วันพุธที่  27 กรกฎาคม 2559 เวลา 04:44 น.
  • 06:45 น. Listen

    กรธ.ลดอำนาจศาลรธน. ปมชี้ขาดบทบัญญัติที่ไม่เขียนไว้

    นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยผลการประชุม กรธ. วาระทบทวนร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราตามข้อเสนอที่มีผู้เสนอแนะว่า ล่าสุดที่ประชุมได้พิจารณาหมวด 11 ศาลรัฐธรรมนูญ แล้ว โดยมีเนื้อหาที่ปรับปรุง ซึ่งเป็นการลดอำนาจของศาลรัฐธรมนูญลงจากเดิมที่องค์กรของศาลถูกครหาจากฝ่ายต่างๆ ว่าได้อำนาจเพิ่ม ซึ่งมีสาระที่สำคัญ คือ มาตราว่าด้วยกรณีไม่มีบทบัญญัติใดแห่งรัฐธรรมนูญใช้บังคับ ให้วินิจฉัยการกระทำนั้นเป็นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาในงานสภาผู้แทนราษฎร, วุฒิสภา, รัฐสภา, คณะรัฐมนตรี, องค์กรอิสระ ซึ่งเดิมจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดแต่เพียงคณะเดียว ทางกรธ. ได้ปรับให้ว่าเมื่อไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใช้บังคับแก่กรณีใด ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เรียกประธานสภาฯ, ประธานวุฒิสภา, ประธานศาลฎีกา, ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระมาประชุมเพื่อหารือและร่วมกันวินิจฉัย ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อปรับเนื้อหาดังกล่าวแล้ว ภาคส่วนของสังคมที่มีข้อครหาต่อการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะลดข้อกังขาและเพิ่มความเชื่อมั่นในองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ

    นายอุดม กล่าวด้วยว่า ขณะที่เนื้อหาในหมวดศาลรัฐธรรมนูญ ได้ปรับในส่วนขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดี จากเดิมกำหนดให้ใช้องค์คณะ ไม่น้อยกว่า 5 คน ได้ปรับเป็น อย่างน้อย 7 คน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และเพิ่มความเชื่อมั่นในการพิจารณาคดีตามที่มีผู้ร้อง ส่วนการออกเสียงชี้ขาดนั้นให้ใช้เสียงข้างมากดังเดิม ขณะที่หน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติเดิม คือ อำนาจตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มีประเด็นที่กรธ. ได้เติมความเพื่อให้เกิดความชัดเจนในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ คือ ในมาตราว่าด้วยการแปรญัตติพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ที่กรธ. กำหนดห้ามแปรญัตติงบ เพื่อให้นักการเมืองได้ประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และกำหนดว่าหากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีส่วนร่วมดำเนินการให้ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้เติมให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยการกระทำดังกล่าวว่าเข้าข่ายขัดต่อมาตราดังกล่าวหรือไม่

    นายอุดม กล่าวด้วยว่า ส่วนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญต่อการวินิจฉัยพฤติกรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น ส.ส. หรือ ส.ว. ที่กรธ. กำหนดว่าหากทำผิดคุณสมบัติให้ถือว่าต้องพ้นจากตำแหน่ง เพื่อมาทดแทนการถอดถอนนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรกำหนดให้อำนาจศาลฎีกาเข้ามามีส่วนพิจารณาถ้อยคำดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะคุณสมบัติที่เกี่ยวกับคดีซึ่งมีข้อกฎหมายบังคับไว้ชัดเจนหรือมีเป็นการเฉพาะหรือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดมาตรฐานจริยธรรม ขณะที่บทบัญญัติในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการตีความ เช่น อยู่ระหว่างระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว, เคยรับโทษจำคุกแต่พ้นโทษมาไม่ถึง 10 ปีนั้นให้เป็นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

    “จากเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญถูกครหาว่า มีอำนาจมากเกินไป ทางกรธ. จึงได้ปรับให้การใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญบางอย่าง ไปอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาลฎีกา แต่ขั้นตอนหรือกระบวนการที่นำไปสู่การพิจารณานั้น ยังคงเป็นไปตามบทบัญญัติที่เคยกำหนดไว้เดิม เช่น การกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมผู้ร้องสามารถร้องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ หากพบว่ามีความผิดจริง เรื่องจะนำไปสู่ศาลให้พิจารณา ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญกรณีคำร้องเกี่ยวกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยังให้สิทธิผู้ยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้” นายอุดม กล่าว 

    วันที่โพสข่าว : 8 มีค. 2559 เวลา 06:45 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.