วันจันทร์ที่  25 กรกฎาคม 2559 เวลา 01:26 น.
  • 17:24 น. Listen

    ผู้ว่าการฯสตง.ยันผลสอบราชภักดิ์ได้ข้อยุติ ไม่พบที่มาของคำว่าหัวคิว   

      
      
      
     
    กระทรวงยุติธรรม -25 ก.พ. 59 นายพิศิษฏ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) กล่าวภายหลังร่วมประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ถึงผลการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ในประเด็นการหักหัวคิว ว่า ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงมาตั้งแต่แรก แต่จากการตรวจสอบจากข้อเท็จจริง หลักฐาน และพยานบุคคลยังไม่พบข้อสังเกตที่จะชี้ให้เห็นถึงหัวคิว ซึ่งตนเข้าใจว่ามีคำถามเกี่ยวกับค่าหัวคิวว่าได้มาอย่างไร หมายถึงอะไร ดังนั้นจะกลับไปพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความกระจ่างก่อนนำเสนอข้อมูลกับศอตช.อีกครั้ง โดยจะค้นหาหลักฐานที่มาของคำว่าหัวคิว เพื่อหาคำตอบและเป็นที่ยุติ ต้องกลับไปดูก่อนว่าจะทำให้เกิดความชัดเจนได้อย่างไร ส่วนข้อสงสัย 3-4 ประเด็นที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการสั่งเพิ่มเติม และคงไม่สามารถสั่งการได้เพราะสตง.เป็นองค์กรอิสระ ไม่มีใครสั่งให้ตรวจหรือไม่ตรวจอะไรได้ ศอตช.เป็นเพียงการทำงานร่วมกันของหน่วยงานเท่านั้น
      
    ผู้สื่อข่าวถามว่าหัวคิวถูกแปลงไปเป็นค่าที่ปรึกษาใช่หรือไม่ นายพิศิษฏ์ กล่าวว่า คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือโรงหล่อทั้ง 5 แห่ง ซึ่งเป็นคนจ่ายค่าปรึกษา ในทางบัญชีการเงินค่าปรึกษาสามารถนำมาระบุเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามสภาพข้อเท็จจริง ใครที่รับเงินค่าปรึกษาไปก็ต้องไปเสียภาษีให้ถูกต้อง ใครที่จ่ายค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ต้องลงหลักฐานเพื่อประกอบการเสียภาษี ข้อเท็จจริงที่พบคือว่ามีการจ่ายเงินแน่นอน แต่เป็นการทยอยจ่าย ขอให้ใจเย็นๆ รอรับฟังการแถลงรายละเอียดที่เป็นข้อยุติจากศอตช. ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการติดต่อขอหลักฐานสตง.เพื่อนำไปตรวจสอบแล้ว ในส่วนของสตง. เรื่องดังกล่าวถือว่าได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ได้ข้อยุติแล้ว ไม่จำเป็นต้องสอบเพิ่ม และไม่มีประเด็นใดให้ต้องสอบเพิ่มเติมอีก ส่วนกรณีที่พล.อ.ไพบูลย์ ยังติดใจอาจเป็นเพราะยังไม่มีเวลาได้ดูรายละเอียดทั้งหมด หรืออาจเป็นเพราะตนยังไม่มีเวลาชี้แจงในรายละเอียดให้เข้าใจ แต่มองว่าการท้วงติงเป็นเรื่องดี เพราะทำให้สตง.ต้องกลับไปดูข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง สตง.เองก็ไม่อยากถูกมองว่าทำงานคลุมเครือ หรือช่วยใคร เพราะสตง.ไม่มีความจำเป็นต้องอุ้มใคร สตง.เป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่ออกมาระบุแต่แรกว่าเงินบริจาคก็ตรวจสอบได้
      
    นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ้เข้ามาให้ข้อมูลสตง.แล้ว เป็นการให้ข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ไม่ได้เป็นการพูดคุยแบบคนรู้จักกัน เพราะส่วนตัวไม่ได้รู้กันอยู่แล้ว มีหน้าที่ชี้แจงก็ต้องชี้แจงไป ขณะนี้ยังไม่ได้ระบุว่าใครถูกหรือผิด เพราะยังต้องรอประมวลผลร่วมกับการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)ด้วย อย่างไรก็ตาม การประชุมศอตช. ครั้งนี้เป็นการประชุมใหญ่ ไม่มีวาระเรื่องอุทยานราชภักดิ์ จึงไม่สมควรนำรายละเอียดในคดีมาเปิดเผยต่อที่ประชุม
    สำหรับพ.อ.คชชาติ บุญช่วยดี อดีตเสนาธิการ กองทัพภาค 3 และพล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ปรากฏภาพในโซเซียลว่าหลบหนีไปที่ประเทศนิวซีแลนด์นั้น ผู้ว่าการฯสตง.ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปสอบ เพราะมีข้อมูลส่วนอื่นเพียงพอที่จะสรุปผลได้

    วันที่โพสข่าว : 25 กพ. 2559 เวลา 17:24 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.