วันอาทิตย์ที่  26 มิถุนายน 2559 เวลา 04:19 น.
  • 16:28 น. Listen

    2 เดือนแรกของปี ป่วยโรคอุจจาระร่วงกว่า 2 แสนเสียชีวิต 2 ราย

    กรมควบคุมโรคเผย 2 เดือนแรกของปี คนไทยป่วยโรคอุจจาระร่วงแล้วกว่า 2 แสนราย เสียชีวิต 2 ราย  5 จังหวัดพบมาก มหาสารคาม สมุทรสงคราม พิจิตร แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต  เตือนหน้าร้อน-ภัยแล้ง เพื่มการรรระวัง แนะรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนและสะอาด
                นพ.อำนวย   กาจีนะ  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค
    ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 มีนาคม 2559 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงทั่วประเทศ 203,531 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 15-24 ปี คิดเป็น 11.24%
    รองลงมา มากกว่า 65 ปี คิดเป็น 11.08 % และ 25-34 ปี คิดเป็น 9.64 % ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด
    5 อันดับแรก คือ มหาสารคาม สมุทรสงคราม พิจิตร แม่ฮ่องสอน และ ภูเก็ต  อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง
    หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาด ประกอบกับอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้น
    ทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี
    ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ประชาชนจะป่วยด้วยโรคที่มากับภัยแล้ง
    ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ
    “โรคอุจจาระร่วง เกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกวัย มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารสุกๆ
    ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม
    ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคอุจจาระร่วง ทั้งจากเชื้อแบคทีเรีย
    เชื้อไวรัสโปรโตซัวปรสิต หนอนพยาธิ และเชื้อไวรัสโรต้า โดยผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งต่อวัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำกว่าปกติ  มีไข้สูง”นพ.อำนวยกล่าว  
    นพ.อำนวย กล่าวอีกว่า การดูแลผู้ที่ป่วยโรคอุจจาระร่วง
    กรณีที่เป็นเด็ก ให้เด็กรับประทานอาหารเหลวบ่อย ๆ
    หากเป็นกลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้สูงอายุ ให้รับประทานอาหารตามปกติ แต่ควรเป็นอาหารอ่อน
    ย่อยง่าย ควรดื่มน้ำเกลือแร่แทนน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น
    ยังถ่ายบ่อย อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ มีไข้สูง
    หรือถ่ายอุจจาระเป็นมูกปนเลือด ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง
    สำหรับการป้องกันโรคอุจจาระร่วง
    ขอให้ผู้ประกอบการอาหารและประชาชนทั่วไปปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด
    ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง
    หั่นอาหารดิบและอาหารสุกแล้วร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค
    รวมถึงหมั่นดูแลรักษาครัวให้สะอาดอยู่เสมอ
    “ประชาชนควรรับประทานอาหารเฉพาะที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนและสะอาด
    อาหารทะเลก็ขอให้ปรุงสุกเช่นกัน หลีกเลี่ยงการปรุงโดยวิธีลวกหรือพล่าสุกๆ ดิบๆ
    ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หมู ไก่ และไข่ ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง  เพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม
    ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงเองที่บ้าน อาหารสั่งซื้อ อาหารถุง อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว
    ควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ อาหารเหลือต้องเก็บในตู้เย็นและนำมาอุ่นก่อนรับประทานใหม่
    แต่หากมีรสหรือกลิ่นผิดปกติไม่ควรรับประทานเด็ดขาด หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร
    ก่อนรับประทานอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก”.นพ.อำนวยกล่าว
     

    วันที่โพสข่าว : 15 มีค. 2559 เวลา 16:28 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.