วันอาทิตย์ที่  28 สิงหาคม 2559 เวลา 17:21 น.
  • 20:46 น. Listen

    “นายกฯ”ลั่นรบ.ยังคงเข้มมาตรการทวงคืนพื้นป่าต่อเนื่อง  

     
     
     
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าวันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดคุย และเน้นย้ำกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ดังต่อไปนี้ ผลสัมฤทธิ์ความก้าวหน้าการทำงานของ คสช.และรัฐบาล ตามห้วงระยะเวลา เช่น ในการ “พลิกฟื้นผืนป่า สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ช้างไทย ระบบนิเวศน์ แหล่งต้นน้ำลำธาร และที่ทำกินของพี่น้องประชาชน จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่สมดุล ข้อมูลล่าสุดเรามีผืนป่าเหลือเพียง 102 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31 ของประเทศ ลดลงอย่างรวดเร็ว 5 ล้านไร่ จากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา 


    ทั้งนี้การทำลายป่าไม้เพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม ตามที่รัฐบาลบางรัฐบาลในอดีตส่งเสริม แต่ไร้การควบคุม เป็นการดีแต่ต้องควบคุมให้ได้ จะทำยังไงไม่บุกรุกป่าเรากำลังแก้อยู่ทั้งหมด เพราะนั่นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ของการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า การขายพื้นที่ที่บุกรุกไปแล้วนี่ให้กับนายทุนอะไรต่างๆ เหล่านี้ เป็นความเชื่อมโยงกันทั้งหมด เราต้องแก้ไขให้ได้โดยเร็ว นโยบายแก้ไขเร่งด่วนของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาของคสช.และรัฐบาลก็คือ มาตรการ “ทวงคืนผืนป่า” เราจะมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด ใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป มุ่งเน้นดำเนินการโดยเฉพาะกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล 


    โดยในปี 2558 สามารถทวงคืนผืนป่า กลับมาเป็นของเราทุกคน ได้กว่า 3 แสนไร่ และดำเนินคดีผู้บุกรุก 13,000 คดี ส่วนมาตรการสร้างความยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีคนเดือดร้อน เราจะทำอย่างไร จะแก้ปัญหาคนจนอย่างไร เพราะงั้นเราก็จะมีการพิจารณาในเรื่องสิทธิทำกิน ในเรื่องของการจัดการพื้นที่ป่า และการจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม โดยใช้แนวทาง “ประชารัฐ” มาขับเคลื่อนด้วย
     

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาแนวเขตพื้นที่ทับซ้อน โดยให้ทุกภาคส่วน ผู้มีส่วนได้เสีย ได้มีส่วนร่วม ในการหารือ ในการจะจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ที่เราเริ่มต้นจาก One map เพราะว่าทุกหน่วยงานแผนที่คนละฉบับ ถ้าทาบทับกันได้ ก็ตรงกัน ถ้าไม่ได้ก็ต้องพิจารณากันอีกที เพราะงั้นมาลงในพื้นที่ One Map ให้ได้ก่อน เรื่องที่ 2. คือการกำหนดมาตรการให้ชุมชนและประชาชนผู้ยากไร้ ด้วยการจัดสรรที่ดินทำกิน ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ป่า ที่บุกรุกไปแล้วนั้น รวม 340,413 ไร่ แบ่งเป็น 82 พื้นที่ ใน 47 จังหวัด ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะบุกรุกไม่ได้อีกแล้ว เพื่อทวงคืนผืนป่าจากผู้มีอิทธิพล หรือนายทุนหรือนอมินีด้วย และที่สำคัญ คือการเพิ่มพื้นที่ป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ เพื่อลูกหลานในอนาคต และเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำให้กับประเทศ เป็นเส้นเลือดให้กับเกษตรกรรมของไทย 


    โดยใช้กลไกสถาบันประชารัฐพิทักษ์ป่าประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และประชาชน รวมทั้งปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน ร่วมมือกันฝึกสอน ถ่ายทอดประสบการณ์ การดับไฟป่า การทำแนวกันไฟ เพื่อปกป้องและอนุรักษ์ป่าในรูปแบบต่างๆ ด้วย และนำพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรื่อง “คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน” และ “การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาสู่การปฏิบัติ สร้างป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน ป่ากินได้เป็นแหล่งอาหารของชุมชน ทั้งนี้เราต้องอย่าลืมว่าป่าต้นน้ำเป็นแหล่งกำเนิดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยทั้งประเทศ
     

