วันพฤหัสบดีที่  30 มิถุนายน 2559 เวลา 01:05 น.
  • 17:37 น. Listen

    คุมหน.แก๊งจีนปล้นปืนทำแผน รับประสงค์ต่อทรัพย์ไม่เกี่ยวการเมือง 

    จากเหตุแก๊งคนร้ายชาวจีนบุกปล้นร้านขายอาวุธปืนย่านวังบูรพาใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสกัดจนคนร้ายเสียชีวิต 1 คน และจับกุมได้อีก 3 คน ก่อนควบคุมตัวนายเจิ้ง หยาง อายุ 30 ปี หัวหน้าแก๊งชาวจีนได้ที่ จ.นครสวรรค์ ขณะนั่งรถไฟหลบหนีไปยังจ.เชียงใหม่ โดยขบวนรถนอนสายด่วนที่ 51 กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศผ่านทางชายแดนภาคเหนือ จากนั้นควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผลต่อ

    ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 มีนาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร. รองผบก.น.6 พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ ได้ควบคุมตัว นายเจิ้ง หยาง อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ จำนวน 8 จุด  ซึ่งก่อนนำตัวไปทำแผนเจ้าหน้าที่ได้ทำการซักถามนายเจ้ง หยาง ผ่านล่ามว่ายินดีให้ความร่วมมือไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ โดยนายเจิ้ง หยาง ตอบว่า ยินดีให้ความร่วมมือ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเจิ้ง หยาง ไปทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเริ่มต้นที่เกสท์เฮาส์จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ย่านถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. ซึ่งเป็นจุดที่นายเจิ้ง หยาง และคนร้ายรายอื่นๆ ได้เข้าพักครั้งแรกหลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย จุดแรกบริเวณพิชชี่ เกสท์เฮาส์ ได้เข้าพักที่ห้อง 2-A เป็นเวลา 4 คืน จุดที่ 2 แฮปปี้โอ เกสท์เฮาส์ ซึ่งมีนายหวู่ ซิ่งจุน กับนายหลี่ คุนเผิง และนายซุน จุนเหว่ย พัก 2 คืน ส่วนจุดที่ 3 โฟ ซัน วิลเลท เกสท์เฮาส์ ที่มีนายเจิ้ง หยาง กับนายหม่า เกิง พัก 2 คืน โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการนำตัวนายเจิ้ง หยางไปชี้จุดที่ห้องพักทั้ง 3 แห่ง 

    จากนั้นคุมตัวไปทำแผนยังจุดที่ 4 บริเวณสวนรมณีนาถ ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม. ซึ่งเป็นจุดรวมตัวก่อนก่อเหตุ และเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาก่อนเดินไปเรียกรถตุ๊กตุ๊ก ต่อมานำตัวมาชี้จุดที่ 5 บริเวณ หน้าร้านจำหน่ายปืน ห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์อาร์ม ภายในซอยสามยอดพลาซ่า ย่านวังบูรพา เป็นจุดเกิดเหตุ โดยนายเจิ้ง หยาง ได้อยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ทำหน้าที่ใช้วิทยุสื่อสารสั่งการและดูต้นทาง สำหรับยังจุดที่ 6 ที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งเป็นจุดที่นำวิทยุสื่อสารไปทิ้ง ขณะที่จุดที่ 7 คือ บริเวณภายในสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นจุดที่นายเจิ้ง หยาง หลบหนีไปขึ้นรถไฟ เพื่อเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ และจุดที่ 8 คือที่โรงพยาบาลตากสิน เป็นจุดนัดหมายรวมพลหากก่อเหตุสำเร็จ 
    พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า นายเจิ้ง หยาง ยอมรับว่าเป็นหัวหน้าแก๊งในการก่อเหตุครั้งนี้ มีจุดประสงค์ต่อทรัพย์สิน ส่วนรายละเอียดที่จะต้องทำการติดตามตรวจสอบ สอบสวน เพื่อจะทำให้สอดคล้องกับคำให้การของนายเจิ้ง หยาง ก็ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งจะต้องหาหลักฐานมาเพิ่มเติม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่นายเจิ้ง หยางให้การ อย่างไรก็ตามนายเจิ้ง หยาง รับว่าได้มาทำผิดจริง เป็นหัวหน้าทีม คอยวางแผน เป็นคนมาดูต้นทางโดยบันทึกภาพวิดีโอไว้ และสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร  

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้จะนำอาวุธไปก่อเหตุในพื้นที่ท่องเที่ยว พล.ต.ท.ศานิตย์ ตอบว่า มีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อว่าลักษณะอย่างนั้นเป็นลักษณะความผิดเฉพาะตน ถ้าจะกระจายหรือเหมารวมว่าทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสียหายคงไม่ใช่ แต่ยังคงยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง หรือความมั่นคง โดยหลังจากก่อเหตุจะหลบหนีไปทางอาร์สามเอ ซึ่งจะนั่งรถไฟไปจ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะนั่งรถโดยสารไปจ.เชียงราย ต่อจากนั้นจะข้ามจาก จ.เชียงรายเข้าประเทศลาว ผ่านจากประเทศลาวเข้ายูนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณต้นเดือนต.ค.ปี 57 นายเจิ้ง หยาง รับว่าเคยมาประเทศไทยด้วยเครื่องบิน ก่อนที่จะกลับในเส้นทางที่ว่านี้ 

    พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ นายซู ซู ผู้ต้องสงสัยชาวจีนอีกราย จากการสอบถามทราบว่า ได้ประกอบธุรกิจการนำเที่ยวที่ประเทศจีน เป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาเที่ยวในไทย และได้มีการซื้อซิมโทรศัพท์เป็นหลักร้อยหลักพันชิ้น เพื่อขายให้นักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามใครที่เกี่ยวข้องยังไม่ปักใจเชื่อ เจ้าหน้าที่จะอาศัยจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีและพบว่ามีความเชื่อมโยง เพื่อเป็นไปตามกระบวนการให้คลายข้อสงสัย ขณะเดียวกันก็ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนมาโดยตลอด สำหรับขอข้อมูลประวัติของผู้ที่เข้ามาก่อเหตุ ให้คลี่คลายสิ้นในข้อสงสัย นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) จะคุมตัวนายเจิ้ง หยาง ไปขออำนาจศาลฝากขังศาลอาญา ถ.รัชดา ต่อไป 

    ด้านนายเจิ้ง หยาง กล่าวผ่านล่ามว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และเกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้ง 5 คนเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ใช่เรื่องระหว่างประเทศที่เป็นภัยความมั่นคง ซึ่งมีจุดประสงค์ต่อทรัพย์สินเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด ไม่ต้องการให้ทั้งสองประเทศมีความบาดหมางกัน และที่เลือกก่อเหตุร้านนี้เนื่องจากเห็นว่าเป็นร้านที่มีคนน้อย
     

    วันที่โพสข่าว : 6 มีค. 2559 เวลา 17:37 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.