วันพฤหัสบดีที่  1 กันยายน 2559 เวลา 08:47 น.
  • 21:04 น. Listen

    ศึกบอลไทยลีก2016แรงดันค่าลิขสิทธิ์พุ่ง

    นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าสายงานพาณิชย์และพัฒนาธุรกิจ บริษัททรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ทรูวิชั่นส์ เริ่มถ่ายทอดสดการแข่งขัน “ไทยพรีเมียร์ลีก” ตั้งแต่ยุคแรก เช่นเดียวกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล“พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” ซึ่งถือเป็นคอนเทนท์ที่โด่งดังภายใต้การนำเสนอของแพลตฟอร์มทรูวิชั่นส์ จากการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อและอีเวนท์มากว่า 20 ปี แต่หลังจากทรูวิชั่นส์พลาดการประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2013-2016 จึงเน้นการทำตลาดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกรายการเดียว จากเดิมแบ่งการทำตลาดเป็น 2 ลีกทั้งไทยและอังกฤษ “การมีโฟกัสเดียวที่ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาช่องทางการรับชมครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มและกลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล”


    ที่ผ่านมา ทรูวิชั่นส์ไม่เน้นทำตลาดเพย์ทีวีในสมาชิกรายเดือนกลุ่มแมส โดยทำตลาด “ฟรีวิว” แพ็คเกจดูช่องทรูวิชั่นส์ฟรีพ่วงกับบริการอื่นๆในกลุ่มทรู หลังจากนั้นเริ่มบุกเบิกตลาดเพย์ทีวีกลุ่มแมสจากแพ็คเกจ “คอนเวอร์เจนซ์”ร่วมกับบริการมือถือ อินเทอร์เน็ต และทรูวิชั่นส์ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของกลุ่มทรู ที่ทำให้ทรูวิชั่นส์เริ่มขยายสู่สมาชิกตลาดแมส ทำให้สามารถนำคอนเทนท์ไทยพรีเมียร์ ลีกกระจายเข้าสู่ผู้ชมได้กว้างขึ้นและได้รับความนิยมมากขึ้น


    กลยุทธ์การนำไทยพรีเมียร์ลีกของทรูวิชั่นส์ จะนำแมทช์สำคัญไปออกอากาศผ่านฟรีทีวีช่องทรูโฟร์ยูทุกสัปดาห์ เพื่อเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศและเป็นอีกช่องทางสร้างการรับรู้ไทยพรีเมียร์ลีกในกลุ่มแมส กระแสความนิยมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก สะท้อนได้จากราคาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2554- 2556 อยู่ที่ปีละ 200 ล้านบาท สัญญา 3 ปี มูลค่า 600 ล้านบาท จากนั้นปี 2557-2559 อยู่ที่ปีละ 600 ล้านบาท สัญญา 3 ปี มูลค่า 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 200%


    ล่าสุดทรูวิชั่นส์จ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีก (ล่าสุดเปลี่ยนชื่อเป็น ไทยลีก) และอีก 3 รายการคือลีกวัน, เอฟเอคัพ และลีกคัพ สัญญา 4 ปี ระหว่างปี 2560-2563 อยู่ที่ปีละ 1,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากสัญญาก่อนหน้า รวมมูลค่า 4 ปี อยู่ที่ 4,200 ล้านบา นายพีรธน กล่าวว่า กระแสความนิยมไทยพรีเมียร์ลีกในกลุ่มแมสที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นลีกฟุตบอลท้องถิ่นที่มีทีมฟุตบอลมาจากจังหวัดต่างๆ ทำให้มีแฟนบอลติดตามทั่วประเทศ 


    นอกจากนี้การพัฒนาของทีมฟุตบอลก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งทีมชาติไทยและระดับสโมสรที่โดดเด่นสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค การสร้างทีมฟุตบอลท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดได้ช่วยสร้างนักฟุตบอลฮีโร่ ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมวงกว้าง “องค์ประกอบของการเข้าถึงการรับชมและการพัฒนาของทีมฟุตบอลและทีมชาติ ทำให้กระแสฟุตบอลไทยขยายตัวก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ราคาลิขสิทธิ์ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”


