วันอาทิตย์ที่  2 ตุลาคม 2559 เวลา 00:29 น.
  • 20:13 น. Listen

      สนธิกำลังกว่า 380 นายตรวจค้น 10 จุดภูเก็ตปราบมาเฟีย

    สนธิกำลังกว่า 380 นายตรวจค้น 10 จุดภูเก็ตปราบมาเฟีย
    สนธิกำลังกว่า 380 นายตรวจค้น 10 จุดภูเก็ตปราบมาเฟีย
    เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 กุมภาพันธ์ บริเวณกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จำนวน 11 กองบังคับการ อาทิ กองบังคับการกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ปอท.ปคม. เป็นต้น รวมกว่า 380 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังนำหมายศาลเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายหลัก 10 จุด มีทั้งบ้านของนักการเมืองท้องถิ่นและนักธุรกิจ โดยดำเนินการพร้อมกัน ทั้ง 3 อำเภอได้แก่ อ.เมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้ ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ดำเนินการตามยุทธการ “ไพร่ฟ้าหน้าใส จังหวัดภูเก็ต” เพื่อดำเนินการกำจัด-ต่อต้าน –ระงับยับยั้งหรือควบคุมอาชญากรรมต่างๆ ทุกรูปแบบ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อันเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และเพื่อเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว โดยดำเนินการพร้อมกัน 3 จุดทั่วประเทศ คือ เชียงใหม่ พัทยาและภูเก็ต เบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสามารถจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวจะดำเนินการไปจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้
    พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยการสนธิกำลังลงพื้นที่ตามปฎิบัติการ ไพร่ฟ้าหน้าใส จังหวัดภูเก็ต ว่าเนื่องจากปัจจุบันภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญและทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก สภาพสังคมจึงมีการการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการพัฒนาในด้านต่างๆ รวมถึงการมีเหล่ามิจฉาชีพและกลุ่มอาชญากรรมเข้ามาแฝงตัว และกระทำความผิดในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางที่มีภารกิจหลักในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงกำหนดแผนยุทธการ ไพร่ฟ้าหน้าใส จังหวัดภูเก็ตขึ้น โดยบูรณาการทุกหน่วยงานในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวม 11 กองบังคับการ ลงพื้นที่ปิดล้อมตรวจค้น ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาชญากรรมข้ามชาติ ในระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์นี้
    อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการปฏิบัติงานในวันนี้ (18 ก.พ.) สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 58 คน และของกลาง ประกอบด้วยกัญชาแห้ง น้ำหนัก 3.01 กรัม และกัญชาอัดผสมยาเส้นน้ำประมาณ 5.16 กรัม ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต” จำนวน 1 ราย, ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตามความผิดสำคัญ รวม 14 คน ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เพื่อการตรวจสอบ จำนวน 8 กระบอกพร้อมกระสุน, บุคคลต่างด้าวปฏิบัติหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต 4 ราย,ความผิดที่เกี่ยวกับใบอนุญาตการใช้เจ็ตสกี จำนวน 28 ราย, ความผิดตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 3 ราย, ความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด จำนวน 4 ราย,ความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร ยา เครื่องสำอาง และพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท จำนวน 4 ราย พร้อมของกลางประมาณ 15,000 รายการ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบเต้นรถมือสองยึดรถหรู 2 คันที่ไม่ติดฉลาก 18 รายการในตัวรถตามกฎหมายนำมาตรวจสอบที่มาที่ไป และยังได้จับกุมแกงค์หมวกกันน็อคเก็บดอกเบี้ยเงินกู้รายวันโดยผิดกฎหมายด้วย
     

    วันที่โพสข่าว : 18 กพ. 2559 เวลา 20:13 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.