วันศุกร์ที่  1 กรกฎาคม 2559 เวลา 06:00 น.
  • 20:24 น. Listen

    4 เครือข่ายโวย“คสช.-ทหาร-ตำรวจ” สกัดชำแหละร่างรธน.  

     
     
     


    เครือข่ายเว็บไซค์ประชามติ ประกอบด้วย โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ เว็บไซต์ประชาไท สำนักข่าวออนไลน์ไทยพลับบิก้า และสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ากดดันไม่ให้มีการจัดกิจกรรมของเครือข่ายฯต่อกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญภายใต้บรรยากาศที่เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นถูกปิดกั้น โดยมีนักศึกษา ประชาชน และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสายงานความมั่นคงให้ความสนใจเดินทางไปร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

     
    โดยเครือข่ายประชามติได้ร่วมออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอยึดมั่นในหลักเสรีภาพการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดยระบุว่า ตามที่เครือข่ายฯ ได้กำหนดจัดกิจกรรมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 2 กิจกรรมคือ งานเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “ รัฐธรรมนูญใหม่ เอาไงดีจ๊ะ?” และงานประกวดการนำเสนอ PetchaKucha 20X20 หัวข้อ “ รัฐธรรมนูญ” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 ก.พ. ปรากฏว่าสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ แจ้งมายังหอศิลปฯผ่านหนังสือเลขที่ ตช.0015 (บก.น.6) 5/474 ลงวันที่ 25 ก.พ. 59ว่า กิจกรรมอาจเข้าข่ายการชุมนุมทางการเมือง ขัดต่อประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 จึงจำเป็นต้องขออนุญาตก่อน ทางหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จึงยกเลิกการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมดังกล่าว ทำให้กิจกรรมทั้งสองมีอุปสรรค ต้องย้ายสถานที่จัดงานอย่างเร่งด่วน โดยตั้งข้อสังเกต ดังนี้
     

    1.เครือข่ายเว็บไซค์ประชามติก่อตั้งขึ้น และดำเนินกิจกรรมโดยตั้งอยู่บนหลักเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูปสังคม เพราะเชื่อว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในบรรยากาศที่เปิดกว้างเท่านั้น ที่เป็นเครื่องรับประกันได้ว่า รัฐธรรมนูญและนโยบายสาธารณะทุกรูปแบบจะถูกออกแบบขึ้นโดยสอดรับกับความต้องการของประชาชน และนำไปสู่การแก้ปัญหาอันซับซ้อนของสังคมได้จริง โดยเครือข่ายเว็บไซค์ประชามติ ขอยืนยันยึดมั่นในหลักการนี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง

     
    2.ความพยายามปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น หรือการต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อนแสดงความคิดเห็นในประเด็นอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่วิธีการที่จะค้นหาคำตอบให้กับสังคมอย่างยั่งยืนได้ มีแต่จะสร้างความอึดอัดและรู้สึกแปลกแยก จนบ่มเพาะให้สังคมเต็มไปด้วยความแตกแยกที่ฝังรากลึกมากขึ้นทุกวัน ช่วงเวลาที่สังคมมีความขัดแย้งสูงอย่างในปัจจุบัน ไม่มีกระบวนการใดจะเป็นเครื่องมือพาสังคมเดินหน้าไปได้ นอกจากการเปิดพื้นที่ให้ทุกความคิดเห็นได้มีส่วนร่วมในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างอิสระ

     
    และ3.ในบรรยากาศที่กำลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และกำลังจะมีการลงประชามติโดยประชาชน หลักการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น หากประชาชนถูกปิดกั้นหรือขัดขวางไม่ให้พูดคุยกันในประเด็นรัฐธรรมนูญ ย่อมทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งขาดความชอบธรรมอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ยิ่งสูญเสียความชอบธรรมมากขึ้นไปอีก และรัฐธรรมนูญที่เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการเหล่านี้ก็ไม่อาจได้รับการยอมรับจากสังคมเมื่อนำไปใช้บังคับ แม้จะมีความพยายามใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อสร้างบรรยากาศที่ปิดกั้นขึ้นในสังคม ทำให้การจัดกิจกรรมมีอุปสรรคบ้างในช่วงเวลา 2-3 วันผ่านมา
     

