วันเสาร์ที่  10 ธันวาคม 2559 เวลา 08:11 น.
  • 19:01 น. Listen

    ชาวต่างชาติร้องผู้ว่าฯภูเก็ต ถูกเจ้าของอาคารให้เช่าเอาเปรียบ

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2559 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายแจน แวน ซีฮูลเลคอม นักธุรกิจสัญชาติเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วยกลุ่มนักธุรกิจหลายสัญชาติ รวม 17 คน ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิการเช่าอาคารในระยะยาว 30 ปี ในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้รับความธรรมจากการบริหารงานของบริษัทเดอะ เบรกเกอร์ รีสอร์ท แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ และบริษัทแอสเพเซีย ภูเก็ต จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการ


    ทั้งนี้เนื้อหาหนังสือร้องเรียนระบุว่า นายแจน แวน ซีอูลเลคอม สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และกลุ่มคนต่างด้าวหลายสัญชาติ รวม 17 คน ได้รับสิทธิ์การเช่าอาคารในระยะยาว 30 ปี จากโครงการซึ่งมีการบริหารงานคล้ายกับโรงแรมหรืออาคารชุด โดยได้ชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้าทั้งหมดตลอดระยะเวลาการเช่า รวมทั้งชำระเงินค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลาง ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าภาษีค่าโรงเรือน และอื่นๆ ให้กับผู้บริหารตลอดระยะเวลาหลายปี ต่อมาได้ทราบข้อเท็จจริงจากอดีตผู้ถือหุ้นและพนักงานของผู้บริหารดังกล่าวว่า ได้มีการนำเอาเงินส่วนกลางไปบริหารในลักษณะที่ส่อไปในทางไม่สุจริต และทำให้ตัวเองกับพวกได้รับความเสียหายนับตั้งแต่ นายไมเคิล อินแมน ได้จัดตั้งบริษัท แมนอิน ภูเก็ต จำกัด เมื่อปี 2553 ขึ้นมารองรับการจัดซื้อจัดจ้าง และดูแลบริหารส่วนกลาง เรื่องนี้ทางอดีตผู้ถือหุ้นและเป็นพนักงานของบริษัทได้ออกมาเปิดโปงข้อเท็จจริง โดยเงินกองทุนแต่ละปีที่ได้ชำระไปรวมกันปีละหลายล้านบาท 


    หลังทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้ขอให้ผู้บริหารชี้แจงรายละเอียดเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวเองกับพวกได้ร้องขอ หรือส่งสำนักงานบัญชีเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ต่อมาทางโครงการพยายามหาวิธีกลั่นแกล้ง โดยปัจจุบันเจ้าของโครงการได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่าบางราย โดยจะนำห้องที่เช่าไปให้บุคคลอื่น และมีการระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้ากับเจ้าของห้องบางราย โดยไม่มีเหตุตามสัญญาหรือตามกฎหมายที่จะกระทำได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเข้าไปพักอาศัยในห้องเช่าได้


    ทั้งที่ผู้เช่าทุกรายไม่ได้ติดค้างชำระเงินค่ากระแสไฟฟ้าหรือทำผิดเงื่อนไขใดๆ กับทางโครงการด้วยเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว และเคยยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ตไปตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2559 และได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบริษัทฯ และกรรมการที่ สภ.กะรน แล้ว แต่ยังไม่ทราบผล จึงมาขอความเป็นธรรมให้ช่วยแก้ปัญหาให้โดยด่วน โดยขอให้บริษัทเจ้าของและผู้บริหารโครงการ เชื่อมต่อระบบกระแสไฟฟ้า หรือระบบน้ำ รวมทั้งการให้บริการที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในห้องเช่าทุกชนิดให้กับผู้เช่าห้องทุกรายที่ถูกระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายและความเดือดร้อนที่ได้รับ 


    เนื่องจากปัจจุบันผู้เช่าบางรายไม่อาจเข้าไปพักอาศัยในห้องของตนเองได้ ทำให้ต้องไปเสียเงินค่าใช้จ่ายในการเช่าโรงแรมหรือที่พักอื่น และให้บริษัทระงับการออกหนังสือยกเลิกสัญญาเช่าห้อง หรือยกเลิกการให้บริการใดๆ อันเกี่ยวข้องกับห้องเช่าของผู้เช่าทั้งหมด ,ให้นำเอกสารที่เกี่ยวกับการบริหารงานทั้งหมดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ มามอบให้กับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดภูเก็ต เพื่อจะได้ตรวจสอบความถูกต้องที่แท้จริงในเรื่องการบริหารงานค่าใช้จ่ายต่างๆ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ,ให้เปลี่ยนแปลงผู้บริหารโครงการ รวมทั้งให้ระงับไม่ให้บุคคลใดที่เป็นพนักงานของบริษัทเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ของโครงการอีกต่อไป และมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวเคลื่อนย้ายเอกสารสมุดบัญชีรับจ่ายต่างๆ สมุดบัญชีธนาคาร ตลอดจนเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกไปจากโครงการโดยเด็ดขาด และทางกลุ่มผู้เช่าจะนำบริษัทผู้บริหารส่วนกลางจากภายนอกเข้ามาบริหารจัดการแทน และห้ามมิให้ผู้บริหารดำเนินการใดๆ ในทางที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เช่า


    อย่างไรก็ตาม มีการระบุด้วยว่า แม้กลุ่มผู้เช่าจะไม่ใช่สัญชาติไทย แต่ก็มีความรักและหวงแหน ตลอดจนนิยมชมชอบประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญระดับชาติ และภูเก็ตยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก จึงตัดสินใจที่จะลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก เพื่อจะมาใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นที่พักผ่อน แต่การกระทำที่เกิดขึ้นเห็นว่า เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในด้านลบ รวมทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว จึงไม่อยากจะให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับแก้ปัญหาตามที่มีการร้องขอความเป็นธรรมในฐานะผู้บริโภค ขณะที่นายจำเริญ ได้สั่งการให้ทางศูนย์ดำรงธรรมฯ ประสานกับทางเจ้าของโครงการให้มาพูดคุยกัน เพื่อหาทางออกและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เช่าโดยเร็วที่สุด

    วันที่โพสข่าว : 3 มีค. 2559 เวลา 19:01 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.