วันจันทร์ที่  27 มิถุนายน 2559 เวลา 01:58 น.
  • 17:26 น. Listen

    สนช.ถก 3 วาระรวดแก้ร่างรธน.ปี57ปมประชามติ 10 มี.ค.

     


    นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ว่า ในวันที่ 10 มี.ค. สนช.จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) เพิ่มเติม โดยเป็นการพิจารณา 3 วาระรวด ซึ่งในวาระแรกและวาระ 3 จะลงมติด้วยการขานชื่อรายบุคคล ส่วนวาระสองใช้การโหวตออกเสียง ซึ่งในการพิจารณานั้นจะเปิดให้สมาชิกอภิปรายอย่างเต็มที่ ไม่ได้กำหนดเวลาเช่นครั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร

      
    นพ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ คาดว่า กกต.จะส่งมาให้สนช.พิจารณาหลังวันที่ 22 มี.ค.ทั้งนี้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะใช้บัตรใบเดียว แต่แยกเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรกถามว่า จะเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ และอีกส่วนจะเป็นคำถามของสนช. ซึ่ง สนช.ยังไม่ได้หารือว่า จะตั้งคำถามหรือไม่ หรือจะตั้งคำถามว่าอย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ที่จะออกมาในวันที่ 29 มี.ค. หากจะไปตั้งคำถามล่วงหน้าคงลำบาก อย่างไรก็ตามหลังจากที่สนช.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จากกรธ.แล้ว จะมีเวลา 15 วัน ในการพิจารณาเรื่องการตั้งคำถามประชามติเพื่อส่ง ให้กกต.นำไปดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามการตั้งคำถามประชามติของสนช. ไม่ควรจะมีเนื้อหาในลักษณะที่อาจจะเกิดการขัดแย้งกับเนื้อหาในร่างรัฐ ธรรมนูญ
      

    นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช. กล่าวถึงการตั้งคำถามทำประชามติของสนช.ว่า สนช.ยังไม่ตกผลึกว่าจะตั้งคำถามประชามติหรือไม่หรือถ้าจะตั้งคำถาม จะถามเรื่องใด แต่เท่าที่ได้คุยกับเพื่อนสนช.อย่างไม่เป็นทางการ มีการเสนอคำถามประชามติที่ต่างกันไป อาทิ เห็นด้วยกับการใช้รัฐธรรมนูญเป็น 2 ช่วงหรือไม่ เห็นด้วยกับการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับการให้มีส.ว.จากการแต่งตั้งในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหรือไม่ เรื่องการตั้งคำถามประชามติคงให้เป็นอำนาจของผู้ใหญ่ในสนช.และวิปสนช.หารือกันว่า จะทำอย่างไรคงไม่ถึงขั้นให้สมาชิกสนช.มาลงมติโหวตกันว่า จะถามคำถามเรื่องใดจะตั้งคำถามประชามติหรือไม่ อย่างไรก็ตามเท่าที่คุยกันสนช.เห็นตรงในหลักการว่าควร มีส.ว.จากการสรรหาทั้งหมดในช่วงการเปลี่ยนผ่าน เพื่อมาช่วยประคับประคองสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะเห็นว่า ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง จะเกิดการไม่ยอมรับจากอีกฝ่ายจึงควรมีส.ว.สรรหา มาช่วยประคับประคองสถานการณ์ประเทศช่วงหลังเลือกตั้งแต่สนช.คงพูดประเด็นนี้มากไม่ได้ เพราะอาจถูกมองว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการจะได้เข้ามาเป็นส.ว.ครั้งหน้าแต่ถ้าปล่อยไปความเสียหายจะมีมากกว่านี้เยอะ
     

    วันที่โพสข่าว : 8 มีค. 2559 เวลา 17:26 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.