในพื้นที่มากน้อยเพียงใด โดยขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำงานร่วมกันในหลายกระทรวงเพื่อศึกษาผลกระทบ ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย 
                     
                    นางอรรชกา กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยในเรื่องเหมืองทองคำดังกล่าวด้วย และสั่งให้นำผลการศึกษาเข้าครม.เพื่อพิจารณาในการต่อสัญญาสัมปทาน ดังนั้น การต่อสัญญาไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรมเพียงกระทรวงเดียว แต่ขึ้นอยู่ที่ครม.ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะต้องทำแผนแม่บทว่าในการประทานบัตร การทำเหมืองแร่ จะต้องปฏิบัติอย่างไรได้บ้างและยืนยันว่าครม.ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน อย่างไรก็ตามนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช. กล่าวว่า แนวคิดแบบนางอรรชกาถือว่าแย่ เพราะขณะนี้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพและยังเกิดความขัดแย้ง กันอีกด้วย แล้วเหตุใดจึงต้องทำให้ประชาชนเดือดร้อน แร่ธาตุอยู่ใต้ดินได้นาน 20-30 ปี จะขุดใช้ตอนไหนก็ได้ จะเก็บไว้ใช้รุ่นลูกรุ่นหลายก็ได้ ทั้งนี้ตนจะไม่นิ่งดูดายและจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
                         
                     ภายหลังที่สมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นที่ประชุมได้มีมติรับหลักการในวาระหนึ่ง ด้วยคะแนนเห็นชอบ 148 ต่อ 1 งดออกเสียง 2 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 210 คน กำหนดแปรญัตติภายใน  15 วัน

    วันที่โพสข่าว : 17 มีค. 2559 เวลา 14:23 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.