วันอาทิตย์ที่  11 ธันวาคม 2559 เวลา 13:05 น.
  • 17:13 น. Listen

    “ปธ.สนช.”แนะกรธ.วิเคราะห์จุดอ่อนกลไกสรรหาส.ว.

     
    นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวย้ำว่าตนสนับสนุนความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอให้ (สมาชิกวุฒิสภา) ส.ว. มาจากการสรรหา ส่วนข้อเสนอดังกล่าวพบว่าสังคมออกมาคัดค้านนั้นตนไม่ขอให้ความเห็น อย่างไรก็ตามในหลักการสำคัญของส.ว. ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้มาจากสายวิชาชีพหรือผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ นั้น เป็นความต้องการและหลักการที่ตรงกันกับสนช.แต่ที่เห็นต่างกันคือวิธีการได้มา 


    โดยตามกลไกได้มาที่กรธ. เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้หลักการเลือกกันเองตามสายวิชาชีพแต่เป็นแบบไขว้กลุ่มกันนั้นมองว่าอาจมีปัญหา 3 ประการ คือ 1. กรณีเลือกไขว้กลุ่มอาจทำให้ได้บุคคลที่มาทำหน้าที่ ส.ว. นั้นไม่ตรงกับสายวิชาชีพที่สมัครเข้ารับตำแหน่ง 2. อาจทำให้เกิดการบล็อกโหวตได้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในหลายองค์กร ที่ใช้วิธีตั้งองค์กรเพื่อส่งตัวแทนเข้ารับสมัคร และให้สมาชิกที่สมัครเลือกคนของตนเอง และ3.อาจเกิดการฟ้องร้องจากผู้ที่ไม่ได้รับเลือกเป็นส.ว. ภายหลังจากที่คัดเลือกแล้วเสร็จ และส่งผลกระทบต่อการเปิดประชุมวุฒิสภาได้ 


    ดังนั้นเมื่อความต้องการที่อยากได้ส.ว.ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือจากสายวิชาชีพดังนั้นก็ควรให้มาจากการสรรหา โดยคณะกรรมการสรรหา แต่จะใช้กลไกสรรหาแบบใดเพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจนั้น เบื้องต้นอาจนำจุดอ่อนของการสรรหาส.ว. ในช่วงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาพิจารณาและปรับปรุง อย่างไรก็ตามประเด็นของการเลือกส.ว.ที่สังคมไทยมีการพัฒนาเป็นลำดับแล้วนั้น คงไม่ต้องเขียนบทบัญญัติที่ย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ช่วงที่สังคมไทยยังไม่มีความพร้อมด้านการศึกษา หรือย้อนไปถึงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.25521



    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากลไกสรรหาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ใช้ 7 อรหันต์คัดเลือกก็ถูกครหามาแล้ว นายพรเพชร ปฏิเสธที่จะตอบ พร้อมระบุว่าตนไม่เกี่ยวกับ 7 อรหันต์ ส่วนกลไกหรือรายละเอียดอื่น ๆ ตนขอไม่ตอบ เพราะกังวลว่าจะไม่ตรงกัน เมื่อถามถึงประเด็นการเตรียมความพร้อมของสนช. ต่อประเด็นการร่วมรณรงค์และเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. ก่อนการออกเสียงประชามติ ประธานสนช. ว่า เร็วๆ นี้ สนช. เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะกำหนดบทลงโทษผู้ที่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นบุคคลใดที่คิดล้มประชามติด้วยการบิดเบือนขอให้ระวังเพราะอาจทำเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายได้ 


    ส่วนกรณีที่มีภาควิชาการท้วงติงเกี่ยวกับคำว่าบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้รายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญในเชิงวิเคราะห์นั้น ตนมองว่าหากเป็นการวิเคราะห์ด้วยความสุจริตใจจะไม่เกิดปัญหา ส่วนกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2559 ที่สนช.ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่มีรายละเอียดให้สนช. ร่วมกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ตั้งคำถามประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนมีในใจแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยเพราะกังวลว่าจะเป็นการชี้นำ


    เมื่อถามย้ำว่าการตั้งคำถามเพิ่มเติมเพื่อประกอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีกรอบอย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า ต้องให้สังคมการเมืองไทยเดินหน้า และให้ประเทศก้าวหน้าด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับข้อกังวลของสนช. บางคนที่ระบุว่าหากตั้งคำถามเพิ่มเติมอาจทำให้ประชาชนสับสน หรือกระทบต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นต้องพิจารณาให้ดี

    เมื่อผู้สื่อถามว่ามีโอกาสที่สนช.จะตั้งคำถามเกี่ยวกับรัฐบาลแห่งชาติเพื่อความปรองดองหรือไม่ ประธานสนช. กล่าวว่า ต้องพิจารณาโดยยึดหลักที่ว่า 1.กระทบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะหากประชาชนเห็นชอบกับคำถามดังกล่าว ร่างรัฐธรรมนูญต้องปรับแก้ และ 2.คำถามดังกล่าวเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้องจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้อง สนช.คงไม่ตั้งคำถามลักษณะดังกล่าว เทียบได้กับเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติเมื่อ 22 พ.ค. 2557 ที่สังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูป ดังนั้นรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 จึงทำเรื่องปฏิรูปมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร กังวลว่าการปฏิรูปจะไม่ต่อเนื่อง จึงคิดแผนยุทธศาตร์แห่งชาติเพื่อให้การปฏิรูปเดินหน้าต่อไป ซึ่งไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ

    วันที่โพสข่าว : 12 มีค. 2559 เวลา 17:13 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.