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มีหลายอย่างด้วยกัน เราจะต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องของที่ดินทำกิน เป็นขั้นเป็นตอน เราะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อจะมาดูแลพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน จากนโยบายของเราดังกล่าวเมื่อสักครู่นี้ เราได้มีการเห็นชอบร่วมกันในการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชน ในพื้นที่เป้าหมาย ปีงบประมาณ 2559 กว่า 3 แสนไร่ กระจายทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ ให้ทำในลักษณะ “แปลงรวม” โดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่ให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐได้ พื้นดินที่บุกรุกหรือพื้นที่ราชพัสดุ อะไรก็แล้วแต่ที่เหมาะสม รัฐบาลได้จัดทำคู่มือการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ ให้เป็นไปตามหลักการ ตามกฎหมาย เริ่มต้นก่อนแต่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นธรรมแก่ทุกคน สงสารคนจน สงสารผู้มีรายได้น้อย เกษตรกรนะครับ นึกถึงเขาบ้าง เราต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางให้ได้ 


    สำหรับกลางทางนั้น ก็คือในเรื่องของการแปรรูป การผลิตอะไรก็แล้วตี่อาชีพต่างๆ รัฐบาลก็จัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพอย่างเป็นระบบ เพราะทั้ง 76 จังหวัดของเรานั้น มีลักษณะพื้นที่แตกต่างกัน ต้องส่งเสริมให้สอดคล้องกับสภาพแต่ละพื้นที่ ทั้งปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์ โดยออกแบบโมเดลต่างๆ ให้เหมาะสม เพื่อเป็นตัวอย่าง-ทางเลือก ตั้งแต่ระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัด รวมทั้งสร้างกลไกการสนับสนุนเงินทุนให้กับชุมชนและติดตามดูแล “ปลายทาง” หาตลาดให้ในระยะต่อไปอย่างครบวรจร เราสร้างทั้งในส่วนของภาคเอกชน ธุรกิจ กับภาคประชาชนให้แข็งแรงไปด้วยกันนะครับ แล้วที่ขาดไม่ได้คือการประเมินผลจากมาตรการดังกล่าวนั้น เราอาจจะต้องกำหนดเพิ่มเติม ว่าไม่เพียงแต่กำหนดตัวชี้วัด ด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องดูตัวชี้วัดด้านความสุขและความพอเพียงของชุมชนด้วย


    นายกฯ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเท่าเทียมในสังคม ในด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ทุกคนคนไทยทุกคนนะครับสามารถต่อสู้เพื่อเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิ์ของตนเองได้อย่างเป็นธรรม รัฐบาลต้องการลบวาทกรรมที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” และคำว่า 2 มาตรฐาน เราจะต้องเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากการเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เช่น ทำยังไงคนจะไม่ไปทำผิดกฎหมาย เราก็ต้องให้ความรู้ทางกฎหมายเขาด้วย และมีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรม สำหรับช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี หรือการขอประกันตัวเพื่อสู้คดี ตลอดจนเยียวยาผู้ถูกละเมิดหรือได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หากเขาไม่ผิด เป็นต้น ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ว่ายาก ดี มี จน จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
     

    " ที่ผ่านมา มีผู้ขอความช่วยเหลือจากกองทุน เกือบ 6 พันราย รัฐได้ใช้เงินช่วยเหลือไปแล้ว 2,552 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการ 1.เร่งพัฒนากลไกกองทุนทั้ง 76 จังหวัด โดยกระจายอำนาจของกองทุนให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกันทุกจังหวัด มีความเท่าเทียมกัน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ  2.ทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณา เช่น ผู้ขอรับเงินต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีฐานะยากจน มีความประพฤติดี ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี และการให้ความช่วยเหลือจากกองทุนฯ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับการช่วยเหลือตามกฎหมายอื่น เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ประหยัดงบประมาณ และสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบมากขึ้น " นายกฯ กล่าว 
     

    วันที่โพสข่าว : 11 มีค. 2559 เวลา 20:46 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.