วันเสาร์ที่  25 มิถุนายน 2559 เวลา 05:00 น.
  • 08:30 น. Listen

    สองโจรควงปืน-มีดชิงทรัพย์แท็กซี่ย่านสายไหม   

     
     
    เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2559 ขณะที่พ.ต.ต.สุธรรม ชมพู สวป.สน.สายไหม พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.สายไหม ออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนและมีดจี้ชิงทรัพย์และรถแท็กซี่ เหตุเกิดภายในซอยพหลโยธิน 56 ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยณรงค์ เวียงอินทร์ อายุ 40 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ขณะกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจ พร้อมทั้งให้การด้วยเสียงสั่นเครือว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตนเองได้รับคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มาจากหมู่บ้านฟ้าคราม คลองสอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยคนแรกแต่งกายใส่เสื้อยืดสีเทารูปร่างอ้วน เปิดประตูมานั่งคู่กับตนที่ด้านหน้า ส่วนอีกคนใส่เสื้อสีดำ รูปร่างผอม มีหนวดนั่งอยู่ด้านหลัง โดยบอกว่าจะไปสนามหลวง เมื่อตนเองขับมาถึงถนนพหลโยธิน คนร้ายจึงได้บอกว่าให้เข้าไปภายในซอยพหลโยธิน 56 ก่อน เพื่อจะแวะรับเพื่อนไปด้วย
     

    และเมื่อตนขับมาถึงบริเวณกลางซอยซึ่งเป็นที่เปลี่ยว คนร้ายที่นั่งอยู่ด้านหน้า ได้ชักอาวุธปืนสีดำไม่ทราบขนาดออกมาจากที่เอว ก่อนพูดว่า “ขอตังค์ใช้หน่อย” ส่วนอีกคนก็ใช้มีดจี้ที่คอ ด้วยความกลัวตนจึงหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อประมาณ 2,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 ส่งให้คนร้ายไป แต่เท่านั้นยังไม่พอคนร้ายยังพูดอีกว่า “มีแค่นี้หรอ ส่งมาให้หมด อย่าให้กูค้นนะ” พร้อมกับเอาปืนมาจ่อที่หัว ด้วยความกลัวตนเองจึงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงที่มีอยู่อีกประมาณ 1,000 บาท ให้ไป จากนั้นคนร้ายจึงบังคับให้ตนเองลงจากรถ แล้วขับรถแท็กซี่ สีฟ้า ทะเบียน ทส 2198 กรุงเทพมหานคร ของตนขับหลบหนีไป
     

    “รถคันดังกล่าวตนเองเช่ามากะละ 500 บาท ของบริษัท ไทยเอซ ลิสซิ่ง จำกัด โดยจะขับตั้งแต่เวลา 17.00-05.00 น. ซึ่งตนเองนั้นยังไม่มีครอบครัว ก็มีแต่เพียงพ่อที่แก่ชราแล้วเท่านั้น และพักอยู่ที่บ้านใน จ.ร้อยเอ็ด ที่ผ่านมาหลังจากขับรถแท็กซี่ หาเงินได้ในแต่ละวัน ตนก็จะเก็บหอมรอมริบส่งให้พ่อใช้เดือนละ 2-4 พันบาทมาโดยตลอด มีมากก็ส่งให้มาก มีน้อยก็ส่งให้น้อย และวันนี้เงินที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ ตนก็กำลังจะเตรียมเก็บไว้โอนให้พ่อใช้ แต่ก็ถูกคนร้ายมาเอาไป ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่เคยปฏิเสธรับผู้โดยสารเลยสักครั้ง ใครว่าจ้างให้ไปไหนก็ไป แท็กซี่คันไหนไม่ไปส่ง ตนก็จะไปส่งเอง แต่ก็ดันมาเจอกับเรื่องแบบนี้ได้” นายชัยณรงค์ กล่าวทั้งน้ำตา
     

    เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิทยุสกัดจับคนร้าย ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี แต่ยังไร้วี่แววของคนร้าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียงแล้ว เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    วันที่โพสข่าว : 17 มีค. 2559 เวลา 08:30 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.