วันพฤหัสบดีที่  28 กรกฎาคม 2559 เวลา 05:59 น.
  • 18:09 น. Listen

    แล้งวิกฤตเขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำใช้23วัน

    16มี.ค.2559 พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์น้ำในขณะนี้จะเริ่มแห้งขอดในบางพื้นที่แต่ภาพรวมกรมชลประทานยังยืนยันว่าการบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะยังมีน้ำเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภคจนถึงเดือน ก.ค. นี้ ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นจะบริหารจัดการน้ำตามความเหมาะสมของแต่ละเขื่อนโดยในเขื่อนอุบลรัตน์ ในขณะนี้พบว่ามีปริมาณน้ำเหลือในเขื่อนน้อยมาก เพียง 32 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือประมาณ 1 % ของความจุเขื่อน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคใน จ.ขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงกรมชลประทานตัดสินใจจะสูบน้ำก้นเขื่อน หรือ dead storage ที่มีอยู่ 200 ล้าน ลบ.ม. ขึ้นมาใช้ไปก่อนคาดว่าจะเพียงพอไปจนถึงเดือน ก.ค.
    สำหรับปัญหาน้ำเค็มทะลักบางปะกงนั้น กรมชลประทานมีการบริหารจัดการปัญหานี้ดีอยู่แล้ว โดยมีการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อผลักดันตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตามให้จับตาดูว่าช่วงที่มีการระบายน้ำนั้นปริมาณน้ำในคลองลดระดับลงจริงหรือไม่ อีกทั้งให้กรมชลประทานเตรียมรถขนส่งน้ำเอาไว้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีปัญหาเช่น สวนกล้วยไม้ สวนผลไม้ ในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี เป็นต้น
    โดยในปราจีนบุรี มีการรายงานสภาพความเค็มแม่น้ำปราจีนบุรี ณ อ.บ้านสร้าง มีค่าความเค็มยังไม่เกิน 1.0 กรัม/ลิตร ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์เฝ้าระวัง ไม่ให้สูงกว่านี้ และมีการเฝ้าระวังตลอดเวลา หากมีค่าความเค็มเกิน 1.0 กรัม/ลิตร จะใช้ทำน้ำประปาไม่ได้ ซึ่งได้เตรียมการใช้น้ำดิบจากสระน้ำ/หนองน้ำสาธารณะแทน และเตรียมปฏิบัติการเติมน้ำเพื่อลดค่าความเค็มให้เข้าสู่ระดับปกติ
    ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือสวนกล้วยไม้ ต.หนองนกไข่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร มีการระบายน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วย วันละ 3.90 ล้าน ลบ.ม. โดยกรมชลประทานได้จัดรถน้ำส่งน้ำให้เกษตรกรสวนกล้วยไม้ 47 ราย 700 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. - 14 มี.ค. ที่ผ่านมา รวม 7.89 ล้านลิตร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้จัดรถน้ำส่งน้ำให้เกษตรกรสวนกล้วยไม้ 42 ราย 405 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. - 14 มี.ค. 59 รวม 4.85 ล้านลิตร รวมทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ส่งน้ำช่วยเกษตรกรไปแล้ว 12.74 ล้านลิตร ประมาณ 1,274 เที่ยว (เที่ยวละ 10,000 ลิตร)
    ส่วนนาข้าวในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีการทำนาปรังอยู่ 1.9 ล้านไร่นั้น พบว่าจะได้รับความเสียหายรวม 1 แสนไร่ จากปัญหาน้ำน้อย อย่างไรก็ตามชาวนากลุ่มนี้พร้อมที่จะรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
    นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 58 ถึงปัจจุบัน(15 มี.ค. 59) มีการใช้น้ำไปแล้วรวมทั้งสิ้น 2,244 ล้านลบ.ม. คงเหลือน้ำใช้การได้เฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ไปจนถึงเดือนก.ค. อีกประมาณ 2,694 ล้านลบ.ม. โดยมีการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักมาใช้รวมกันประมาณวันละ 18 ล้านลบ.ม.
    สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเหลือปริมาณน้ำน้อยมาก นั้น ปัจจุบันยังคงระบายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ประมาณวันละ 500,000 ลบ.ม. ไม่มีการส่งน้ำเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร ปริมาณน้ำใช้การได้จะใช้ได้อีกประมาณ 23 วัน จากนั้นจะนำน้ำก้นเขื่อน มาใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น จึงขอให้ทุกภาคส่วนการใช้น้ำ ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด และเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนก.ค.นี้เช่นกัน
     
     

    วันที่โพสข่าว : 16 มีค. 2559 เวลา 18:09 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.