    ทั้งนี้ราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีกที่ปรับตัวสูงขึ้น มาจากการวิเคราะห์ “มูลค่า” ของฟุตบอลรายการดังกล่าว โดยไทยพรีเมียร์ลีกได้จ้าง เซอร์ เดวิด ริชาร์ด อดีตประธานพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มาเป็นที่ปรึกษาด้านลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีก โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของโลกในการวิเคราะห์มูลค่าลิขสิทธิ์คอนเทนท์และประเมินมูลค่าค่าลิขสิทธิ์ที่เป็นมาตรฐานโลก “การเสนอค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีกสัญญาใหม่ 4 ปี ทั้งทรูวิชั่นส์และที่ปรึกษาด้านลิขสิทธิ์วิเคราะห์มูลค่าตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อร่วมกันพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้ไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป”


    นายพีรธน กล่าวอีกว่ารายได้หลักของทีมฟุตบอลรายการไทยพรีเมียร์ลีกมาจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอด ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดังนั้นมูลค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น จะถูกนำกลับไป “พัฒนาทีม” ซึ่งจะทำให้ทีมมีเงินลงทุนมากขึ้น ทั้งการพัฒนานักฟุตบอลและสนามแข่งขันให้มีมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้พัฒนาทีมได้เร็วขึ้น ขณะที่ทรูวิชั่นส์วางแผนพัฒนาการถ่ายทอดสดการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ด้วยการถ่ายทอดสดการแข่งขันทุกแมทช์ด้วยระบบความคมชัดสูง(เอชดี) ในปีนี้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเข้าถึงและการรับชมในปีนี้ “การพัฒนาคอนเทนท์ไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้รับความสนใจจากผู้ชม ทั้งฝั่งบรอดแคสเตอร์ และทีมฟุตบอลต้องร่วมมือพัฒนาการแข่งขันไปพร้อมกัน”


    การถ่ายทอดสดการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกปีที่ผ่านมาในแพลตฟอร์มทรูวิชั่นส์มีผู้ชมเฉลี่ยแมทช์ละ 2 ล้านคน ส่วนการรับผ่านทีวีดิจิทัล ช่องทรูโฟร์ยู มีเรทติ้งเฉลี่ย 3 หรือจำนวน 1.9 ล้านครัวเรือน ขณะที่เรทติ้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทางทีวีดิจิทัล อยู่ที่ 0.4-1.6 ในการถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีกปีนี้ ทรูวิชั่นส์วางเป้าหมายเรทติ้งเพิ่มขึ้น “เท่าตัว” จากการบริหารลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีกจนถึงปี 2563 วางเป้าหมายผลักดันผู้ชมไทยติดตามและเข้าถึงการแข่งขันรายการดังกล่าวสัดส่วน 50% จากปีที่ผ่านมานิด้า โพล ระบุว่ามีผู้ติดตามอยู่ที่ 29% 


    นายพีรธน กล่าวอีกว่า ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ 2016 ที่จะเริ่มในต้นเดือนมี.ค. ทรูวิชั่นส์ ได้เปิดตัวแพ็คเกจใหม่ “สนั่นบอลไทย” แบบสมาชิกรายเดือน ราคา 299 บาท รับชมการแข่งขันครบทั้ง 306 แมตช์ตลอดฤดูกาล หรือครบทั้ง 9 คู่ต่อสัปดาห์ ผ่าน 5 ช่องกีฬาของทรูวิชั่นส์ และทีวีดิจิทัล ทรูโฟร์ยู วางเป้าหมายสมาชิกใหม่ 3 แสนรายในช่วง 3 เดือน “แพ็คเกจบอลไทยรายเดือน 299 บาทถือเป็นราคาต่ำสุดที่สามารถรับชมการถ่ายทอดสดครบทุกแมทช์ จากเดิมเริ่มต้นที่ 590 บาทในสปอร์ต แฟมิลี่ แพ็คเกจ มีเป้าหมายขยายสมาชิกตลาดแมสเพิ่มขึ้นในราคาลดลงเท่าตัว”


    และปีนี้ทรูวิชั่นส์วางเป้าหมายขยายฐานสมาชิกเพย์ทีวีเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก ต่อเนื่องจากปีก่อน หรือมีจำนวน 4 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีสมาชิกจำนวน 3.1 ล้านราย โดยสัดส่วนสมาชิก 60% มาจากสมาชิกดูฟรีและแพ็คเกจคอนเวอร์เจนซ์ และ 40% จากสมาชิกรายการเดือน
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    วันที่โพสข่าว : 22 กพ. 2559 เวลา 21:04 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.