วันศุกร์ที่  9 ธันวาคม 2559 เวลา 01:13 น.
  • 13:48 น. Listen

    “ประวิตร”สั่งทุกหน่วยหารือทุกเดือน เร่งปชส.โครงการแลนด์มาร์คเจ้าพระยา

        
    รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือถึงความคืบหน้าในโครงการ ซึ่งเป็นการประชุมต่อจากคณะกรรมการฯบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ

     
    โดยผู้เกี่ยวข้องชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดว่า การอนุมัติงบประมาณในการจ้างที่ปรึกษา และประชาสัมพันธ์โครงการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะอนุกรรมการด้านการบริหารโครงการ ได้อนุมัติจัดสรรงบฯรายจ่ายประจำปี 2558 งบฯกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน 76 ล้านบาท พร้อมเซ็นสัญญา ส่วนที่เหลืออีก 56 ล้านบาท ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงบฯนั้นนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้ใช้งบฯจำนวนดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะสามารถจัดสรรได้ภายในสัปดาห์นี้
     

    ส่วนการจัดจ้างที่ปรึกษา เดิมที่ใช้วิธีคัดเลือก โดยมีผู้ยื่นเสนอตัว และผ่านการคัดเลือกเข้ามา 2 ราย แต่มีผู้ยื่นขอยกเลิก 1 ราย จึงจำเป็นต้องยกเลิกวิธีคัดเลือก เพราะอาจจะล่าช้า ไม่ประสบผล จึงได้เปลี่ยนวิธีเป็นการจ้างโดยวิธีตกลง ซึ่งได้เชิญตัวแทนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ตอบตกลง เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการต่อรองได้ในราคา 119 ล้านบาท จากงบฯกทม.ที่มี120 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติว่าจ้าง คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะอนุมัติได้ และลงนามในสัญญาภายไม่เกินสิ้นเดือนนี้ สำหรับค่าก่อสร้าง ทางกทม.ได้จัดทำคำของบฯปี 60 แล้ว กำลังอยู่ในขั้นการพิจารณาของสำนักงบฯ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีงบฯ 60
    ด้านพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จากที่เคยประสานทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มาเป็นที่ปรึกษาโครงการแล้วถูกปฏิเสธ เพราะติดด้วยข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างนั้น อยากให้เปิดโอกาสเข้ามาแสดงความเห็นผ่านคณะอนุฯด้านการออกแบบและภูมิสถาปัตย์ ที่มีปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ถ้าเขาอยากเสนออะไรก็รับไว้ให้มีช่องทาง ไม่ใช่ว่าเสนอมาแล้วได้ทั้งหมดให้พึงพอใจคงไม่ใช่
     

    “ในเรื่องของกรอบเวลา เราคาดกันว่ารัฐบาลจะอยู่ในระยะเวลาเดิม แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับท่านบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ร่างขณะนั้น เราคิดว่ามันจะผ่าน แล้วมีผลบังคับใช้ สิ่งที่เราอยากจะทำขณะนั้นก็คือ ให้ทุกอย่างจบ และลงนามในสัญญาก่อน เพื่อที่จะพ้นเรื่องข้อครหานินทาต่างๆ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป กรอบเวลาจึงมีช่องว่างมากขึ้น เราจะมีการเลือกตั้งในประมาณปี 60 กลางปี หรือปลายปีเป็นอย่างช้า แล้วแต่ขั้นตอนการดำเนินการของรัฐธรรมนูญจะเสร็จเมื่อไหร่ เราก็จะมีเวลามากขึ้น ขณะที่เรื่องงบฯ ในปี 59 ถ้าเราจะขอ ต้องขอเป็นงบฯกลางเท่านั้น เพราะมันไม่ทัน และที่ทำได้เร็วที่สุดคืองบประมาณปี 60 ที่จะทัน หรือไม่ทัน ถึงอย่างไรงบฯปี 59 อย่างเต็มที่ ในเดือนตุลาคมนี้ ถึงจะมีงบประมาณ เป็นไปตามที่เราจะเสนอกรอบระยะเวลาใหม่” รมว.มหาดไทย กล่าว


    ขณะที่ตัวแทนอนุฯด้านกฎหมาย ชี้แจงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้ร่างหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมส่งต่อให้คณะอนุฯด้านการบริหารโครงการ พิจารณากลั่นกรองกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติต่อไป ส่วนผู้บุกรุก ที่ปกติแล้วเราจะจ่ายค่าชดเชย หรือยกเว้น ก็จะนำเสนอครม.ด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงท้าย พล.อ.ประวิตร มีข้อสั่งการว่า เรื่องที่สำคัญคือการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน และการกำหนดแนวทางในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ชี้แจงแล้วว่ามี 2 ระดับ ได้แก่ ระดับล่าง คือเกี่ยวกับเรื่องของประชาชน และระดับที่เกี่ยวกับผู้ที่มีความรู้ คือพวกนักวิชาการ และนักโบราณคดี โดยมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนด เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสร้างการรับรู้ รวมถึงในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย โดยให้เร่งรัดประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และให้นำความต้องการและความเห็นที่เป็นประโยชน์มาเป็นข้อมูลในการดำเนินการให้กับฝ่ายต่างๆ


