วันพฤหัสบดีที่  29 กันยายน 2559 เวลา 02:02 น.
  • 19:46 น. Listen

    ศาลปกครองไต่สวน“เจ๊ติ๋ม ไทยทีวี”ร้องคุ้มครองชั่วคราว  

     
     
     
     ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 23 ก.พ.59 เวลา 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำ 1164/2558ที่บริษัทไทยทีวี จำกัด โดย นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลประเภทช่องรายการข่าวและสาระ ได้มีคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ถูกฟ้อง ระงับการดำเนินการใดๆ ในการเรียกเก็บชำระเงิน ตามหนังสือค้ำประกัน หรือแบงก์การันตีของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนถึงที่สุด ในคดีที่ บจก.ไทยทีวี ยื่นฟ้อง กสทช. เรื่องกระทำการโดยมิชอบ ละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมาย ทำให้เกิดความเสียหาย กรณี กสทช.ละเลยต่อหน้าที่ตามที่แผนแม่บทกิจการวิทยุโทรทัศน์ กำหนด และผิดต่อ พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 ซึ่ง กสทช.ไม่ได้ดำเนินการตามแผนแม่บทที่วางไว้ ทั้งเรื่องการขยายโครงข่ายสัญญาณทีวีดิจิตอลที่ล่าช้า และการประชาสัมพันธ์
     
    ในวันนี้ นางพันธุ์ทิพา เดินทางมาพร้อมกับนายสุชาติ ชมกุล ทนายความ และคณะ ส่วนกสทช. มี น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. , นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. และ น.ส.มณีรัตน์ กำจรกิจการ ผอ.สำนักการอนุญาตการประกอบกิจการกระจายเสียง กสทช. เดินทางร่วมการไต่สวน
     
    ก่อนการไต่สวน นางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า วันนี้ ตนเชื่อมั่นใจว่าจะได้รับความยุติธรรมจากศาลปกครอง โดย กสทช.นั้น ก็ยังมี ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล รวม 9 ช่อง ที่ยื่นฟ้องอีก
     
    ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า กสทช. มีหนังสือถึงไทยทีวี ให้ปฏิบัติตามสัญญาชำระเงินกว่า 1,700 ล้านบาทแต่คดีที่ไทยทีวี ฟ้อง กสทช. ผิดสัญญายังมีข้อพิพาทยังอยู่ในชั้นศาล ซึ่งต่างฝ่ายอ้างว่าผิดสัญญา ดังนั้นการที่ กสทช. มีหนังสือมาถึงไทยทีวี จึงไม่ชอบ ไทยทีวีต้องยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ศาลระงับคำสั่งของ กสทช. ที่ให้ไทยทีวีชำระเงิน 1,700 กว่าล้านบาท ซึ่งตนยื่นยันว่าจะยังไม่จ่ายเงินจนกว่าจะมีคำพิพากษาจนถึงที่สุด
     
    ภายหลังศาลใช้เวลาไต่สวนเกือบ 3 ชั่วโมง นางพันธุ์ทิพากล่าวว่า ตนแถลงต่อศาล ว่า กสทช.ทำผิดทั้งหมด 11 ข้อเกี่ยวกับความเสียหายที่ตนได้รับอย่างร้ายแรง ซึ่งตนได้ยกเลิกสัญญาไปแล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ค.58 ทำให้ไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินในงวดที่ 2 หรืองวดต่อๆไป และ กสทช.ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปขอให้ธนาคารจ่ายแทน ตนเชื่อมั่นเสมอว่า กสทช. เป็นฝ่ายผิด อย่างไรก็ตามก็ต้องรอฟังคำสั่งของศาลอีกครั้งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
     
    ด้าน น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า วันนี้ศาลได้ถามว่า ถ้าสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้วจะกระทบกับการบริหารราชการของ กสทช.อย่างไร ซึ่งตนได้ตอบกลับไปว่าจะมีกระทบต่อการบังคับใช้กฎกติกา กระทบต่อการบริหารราชการของ กสทช.ที่จะส่งผลไปยังบริษัทอื่นๆ รวมทั้งเกี่ยวการการประมูลคลื่นโทรคมนาคม ความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ซ ซึ่งก็รอธนาคารการันตี โดยตนได้แถลงเพิ่มด้วยว่าหากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่บริษัทต่างๆ พยายามประมูลราคาไว้สูง แต่สุดท้ายไม่สามารถจ่ายเงินได้ ส่วนเรื่องที่ กสทช.ยังไม่ส่งหนังสือไปยังธนาคารนั้น ก็ได้แถลงต่อศาลว่ายังไม่ถึงขั้นที่ต้องส่งหนังสือไปยังธนาคาร แต่ส่งให้ไทยทีวีก่อนเพราะยังมีเวลาอีก 30 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 13 มี.ค.นี้ หากครบกำหนดแล้ว กสทช.จะทำหนังสือถึงธนาคารเพื่อบังคับคดีต่อไป ส่วนที่ไทยทีวี กล่าวหา กสทช.ว่าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจริงหรือไม่นั้น ตัวคดียังไม่มีการกล่าวถึง โดยวันนี้เน้นเฉพาะการคุ้มครองชั่วคราวเกี่ยวกับการยึดเงินแบงค์การันตีเท่านั้น อย่างไรก็ดีหลังจากนี้ ต้องรอฟังคำสั่งของศาลต่อไปว่าจะรับคุ้มครองชั่วคราวให้กับทีวีไทยหรือไม่
     
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ นางพันธุ์ทิพา ได้มอบหมายให้ทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.58 โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษา 1.เพิกถอนหนังสือ ของ กสทช. ผู้ถูกฟ้อง ฉบับลงวันที่ 28 พ.ค.58 เรื่องการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ งวดที่ 2 และหนังสือฉบับลงวันที่ 5 มิ.ย. 58 เรื่องการชำระค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตรายปี และฉบับลง วันที่ 22 มิ.ย.58 เรื่องการขอยกเลิก การเป็นผู้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ และใช้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ (ค่าประมูลคลื่นความถี่)
     
    2.ห้าม กสทช. ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับตามหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ลงวันที่ 10 ก.พ.57 รวม 16 ฉบับ และให้ กสทช. คืนหนังสือค้ำประกัน ของธนาคารดังกล่าวให้ บจก.ไทยทีวีด้วย 3.ขอให้ กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ทั้ง 2 ฉบับ ที่ บจก. ไทยทีวี ผู้ฟ้องได้ชำระไปแล้วเป็นเงินจำนวน 365,512,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ขอเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น และให้ กสทช. ผู้ถูกฟ้อง ชำระค่าเสียหายจำนวน 713,828,282.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป ของเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และ 4.ขอให้ศาลมีคำสั่งให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจระดับชาติ ของ กสทช. ผู้ถูกฟ้องเป็นโมฆะ พร้อมยื่นคำขอการกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวด้วย
     
    โดยศาลปกครองกลาง ได้ไต่สวนพิจารณาคำขอคุ้มครองชั่วคราวครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 ก.ค.58 แล้ว ฝ่าย บจก.ไทยทีวี พูดคุยกับ กสทช.แล้ว กสทช.ได้ยืดเวลาการออกอากาศออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมที่ต้องจอดำในวันที่ 26 ก.ค.58 โดยไทยทีวีต้องหาผู้ร่วมทุนใหม่ ส่วนเรื่องการชำระค่างวดและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตยังไม่ได้พูดถึงในรายละเอียด

    วันที่โพสข่าว : 23 กพ. 2559 เวลา 19:46 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.