วันจันทร์ที่  25 กรกฎาคม 2559 เวลา 01:28 น.
  • 16:46 น. Listen

    รัฐเล็งเปิดเสรีค้าทอง-อัญมณี

    “อภิศักดิ์”เผย รัฐบาลเล็งเปิดฟรีเทรดสินค้าทองและอัญมณี เพื่อผลักดันให้สินค้าดังกล่าวเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนและเป็นศูนย์กลางค้าขายในตลาดโลก โดยพร้อมจะผ่อนปรนอัตราภาษีให้ ด้านสมาคมผู้ค้าทองเห็นด้วย คาดมูลค่าซื้อขายเพิ่ม 10% ระบุปีนี้ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวน ขณะที่ สรรพากรตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการค้าทอง 7 พันรายเข้าระบบภาษีนิติบุคคล จากปัจจุบัน 99% เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยระหว่างกล่าวเปิดงานสัมนา"นโยบายของสรรพากรต่อภาษีร้านทอง ซึ่งจัดโดยสมาคมค้าทองคำ และ สมาคมเพชรพลอยเงินทองวานนี้(6มี.ค.)ว่า รัฐบาลต้องการผลักดันให้ธุรกิจผลิตและค้าทองคำและอัญมณีของประเทศเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกของไทยที่เรียกว่าแชมเปี้ยนโปรดักส์ โดยพร้อมที่จะสนับสนุนในเรื่องของการลดหย่อนอัตราภาษี  เพื่อให้ไทยเป็นแหล่งค้าขายสินค้าดังกล่าวของโลกแบบปลอดภาษี(ฟรีเทรด)
    “เราดูแล้วว่า ธุรกิจค้าขายทองและจิเวลลี่นั้น เป็นธุรกิจที่มีความเข้มแข็งแม้ว่า รัฐบาลจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เขาก็สามารถไปแข่งขันในตลาดโลกได้ เพราะมีแรงงานที่มีฝีมือ เราเก่งในอันดับต้นๆของโลก ก็มองว่า เราน่าจะผลักดันให้เป็นแชมเปี้ยนโปรดักส์ได้ ทั้งนี้  ในปี 2558 ธุรกิจทองคำและจิเวลลี่นั้น มีมูลค่าการส่งออกถึง 3.7 แสนล้านบาท อยู่ในอันดับ 3ของการส่งออกสินค้าส่งออกทั้งหมด”
    สำหรับการผลักดันให้ไทยเป็นฟรีเทรดสินค้าทองและอัญมณีนั้น ในช่วง 3-4เดือนที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้เคยหารือกับผู้ประกอบการในประเด็นดังกล่าวว่า ทำไมเราจึงไม่เปิดตัวต่อตลาดการค้าโลก เพราะเราสามารถแข่งขันได้ แต่ทางสมาคมผู้ค้าทองและผู้ประกอบการรายเล็กไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่า จะเกิดผลกระทบและไม่สามารถแข่งขันได้
    อย่างไรก็ตาม หลังจากสมาคมผู้ค้าทองได้รับฟังเหตุผลว่า การเปิดฟรีเทรดสินค้าดังกล่าว จะทำให้มูลค่าการซื้อขายของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อไทยประกาศว่า เราจะเป็นประเทศที่เปิเลดเสรีค้าทองและอัญมณี ต่อไป นักท่องเที่ยวก็จะหันมาซื้อสินค้าดังกล่าวในบ้านเรา เหมือนกันกับสมัยหนึ่งที่คนจะซื้อทองคำต้องไปซื้อที่ประเทศดูไบ เป็นต้น ซึ่งเป็นภาพที่เราอยากได้เห็น
    “ผมได้บอกกับคุณจิตติว่า ถ้าสิ่งที่เราพูดมานั้น เป็นผลดีต่อธุรกิจและต่อประเทศ ก็สามารถเสนอเรื่องเข้ามา เราพร้อมจะผลักดันให้ ตัวผมเองชอบโมเดลนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนประเทศไทย และ เราก็ควรเก่งในสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าสูงๆ ซึ่งคุณจิตติก็เข้าใจและเห็นด้วยกับเราแล้ว”
    เขายังกล่าวด้วยว่า ฝากให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าทองและธุรกิจอื่นเข้าร่วมโครงการทำบัญชีเล่มเดียวกับกรมสรรพากร เพราะขณะนี้ กรมสรรพากรได้ออกกฎหมายที่จะไม่เข้าไปตรวจสอบการชำระภาษีย้อนหลัง เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าระบบอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสรรพากรว่า มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนเกือบ 4แสนราย จาก 4.2 แสนรายได้เข้าโครงการดังกล่าวแล้ว
    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวว่า เรื่องภาษีสินค้าทองคำและอัญมณีทุกวันนี้แทบเรียกว่าฟรีเทรดอยู่แล้ว โดยในส่วนของทองคำนั้น เก็บภาษีเฉพาะแวตจากค่ากำเหน็จเท่านั้น แต่อัญมณีนั้นมีภาษีอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามหากรัฐจะยกเว้นภาษีอัญมณี หรือยกเว้นภาษีตัวใดเพิ่มเติม สามารถทำได้อยู่ที่นโยบาย โดยปัจจุบันกรมสรรพากรมีการจัดเก็บภาษีในกลุ่มทองคำ อัญมณีประมาณ1,000 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่านำเข้า