    “ในการก่อสร้างครั้งนี้ ต้องสร้างการรับรู้ให้ประชาชน ว่าทำไปทำไม ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนยังไง เราก็ได้แต่บอกว่า ให้ประชาชน ให้ประชาชน แต่การเข้าถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำอย่างไรได้บ้าง เราก็คงจะต้องใช้สถานีวิทยุโทรทัศน์ที่เรามี ช่วยในการประชาสัมพันธ์ บอกถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการ เพราะฉะนั้นด้านการประชาสัมพันธ์ต้องทำให้เยอะๆหน่อย ประชาชนจะได้รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

     
    พล.อ.ประวิตร สั่งการต่อว่า ให้อนุกรรมการฝ่ายต่างๆนั้นไปปรับปรุง และขับเคลื่อนการดำเนินการตามกรอบระยะเวลาใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบ และนำแนวทางการขับเคลื่อนของโครงการตามมติที่ประชุม ไปดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ โดยให้รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการอำนวยการให้ทราบทุกเดือน และสรุปรายงานต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ทราบด้วย “เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องมีการประชุมทุกเดือน เพื่อที่จะรายงานให้ครม.ได้รับทราบ รวมถึงให้คณะอนุกรรมการด้านการบริหารโครงการ กำกับและติดตามการดำเนินการของคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดและกรอบระยะเวลาใหม่ด้วย” รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวทิ้งท้าย
     

    รายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องจากการจัดจ้างที่ปรึกษา ทำให้กรอบระยะเวลาคลาดเคลื่อนออกไป เพราะฉะนั้นกรอบระยะเวลาใหม่ จะตั้งเป้าหมาย เริ่มจากการลงนามสัญญาจ้าง ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ เป็นอย่างช้า โดยเนื้องานของการจ้างที่ปรึกษา จะดำเนินการเสร็จสิ้นประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ ก่อนขึ้นปีงบประมาณใหม่ ซึ่งจะมีการสำรวจพื้นที่ด้านกายภาพ และการทำแผนแม่บทควบคู่กันไป นอกจากนี้ภายหลังการเซ็นสัญญาจ้างที่ปรึกษา 2 เดือน เราจะเริ่มออกแบบรายละเอียด คาดว่าจะสามารถเข้ากระบวนการประกวดราคาได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ และสามารถลงนามในสัญญาจ้างได้ในเฟสแรก และเริ่มก่อสร้างในเดือนมกราคม ปี 60 ส่วนระยะเวลาก่อสร้าง ในเบื้องต้นกำหนดไว้ 18 เดือน หลังจากลงนามสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้วในช่วงแรก จะทยอยลงนามสัญญาประกวดราคาในช่วงต่อไป ภายในงบประมาณปี 60 ส่วนในการก่อสร้างที่ทราบว่ามีผู้ต่อต้านไม่เห็นด้วยมีหลายกลุ่ม ได้จัดเสวนาหลายครั้งนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ส่งตัวแทนเข้าไปร่วมรับฟังข้อคิดเห็น หรือท้วงติง เพื่อรับมาเป็นข้อมูล นำไปศึกษา ให้เป็นไปตามที่กลุ่มคัดค้านต้องการด้วย และยังมีการติดตามผ่านสื่อต่างๆ “ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจริงๆนั้น มีจำนวนไม่เยอะ แต่กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเป็นจำนวนมากนั้น จะเป็นกลุ่มชนชั้นกลาง หรือนักวิชาการ ต่างกับโครงการคลองลาดพร้าวที่มีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวมากกว่านักวิชาการ ถ้าจะโครงการแม่น้ำเจ้าพระยา สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้ความเห็นของนักวิชาการ กับความเห็นของผู้ได้รับผลกระทบไปรวมกัน มันจะถูกหยิบยกเป็นข้ออ้างว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีนักวิชาการเข้าไปเจาะ เป็นรายบุคคล ฉะนั้นการช่วยเหลือเยียวยาต้องทำให้ชัดเจน ให้เกิดความมั่นใจ เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ไปรวมกลุ่มกับชนชั้นกลาง” รายงานข่าวระบุ
     

    วันที่โพสข่าว : 21 กพ. 2559 เวลา 13:48 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.