วันอังคารที่  31 พฤษภาคม 2559 เวลา 05:11 น.
  • 18:33 น. Listen

    "คลัง"ยอมรับปีนี้"ส่งออก"พลิกบวกยาก

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนม.ค. 2559 โดยแนวโน้มยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขยายตัวได้ดี แต่ขณะเดียวกัน ต้องติดตามการใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลตัว และการส่งออกสินค้าของไทยที่คงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และต่ำสุดในรอบ 4 ปี 2 เดือน 


    ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การส่งออกที่ขยายตัวติดลบในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงและท้าทายต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยตัวเลขที่ขยายตัวติดลบนั้น ต่ำกว่าที่ สศค.คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ สศค.ยังประเมินการส่งออกไทยปีนี้ว่า จะขยายตัวที่ 0.1% และจีดีพีขยายตัวที่ 3.7% ซึ่งจะมีการประเมินอีกครั้งในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ “ตัวเลขส่งออกที่ประกาศออกมาติดลบ 8.9% ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายการส่งออกในปีนี้ว่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ตามที่เราคาด เพราะถ้าจะให้ทั้งปีเป็นบวก การส่งออกเดือนที่เหลือของปีนี้ ต้องเป็นบวกทั้งหมด” นางสาวกุลยา กล่าว


    อย่างไรก็ดี ในแง่สัดส่วนการส่งออกของไทยในตลาดโลกเราไม่ได้ตกลงแต่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่การค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเดิมจะขยายตัวมากกว่าเศรษฐกิจ 3-4 เท่า แต่ขณะนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจกับการส่งออกอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ดังนั้น ทุกประเทศจึงมองว่า การส่งออกเป็นปัจจัยเสี่ยงและหันมาพึ่งพาเศรษฐกิจภายในกันมากขึ้น ทั้งนี้ในแง่รายได้ที่เข้ามาในประเทศนั้น สศค. คิดเฉพาะการส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูถึงรายได้ที่ได้จากการบริการ การท่องเที่ยว และรวมถึงรายได้ที่เรานำเงินไปลงทุนยังต่างประเทศด้วย โดยกรณีการลงทุนต่างประเทศของไทยขณะนี้ มีมูลค่ามากขึ้น และเป็นแนวโน้มของหลายๆ ประเทศ ซึ่งจะสร้างรายได้กลับเข้ามาในประเทศ เช่นเดียวกับการส่งออก


    สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายรัฐบาลและภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังขยายตัวได้ดี ยังต้องติดตามสถานการณ์การใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีสัญญาณชะลอลง และการส่งออกสินค้าของไทยที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนในเดือนดังกล่าว มีสัญญาณชะลอลง สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ติดลบ 1.2% ต่อปี จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่ยังคงหดตัวต่อเนื่องหรือขยายตัวติดลบ 20.5% ขณะที่การจัดเก็บแวตจากฐานการใช้จ่ายภายในประเทศขยายตัวเล็กน้อยที่ 4.1% สำหรับแวตเดือนธ.ค.2558 เพิ่มขึ้น 6.9% ขณะที่เดือยม.ค.ติดลบ 


    ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย ปรับตัวลดลงในรอบ 4 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 64.4 เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน กอปรกับราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดีปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ที่ 12.9% ต่อปี โดยเป็นการขยายตัวทั้งในเขตกรุงเทพฯ และในเขตภูมิภาค ส่วนหนึ่งจากการกระตุ้นยอดขายในช่วงปีใหม่ของผู้ประกอบการ กอปรกับเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มขึ้นมากในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เดือนมกราคม 2559 รายได้เกษตรกรที่แท้จริงหดตัวเล็กน้อยที่ติดลบ 3.5% ต่อปี


    ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ติดลบ 5.6% ต่อปี ส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีการเร่งโอนไปแล้วในช่วงเวลาก่อนหน้าก่อนที่ราคาประเมินที่ดินใหม่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2559  ขณะที่ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์กลับมาหดตัวในรอบ 2 เดือนที่ติดลบ0.3% ต่อปี และดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่หดตัวเช่นกันที่ติดลบ 6.2% ต่อปี ตามการลดลงของราคาวัสดุก่อสร้างในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ที่ปรับตัวลดลงตามราคาตลาดโลก อย่างไรก็ดี การลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนกลับมาขยายตัวที่ 2.9% ต่อปี และเมื่อหักสินค้าพิเศษ (เครื่องบิน เรือ และรถไฟ) พบว่า ขยายตัวเช่นกันที่ 4.9% ต่อปี


    สถานการณ์ด้านการคลัง สะท้อนบทบาทนโยบายการคลังในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนของรัฐบาลที่ยังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยการเบิกจ่ายงบประมาณรวมสามารถเบิกจ่ายได้ 259.9 พันล้านบาท ขยายตัว 20.5% ต่อปี ด้านการส่งออกสินค้าหดตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์ติดลบ 8.9% ต่อปี ซึ่งเป็นการหดตัวในเกือบทุกกลุ่มสินค้าส่งออก โดยเฉพาะน้ำมันและเชื้อเพลง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่ภาพรวมการส่งออกรายตลาดหดตัวเกือบทุกประเทศ โดยเฉพาะคู่ค้าหลัก ได้แก่ อาเซียน-5 ญี่ปุ่น และสหรัฐ เป็นสำคัญ แต่ตลาดส่งออกไปกลุ่มประเทศ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และ CLMV ยังขยายตัวเป็นบวก 


    สำหรับภาคการท่องเที่ยวนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนม.ค.มีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.0 ล้านคน ขยายตัวในระดับสูงที่15.0%ต่อปี โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีจากจีน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ขณะที่ รัสเซียยังคงหดตัว ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัว 2.8% ต่อปี จากข้าวเปลือกที่มีปริมาณผลผลิตออกมามากจากการเลื่อนการทำนาช่วงกลางปี 2558 และผลผลิตในกลุ่มไม้ผลที่ขยายตัวได้ดีในเกือบทุกหมวด รวมถึงดัชนีในหมวดปศุสัตว์ และประมง ที่ยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ปรับลดลงในรอบ 5 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 86.3 เนื่องจากความกังวลต่อการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ จากการเร่งใช้จ่ายในเดือนก่อนหน้า ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน


    นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวติดลบถึง 8.9% ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาว่า ต้องพิจารณาตัวเลขเป็นรายเดือน ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้เปราะบาง ไม่ได้เติบโตแบบถดถอย ดังนั้นการส่งออกของไทย ไม่น่าจะแย่ลงมากนัก และการส่งออกปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้ว และหวังว่าจะขยายตัวเป็นบวก “เศรษฐกิจโลกที่เติบโตเปราะบางนั้น ถือเป็นเรื่องที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะกระทบต่อการส่งออก ซึ่งทุกประเทศรวมถึงไทย ได้หันมาใช้นโยบายพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อทดแทนการส่งออกที่ชะลอตัว ผ่านการใช้นโยบายขาดดุล การส่งออกของไทยไปยัง กลุ่มประเทศ CLMV ยังมีอัตราการขยายตัวที่ดี”


    ส่วนการใช้นโยบายดังกล่าว จะใช้เวลานานเท่าใด จึงจะให้เศรษฐกิจภายในทดแทนการส่งออกได้ ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของนักลงทุน และการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ออกหลายมาตรการเพื่อดูแลเศรษฐกิจในประเทศ ตั้งแต่ระดับฐานราก เอสเอ็มอีและการลงทุนระยะยาว โดยเม็ดเงินที่อัดฉีดลงไปถือว่า เหมาะสมแล้ว“การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ถือว่า ตรงจุด เพราะเราได้ใส่ลงไประดับฐานราก เอสเอ็มอี และ การลงทุนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี ระดับการขาดดุลงบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ ยังถือว่า อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยอยู่ที่ไม่เกิน 3% ต่อจีดีพี”

    วันที่โพสข่าว : 26 กพ. 2559 เวลา 18:33 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.