    ทั้งนี้ ในปีล่าสุดมีการนำเข้าทองคำเข้ามาประมาณ 5 แสนล้านบาท  และมีการส่งออกทั้งในรูปทองคำและอัญมณีไปเพียง 3 แสนล้านนาท ดังนั้นยังเหลือส่วนต่างปีละ 2 แสนล้านบาท แต่เท่าที่มีการแจ้งยอดขายมีเพียง 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
    อย่างไรก็ดี เท่าที่มีการติดตามตัวเลขการเสียภาษีของร้านค้าทองพบว่า ผู้ค้าแจ้งยอดขายต่ำกว่าความเป็นจริงมาก โดยแจ้งว่าสามารถขายได้เพียงวันละ 1-2 สลึงเท่านั้น และส่วนใหญ่ 99% แจ้งเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา เป็นการเสียภาษีแบบเหมาจ่ายคือเสียแค่ 25% ของยอดขายเท่านั้น โดยในปีนี้จะให้ร้านค้าทองทั้งหมดเปลี่ยนจากการเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดามาเสียแบบนิติบุคคล
    ในเบื้องต้นนำรายชื่อผู้ค้าทองคำรายใหญ่ที่ขายส่งทองคำให้ร้านค้าทั่วประเทศจำนวน 75 ราย เข้ามาอยู่ในสำนักผู้เสียภาษีขนาดใหญ่ (แอลทีโอ) ซึ่งจะมีการไปทำความเข้าใจกับผู้ค้าทองคำทั้ง 75 รายว่าต่อไปการขายทองคำให้ร้านค้าปลีกต้องออกใบเสร็จรับเงิน ทุกครั้งที่มีการซื้อขาย ถ้าไม่ออกใบเสร็จรับเงินจะมีโทษตามกฎหมาย
    “กรมฯสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากการนำเข้าทองคำนั้นจะมีสถิตออยู่ว่ารายใดนำเข้าเท่าไหร่ มีการส่งออกเท่าใด ซึ่งการออกใบเสร็จทำให้รู้ว่าร้านค้าดังกล่าวขายไปให้ร้านทองใดบ้าง สามารถตรวจสอบภาษีกับร้านทองที่รับซื้อไปได้อีกทอดหนึ่ง”
    ส่วนร้านค้ารายย่อยหรือร้านค้าปลีกที่มีอยู่กว่า 7 พันรายนั้น กรมฯต้องการให้เปลี่ยนจากเดิมที่แจ้งเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดา มาเป็นนิติบุคคล โดยจะให้เริ่มในเดือนมิถุนายน 2559 นี้เป็นการนับรอบการเสียภาษีนิติบุคคลครึ่งปีหลัง ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ของร้านค้าเองที่จะเสียภาษีในอัตราที่ถูกลง เพราะนิติบุคคลเสียภาษีสูงสุด 20%แต่บุคคลธรรมดาเสียภาษีสูงสุด 35%
    “เท่าที่ดูการเหมาจ่ายภาษีของร้านทองที่ผ่านมานั้นคิดอัตรากำไรสูงกว่าอัตรากำไรที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นผลเสียกับร้านค้าที่เสียภาษีในอัตรที่สูงกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ ยังต้องการให้ร้านค้าทองคำมีการทำบัญชีที่ถูกต้อง ในลักษณะบัญชีเดียว เนื่องากในปี2562 หากจะกู้เงินกับธนาคารต้องใช้บัญชีที่ยื่นภาษีกับสรรพากรเท่านั้น หากร้านค้าใดเข้ามาทำให้ถูกต้องในปีนี้ สรรพากรยืนยันว่าจะมีการการไปตรวจสอบภาษีย้อนหลัง”
    ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวเห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาลที่จะเปิดฟรีเทรดในธุรกิจค้าทองและอัญมณี โดยเห็นว่า จะช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายได้ราว 10% โดยขณะนี้ มูลค่าซื้อขายที่หายไปราว 10% เนื่องจาก ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และมองว่า การเปิดฟรีเทรดสินค้าดังกล่าว จะช่วยให้แรงงานมีงานทำได้มากขึ้น 
    สำหรับแนวโน้มราคาทองคำนั้น เขากล่าวว่า ในปีนี้ ราคาทองคำน่าจะผันผวน และมีโอกาสที่ราคาในตลาดโลกจะสูงกว่า 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองรูปพรรณในประเทศอยู่ในระดับบาทละ 22,500 บาท ไม่ปรับสูงมากนัก เพราะค่าเงินบาทที่อาจปรับค่าแข็งขึ้น ซึ่งตนมองว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1ครั้งในปีนี้
    นายจิตติกล่าวด้วยว่า สมาชิกในสมาคมผู้ค้าทองคำเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนนโยบายการทำบัญชีเดียวของรัฐบาล รวมถึงให้ความสนใจการเข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จากเดิมจะยื่นเสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา โดยเห็นจากการเปิดสัมมนาครั้งนี้ผู้ค้าในต่างจังหวัดให้ความสนใจเข้ารับฟังจำนวนมาก เดิมที่ตั้งเป้าหมายคนเข้าฟัง400 คน แต่วันนี้มากกว่า 600 คน  ขณะนี้มีจำนวนร้านทองทั่วประเทศกว่า 7,000 แห่ง ส่วนใหญ่กว่า 99% เสียภาษีในนามบุคคลธรรมดา

    วันที่โพสข่าว : 6 มีค. 2559 เวลา 16:46 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.