    “เครือข่ายเว็บไซต์ประชามติ ยังคงยืนยันจะเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดกว้างสำหรับทุกฝ่ายต่อไป โดยขอชักชวนให้ประชาชนทุกฝักฝ่าย และทุกภาคส่วนของสังคมยึดมั่นในหลักการเสรีภาพการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการพยายามสร้างพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญและการปฎิรูปสังคมให้มากที่สุดต่อไป แม้ภายใต้บรรยากาศที่มีข้อจำกัดในนามของความมั่นคงอย่างในปัจจุบัน” แถลงการณ์ระบุ

     
    โดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวว่า ประเทศนี้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของร่วมกัน การที่จะอยู่ร่วมกัน ต้องมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในด้าน บริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ รวมถึงการเข้าถึงระบบตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้ร่างขึ้นจากประชาชนอย่างเเท้จริง แต่ผู้มีอำนาจมีความพยายามให้เกิดการทำประชามติให้ผ่าน แต่การดำเนินการจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ถูกปิดกั้น เพราะฉะนั้นประชามติก็จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องเรียกร้องในสถานการณ์แบบนี้ ควรจะยุติ ผู้มีอำนาจควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนข้ออ้างที่ว่าหากเปิดเสรีภาพมากจนเกินไป จะทำให้เกิดการทะเลาะกันมากขึ้น ตนคิดว่าคิดว่าเป็นแค่ข้ออ้าง เพราะฝ่ายผู้มีอำนาจกลัวที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ เราจึงจำเป็นต้องยึดมั่นให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศ “เราทำได้ดีที่สุดคือการชี้เเจงไปยังทหาร ไม่ได้มีเจตนาก่อความวุ่นวาย เพียงเเค่อยากเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้เเสดงความคิดเห็นต่อรัฐธรรมนูญ และประชามติ เราต้องการเปิดเวทีที่ค่อนข้างผ่านในสังคมปัจจุบัน แต่ไม่ได้ไปชี้นำในเรื่องประชามติ ว่าจะเขาโหวตรับ หรือไม่รับอย่างไร” นายจอน กล่าว
     
    ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนถูกห้ามจัดกิจกรรมว่า ในฐานะผู้ประสานงาน พบว่าผู้ที่พยายามปิดกั้นคือ ทหาร ตามมาด้วยตำรวจ โดยทหารไม่ออกหน้า ให้ตำรวจดำเนินการ แต่เอกสารที่มีการห้ามจัดกิจกรรมนั้น อ้างถึงทหาร ตนจึงโทรไปหาที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน แต่ทางตำรวจโยนให้ทหาร ถือเป็นการใช้วิธีทางอ้อมเพื่อกดดันเรา "เห็นได้ชัดว่า เป็นการกระทำของทหาร แต่ทหารจะกระทำแบบนี้ ต้องควรที่จะกล้าออกหน้า เพราะกิจกรรมเราไม่ได้มีการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเราได้ยื่นหนังสือชี้เเจงไป ทหารบอกจะพิจารณา แต่ก็ยังไม่ดำเนินการ แม้สิ่งที่เราจัดอาจเป็นกิจกรรมทางการเมืองก็จริง แต่เราไม่ได้ชุมนุมทางการเมือง ทั้ง 2 กิจกรรมเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเเลกเปลี่ยนความเห็น แต่ที่ทหารระบุว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ผิด ผมยืนยัน เราจะจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อีกเเน่นอน” นายยิ่งชีพ กล่าว

     
    ขณะที่นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวไทยพลับบิก้า กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิด การตีความกิจกรรมเป็นเครื่องพิสูจน์ให้มีความสะท้อนภายใต้คำสั่ง คสช.ฉบับที่3/58 หรือ อำนาจมาตรา 44 ถือเป็นอุปสรรค จะไม่สามารถเปิดกว้างต่อประชามติ หากยังมีคำสั่งแบบนี้อยู่ เพราะเราไม่ได้ก่อความวุ่นวายเลย ยืนยันว่าเราแค่จะพยายามเปิดเวทีให้ประชาชนเข้ามาเเลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และประชามติ ว่าเขาคิดยังไงกัน
     

    วันที่โพสข่าว : 28 กพ. 2559 เวลา 20:24 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.