วันจันทร์ที่  29 สิงหาคม 2559 เวลา 01:53 น.
  • 14:53 น. Listen

    ปลัดมท.หนังสือด่วนผวจ. เร่งตั้งกรรมการแก้ปัญหาภัยแล้ง

                         นายกฤษฎา บุญราช
    ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือถึง ผวจ./นอภ.และผต.มท.รวมทั้งผต.กรมในสังกัดมท.ว่า
    ตามที่ได้แจ้งแนวทางการวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ
    ไปแล้วนั้นมท.ขอให้จังหวัดและอำเภอได้ดำเนินการเพิ่มเติมดังนี้

    1. หากจังหวัด/อำเภอใดในพื้นที่ประสบเหตุภัยแล้งยังไม่ได้จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับจังหวัด/อำเภอ
    ให้รีบดำเนินการจัดตั้งโดยเร็ว  แล้วแจ้งให้ส่วนราชการต่างๆ
    มาประชุมหารือแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยให้มีการมอบหมายภารกิจในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งให้ส่วนราชการต่างๆในจังหวัด/อำเภอไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้ทั่วถึง
    เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
    ทั้งนี้ ควรจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการจังหวัด/อำเภอเป็นประจำทุกสัปดาห์
    เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

    2. ข้อมูลสำคัญที่จังหวัด/อำเภอ
    ต้องรวบรวมไว้ใช้ในการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและแผนงานโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง
    คือ การสำรวจปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่จริงในพื้นที่
    โดยแยกเป็นข้อมูลน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร
    ว่ามีอยู่จำนวนเท่าใด
    และปริมาณน้ำเหล่านั้นสามารถใช้ในพื้นที่จังหวัด/อำเภอได้เป็นระยะเวลานานเท่าใด
    และหากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่จนถึงเดือนมิถุนายน 2559 จะมีแนวทางป้องกัน
    ช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาอย่างไร

    3. ควรจัดลำดับความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนไว้ตามความสำคัญของปัญหา
    โดยคำนึงถึงการช่วยเหลือด้านน้ำอุปโภคบริโภค เป็นลำดับแรก
    การช่วยเหลือน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นลำดับรองลงไป

    4. ในกรณีจำเป็นต้องมีการนำน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน
     ควรมีการกำหนดจุดแจกจ่ายและพื้นที่การให้ความช่วยเหลือโดยให้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้หน่วยงานต่างๆในพื้นที่ช่วยดำเนินการให้ทั่วถึงโดยเร็ว
    อย่าให้ซ้ำซ้อนกัน

    5. มีข้อแนะนำในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งที่ขอให้นำไปพิจารณาปรับใช้ให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
    คือ

    5.1ขอให้ประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น กรมชลประทาน
    ฯลฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น
    กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ฯลฯ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
    เพื่อขอทราบข้อมูลปริมาณน้ำใต้ดินในพื้นที่ว่า
    มีพื้นที่บริเวณใดที่สามารถขุดเจาะบ่อบาดาลได้บ้าง 

    เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลนำมาช่วยเหลือประชาชนรวมทั้งการสำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่
    เพื่อให้ส่วนราชการและประชาชน ได้ร่วมกันทำเหมืองฝาย ฝายทดน้ำหรือฝายชลอน้ำ
    เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในหมู่บ้าน/ชุมชน

    5.2 ประสานงานกับหน่วยงานการประปาส่วนภูมิภาคในจังหวัด/อำเภอหรือ
    ประปาหมู่บ้าน/ชุมชน และการประปาของเอกชน
    เพื่อแจ้งให้เริ่มใช้มาตรการประหยัดน้ำอย่างจริงจังในการให้บริการประชาชนได้แล้ว
    เช่น การเปิดจ่ายน้ำเป็นเวลาหรือการชลอความแรง/แรงดันของการจ่ายน้ำเป็นต้น
    ในขณะเดียวกันให้ใช้มาตรการรณรงค์วิธีการใช้น้ำอย่างประหยัดโดยให้ปฏิบัติอย่างจริงจัง
    กว้างขวาง และครอบคลุมทุกพื้นที่ตามช่องทางการสื่อสารต่างๆทุกช่องทาง

    5.3 ให้ประสานงานกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำภาคที่อยู่ในจังหวัดหรือในพื้นที่ใกล้เคียง
    และ/หรือเจ้าหน้าที่มูลนิธิชัยพัฒนา/มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์/มูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ
    ฯลฯ ที่ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัด/อำเภอหรือพื้นที่ใกล้เคียง
    เพื่อขอรับทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำตาม พระราชดำริ สำหรับนำมาใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่ตามความเหมาะสมด้วย

    5.4 ให้ประสานงานกับสถาบันการศึกษาหรือองค์กรพัฒนาเอกชนหรือกลุ่มประชาสังคมหรือภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ที่มีแนวปฏิบัติที่ดี
    (best practice) ในการบำบัดน้ำใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ได้อีก
    (water reuse/ recycle/ reclamation) ที่สามารถช่วยชุมชนในพื้นที่ได้ในปริมาณมากๆมาร่วมกับจังหวัด/อำเภอเพื่อให้วางระบบการปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนปล่อยกลับสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือทำระบบนำไปใช้เพื่อการเกษตรและรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไป


    6.  การประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
    (ปภ.) และกระทรวงการคลัง นั้น ให้แยกพื้นที่เป็นรายหมู่บ้าน ตำบล
    อำเภอที่ประสบภัยแล้งให้ชัดเจน อย่าให้เกิดช่องทางการหาประโยชน์ในทางทุจริต

    7. ขอให้จังหวัด/อำเภอ
    รายงานสถานการณ์ภัยแล้งและวิธีการบริหารจัดการเพื่อการแก้ไขปัญหา ให้มท.ทราบทุกระยะด้วย
    โดยแยกเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค/
    การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการขาดแคลนน้ำเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
    โดยระบุให้ชัดเจนว่า ส่วนราชการได้ดำเนินการอย่างไร
    รวมทั้งขอให้ประชาสัมพันธ์และประสานสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่เข้าร่วมรับทราบสถานการณ์ภัยแล้งจากที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัด/อำเภอตามข้อ1.ด้วยทุกครั้ง
                 ทั้งนี้
    เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
    ไม่สร้างความแตกตื่นเป็นที่สับสนแก่ประชาชนเกินกว่าเหตุ
    โดยเฉพาะการรายงานข่าวสถานการณ์การขาดแคลนน้ำนั้น ควรแยกเป็นปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคหรือการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร
    หรือการขาดแคลนน้ำเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อม
    ทั้งนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหา
    เพื่อให้สาธารณชนรับทราบบทบาทในการแก้ไขปัญหาของผวจ.และ/หรือส่วนราชการต่างๆ ด้วย

     
     
        อนึ่ง มท. มอบหมายให้ผต.มท.และผต.กรมในสังกัด
    ไปกำกับและตรวจติดตามว่า จังหวัด/อำเภอได้ดำเนินการตามมาตรการข้างต้นได้หรือไม่
    มีปัญหา อุปสรรคหรือประสงค์จะขอรับการสนับสนุนจาก
    มท.หรือหน่วยงานในส่วนกลางอย่างไร แล้วรายงานให้ มท.ทราบโดยด่วนต่อไป.

    วันที่โพสข่าว : 13 มีค. 2559 เวลา 14:53 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.