วันอังคารที่  31 พฤษภาคม 2559 เวลา 01:20 น.
  • 15:11 น. Listen

    "ธนารักษ์"เล็งปรับค่าเช่าที่เชิงพาณิชย์

     
    นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมปรับราคาค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับราคาประเมินที่ดินใหม่และราคาตลาด จากปัจจุบันอัตราค่าเช่าดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมานาน โดยขณะนี้ ได้สั่งการให้ธนารักษ์พื้นที่ทั่วประเทศเร่งสำรวจว่า มีสัญญาเช่าที่ราชพัสดุจำนวนเท่าใดที่ใกล้จะครบกำหนดการเช่า เพื่อนำมาเตรียมปรับราคาให้เป็นไปตามราคาตลาด คาดว่า ภายในเดือนก.พ.นี้ จะได้ข้อสรุป
    ปัจจุบัน กรมธนารักษ์ได้เปิดให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป เอกชน และรัฐวิสาหกิจ เช่าที่ราชพัสดุเป็นจำนวนกว่า 1 แสนสัญญา ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นการเช่าโดยเกษตรกรและประชาชนทั่วไป มีประมาณ 30 สัญญาที่เช่าโดยรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน
    ทั้งนี้ กรมฯได้วางแผนการพัฒนาที่ราชพัสดุระยะ 5 ปี (2559-2563)ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มปีละ 1 หมื่นล้านบาท โดยการปรับราคาค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ให้เป็นราคาตลาดนั้น เป็นหนึ่งในแผนพัฒนา ประเมินรายได้จากการเช่าที่ราชพัสดุของกรมฯจะเพิ่มขึ้นราว 25% ปัจจุบัน กรมธนารักษ์มีรายได้ประมาณปีละ 5 พันล้านบาท ในจำนวนนี้ประมาณ 4 พันล้านบาท เป็นรายได้จากการให้เช่าที่ราชพัสดุ
    สำหรับการให้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อทำกินหรือที่อยู่อาศัย กรมฯจะไม่ยังมีการปรับอัตราค่าเช่า โดยอัตราค่าเช่าต่ำสุดยังอยู่ที่ 25 สตางค์ต่อตารางวาต่อปี เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
    “เรามีที่ดินให้เอกชนเช่าอยู่จำนวนมาก แต่พบว่า ราคาให้เช่าอยู่ในระดับต่ำ โดยบางพื้นที่เช่าในอัตราที่อยู่อาศัย แต่นำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ หรือ บางพื้นที่ เช่น พื้นที่บริเวณสาธรจำนวน 3 ไร่ ปัจจุบันค่าเช่าอยู่ในหลักหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น ทั้งนี้ หากจะประเมินรายได้จากการให้เช่าเชิงพาณิชย์ตามราคาตลาดในพื้นที่ที่เรามีอยู่ กรมฯควรจะมีรายได้หลัก4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี”
    เขากล่าวด้วยว่า ในปีนี้กรมฯได้ออกมาตรการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เช่าที่ดินราชพัสดุประสบปัญหาภัยแล้งที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้มีการประกาศเป็นเขตภัยแล้งจำนวน 9 จังหวัด 31 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เชียงราย มหาสารคาม สระแก้ว นครราชสีมา นครพนม อุตรดิตถ์ พะเยา และเชียงใหม่
    โดยมาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ 1.กรณีประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเน้นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้งไม่สามารถประกอบการเกษตรหรือหากพืชผลได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยแล้ง โดยเมื่อจังหวัดประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว หากมีผู้เช่าที่ราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตรอยู่ในที่ราชพัสดุที่ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติภัยแล้ง กรมธนารักษ์จะยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นเวลา 1 ปี (ปีที่ประสบภัย) และกรณีที่ผู้เช่าได้ชำระค่าเช่าที่ดินราชพัสดุไปแล้วสามารถนำค่าเช่าดังกล่าวไปเป็นค่าเช่าในปีถัดไปได้ 
    2.กรณีที่มีฐานะยากจน ซึ่งเน้นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีฐานะยากจน กรมฯก็ได้มีมาตรการยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าปี พ.ศ. 2559 เป็นเวลา 1 ปี ทั่วประเทศ และหากผู้เช่าที่ได้รับความเดือนร้อนมีการค้างชำระค่าเช่าก็ให้จังหวัดพิจารณายกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าที่ค้างชำระเช่นกัน คาดว่า ทั้ง 2 กรณีทำให้กรมฯสูญเสียรายได้กว่า 100 ล้านบาท
    สำหรับการบูรณาการการแก้ปัญหา กรณีผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีฐานะยากจนให้สามารถบรรเทาความเดือนร้อนที่จะเกิดขึ้นมีความครอบคลุมต่อผู้เช่าที่ดินราชพัสดุมากที่สุด จึงมีความร่วมมือกันระหว่างกรมธนารักษ์ และจังหวัดตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาเพื่อความรอบคอบ โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นต้น เพื่อตรวจสอบและพิจารณากำหนดคุณสมบัติของผู้เช่าที่ดินราชพัสดุที่มีฐานะยากจนที่จะได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว 
    : กรุงเทพธุรกิจ
     

    วันที่โพสข่าว : 19 กพ. 2559 เวลา 15:11 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.