วันเสาร์ที่  1 ตุลาคม 2559 เวลา 05:16 น.
  • 08:26 น. Listen

    เตรียมทบทวนแผนต้อนช้างป่า หลังมีจนท.ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

    เมื่อเวลา 20.30 น.คืนที่ผ่านมา  นายอยู่ เสนาธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ในภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และตราด กล่าวถึง กรณีมีเจ้าหน้าที่จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ถูกช้างป่าแม่ลูกอ่อนทำร้ายจนเสียชีวิต ขณะเข้าร่วมโครงการต้อนช้างกลับป่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ที่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านหนองปรือกันยาง พื้นที่ ม.5 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เมื่อเช้านี้ตนได้รายงานไปยัง นายธัญญา เนติธรรมกุลอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทราบแล้ว และจะได้ทำการทบทวนแผนการต้อนช้างกลับคืนสู่ป่าเขาอ่างฤาไน ในระดับของผู้ปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะได้มีประชุมหารือกันหลังจากการเดินทางมาร่วมเป็นเจ้าภาพงานสวดพระอภิธรรมศพ นายไพรจิตร มุขจีน อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวในคืนวันนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
    นายอยู่กล่าวอีกว่า แนวทางที่ได้เตรียมเอาไว้เข้าร่วมหารือ ปรับแผนกันใหม่นั้น ต่อไปในการต้อนช้างกลับคืนสู่ป่านั้น อาจจะใช้เพียงกำลังของเจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเองเท่านั้น หรืออาจมีเครือข่ายชาวบ้านผู้ชำนาญป่าบางส่วนไว้เป็นกองหนุนในเรื่องของการส่งเสบียงอาหารและน้ำ ซึ่งการผลักดันช้างกลับคืนสู่ป่าในครั้งต่อไป เราอาจจะใช้เจ้าหน้าที่ของเราเองทั้งหมด เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการประสานงานสั่งการและควบคุมการปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เกิดการสูญเสียเช่นในครั้งนี้อีก
    นายอยู่ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ต่อไปก่อนปฏิบัติงานจะต้องมีการแจกจ่ายคู่มือการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ทำเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2558 ว่า ผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำอะไรบ้าง เช่น 1 ผู้ที่จะมาต้อนช้างกลับป่านั้นต้องมีร่างกายที่แข็งแรง 2 ไม่ดื่มสุราในขณะปฏิบัติงาน 3 ต้องมีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ครบและเพียงพอที่จะเดินทางได้ไกล และ 4 ต้องเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าชุดอย่างเคร่งครัด
    สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (1 มี.ค.59) เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติอาจเข้าใกล้ช้างป่ามากเกินไปหรือไม่ ซึ่งตามคู่มือนั้นการเข้าไล่ผลักดันช้างป่านั้นจะใช้เพียงเสียง และจะต้องอยู่ห่างจากช้างป่าอย่างน้อยที่สุดไม่ต่ำกว่า 50 เมตร ซึ่งหากเข้าใกล้มากไปกว่านั้น ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานขับไล่ช้างนั้น หนีไม่ทัน ประกอบกับในป่าบริเวณนี้ยังมีเถาวัลย์ขึ้นรกปกคลุมเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้เสียชีวิตรายนี้สะดุดเถาวัลย์หกล้มจนหนีช้างป่าไม่ทัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้วิเคราะห์หาสาเหตุที่แน่ชัด ว่าเกิดจากอะไร แต่มีข้อสังเกตว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้เราใช้คนมากเกินไปหรือไม่ และการปฏิบัติงานมีความพร้อมเพียงกันหรือไม่ ซึ่งทางอธิบดีฯ ได้สั่งการมาในวันนี้ว่า ให้กลับมาทบทวนแผนว่าสิ่งที่ทำไปแล้วมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ จึงทำให้มีคนตายในขณะปฏิบัติงาน โดยเฉพาะหากเราทำตามคู่มือที่ได้จัดขึ้นไว้แล้วนั้น น่าจะไม่ทำให้เกิดอันตรายในลักษณะนี้ขึ้นมาได้
    ส่วนการใช้กำลังผสมจากหลายฝ่าย จะเป็นสาเหตุของการเกิดข้อผิดพลาดในครั้งนี้หรือไม่นั้น ซึ่งอยู่ในข้อปฏิบัติที่ว่า มีการเชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้าชุดแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ จึงทำให้ต่อไปนี้เราต้องมาทบทวนว่าอาจจะต้องใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่ของเราแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น โดยจะค่อยๆ ต้อนไล่ช้างกลับเข้าป่าไปโดยไม่ต้องรีบร้อนมากเกินไป
    นายอยู่กล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยาต่อผู้เสียชีวิตนั้น ขณะนี้ได้เข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อนแล้ว และได้เดินทางมาเป็นเจ้าภาพในงานสวดพระอภิธรรมศพในคืนวันนี้ จากนั้นจะได้รีบรายงานไปยังกรมอุทยานฯ เพื่อขอรับเงินสวัสดิการจากกรมอุทยานฯ ในพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป พร้อมกับจะทำเรื่องขอสนับสนุนเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อห้าจังหวัดภาคตะวันออกอีกทางหนึ่ง เพื่อที่จะนำมาใช้ในการดูแลครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตรายนี้ต่อไป
     

    วันที่โพสข่าว : 3 มีค. 2559 เวลา 08:26 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.