วันพุธที่  31 สิงหาคม 2559 เวลา 05:32 น.
  • 20:09 น. Listen

    คุก 10 ปี อดีตด.ต. จับนักธุรกิจจีนเรียกค่าไถ่ร้อยล้านปี57

     
        
          
    ที่ห้องพิจารณา  908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ก.พ.59 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีจับตัวนักธุรกิจเรียกค่าไถ่  หมายเลขดำ อ.465/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา  3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ด.ต.ศุภณัฏฐ์  ชูชัยปัญญาพงศ์ อายุ 47  ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.สน.ดอนเมือง เป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันเรียกค่าไถ่ฯ
              
    ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 58 ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนีได้ร่วมกันกระทำผิด โดยขณะที่นายเฉิน จื่อ นักธุรกิจสัญชาติจีน เชื้อชาติกัมพูชา ผู้เสียหาย เดินเข้าไปภายในโรงแรมใบหยก 2  จำเลยกับพวกอีก 1 คน ได้เข้ามาแจ้งกับผู้เสียหายโดยอ้างว่า ผู้เสียหายถูกหมายจับจากประเทศจีน จากนั้นก็เข้าช่วยกันล็อคแขนผู้เสียหาย พาขึ้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฌฎ 1867 กรุงเทพมหานคร นำตัวไปหน่วงเหนี่ยวกักขังตามสถานที่ต่าง ๆ  แล้วโทรศัพท์ติดต่อญาติขอเงินค่าไถ่จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพของผู้เสียหาย โดยมีการเจรจาต่อรองจำนวนเงินหลายครั้งสุดท้ายญาติยอมที่จะให้เงินแก่จำเลย 16 ล้านบาทและนัดส่งมอบเงินสดกันบริเวณลานจอดรถ สโมสร กองทัพบก ถ.วิภาวดีฯ แต่จำเลยก็ไม่ยอมมารับเงิน จากนั้นจำเลยได้พาผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ฝั่งประเทศกัมพูชา เหตุเพราะสื่อมวลชนเสนอข่าวคดีนี้อย่างครึกโครม จนจำเลย กับพวกหวาดกลัวจะถูกจับกุม เหตุเกิดแขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 22 พ.ย.57 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมจำเลยพียงคนเดียว ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด  
         
    ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีผู้เสียหาย และประจักษ์พยานหลายปากซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรม และ รปภ.โรงแรมใบหยก 2 เบิกความสอดคล้อง เชื่อมโยง เป็นลำดับขั้นตอนโดยปราศจากพิรุธ สามารถชี้ตัวจำเลยได้อย่างถูกต้อง 
         
    ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่า ช่วงวันเกิดเหตุ จำเลยกับบิดา และภรรยา ได้พามารดาจำเลยไปพบแพทย์ที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี  ถ.รามอินทรา นั้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับญาติเคยให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องนี้กับพนักงานสอบสวนสน.พญาไท จึงเป็นพิรุธ พยานหลักฐานจำเลยที่นำสืบมาไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ 
         
    จึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องซึ่งผิดต่อกฎหมายหลายบท  ให้ลงโทษฐานเอาตัวบุคคลอายุกว่า 15 ปีไปโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย  อุบายหลอกลวงใช้อำนาจครอบงำผิดครองธรรม  หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 วรรคแรก อันเป็นบทหนักสุด โดยจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี  
     
     
     

    วันที่โพสข่าว : 26 กพ. 2559 เวลา 20:09 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.