วันศุกร์ที่  26 สิงหาคม 2559 เวลา 13:42 น.
  • 19:24 น. Listen

    นายกฯ พอใจภาพรวมประชุมสุดยอดอาเซียน      

       
       
      
    เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ว่า การจัดประชุมครั้งนี้เป็นรูปแบบเป็นกันเอง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐได้เชิญมาประชุมเป็นครั้งแรก หลังจากอาเซียนเป็นประชาคม นอกจากสหรัฐแล้วต่อไปจะมีการประชุมอาเซียน-รัสเซีย และอาเซียน-จีน ซึ่งการประชุมครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งมีซีอีโอขิงผู้ประกอบการสกรัฐมาแนะนำถึงเรื่องการพัฒนาประเทศให้เติบโตทางด้านเทคโนโลยี ส่วนช่วงที่ 2 เป็นการพูดคุยในระหว่างรับประทานอาหารค่ำ ซึ่งได้พูดถึงเรื่องภูมิภาคที่มีการหยิบยกถึงปัญหาของอาเซียนในปัจจุบันมาหารือเช่นทะเลจีนใต้บทบาทของสหรัฐต่อสถาปัตยกรรมในภูมิภาค บทบาทของจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือ EAS ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี สำหรับช่วงที่ 3 เน้นเรื่องความมั่นคงและการรักษาสันติภาพ ซึ่งมีเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง คือความท้าทายข้ามชาติ ด้านสาธารณสุข การค้ามนุษย์ประเด็นทางทะเล การก่อการร้าย ซึ่งทั้ง 3 การประชุมได้กล่าวในนามประเทศและอาเซียนว่าจะร่วมมือกันโดยมีสหรัฐเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ต้องสนับสนุนอาเซียนให้ความเข้มแข็ง พร้อมเสนอว่าการจะทำอะไรก็ตามให้คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละประเทศด้วย แต่ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าการเกษตรจึงได้เสนอดูแลราคาสินค้าและพืชผลทางการเกษตรด้วย
     
    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการเจริญเติบโตทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านมี่จะมีการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหลายอย่างที่ได้พูดในที่ประชุมก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการ สำหรับมิติความมั่นคงต่างเห็นตรงกันว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพราะปัญหาต่างๆจะเชื่อมโยงถึงกัน เช่น ปัญหาก่อการร้าย ปัญหาความปลอดภัยในการเดินเรือทะเล ซึ่งเราจะต้องแก้ปัญหาโดยสันติวิธีใช้การเจรจาเป็นหลัก บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือด้านต่างๆ กับประเทศมหาอำนาจ
     
    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เสนอในที่ประชุมเกี่ยวกับประเด็นการก่อการร้ายต้องคำนึงถึงต้นทางกลางทางและปลายทาง ต้องร่วมกันป้องกัน ซึ่งในฐานะที่เป็นประเทศกลางทางจะกำชับเรื่องเส้นทางข้ามแดน ทั้งนี้การเปิดประชาคมอาเซียนจะทำให้มีผู้เข้า-ออกมากขึ้น จึงต้องมีวิธีป้องกัน เช่น การอนุมัติงบประมาณซื้อเครื่องตรวจสอบบุคคลเข้า-ออก และเป็นการเพิ่มมาตรฐาน ส่วนการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไทยได้เร่งรัดปราบปรามเรื่องหนังสือเดินทางปลอม และแก้ปัญหาการใช้ไทยเป็นพื้นที่พักคอยของขบวนการค้ามนุษย์
     
    เมื่อถามถึงเรื่องการที่เราเป็นประเทศกลางทาง น่าจะเข้าใจมากขึ้น ผู้มาทำผิดประเทศไทยต้องยึดกฎหมายไทย รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศหากในกรณีนั้น มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกัน แต่ที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศไม่สอดคล้องกัน ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนผู้นำประเทศต่างๆเข้าไทยหรือไม่นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าในเรื่องดังกล่าวต้องดำเนินการตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อพิสูจน์สัญชาติแล้ว หากไม่สามารถส่งไปตามความต้องการได้
    “ที่ผ่านมาที่จับกุมได้ก็มีหลายกลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีความผิดและเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายคนเข้าเมือง และส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่มีหมายเรียกหรือหมายจับ และพิสูจน์สัญชาติแล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว
     
    ส่วนกรณีที่ผู้ถูกดำเนินคดีต้องการให้ส่งไปประเทศที่ตัวเองต้องการนั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นแหล่งซ่องสุมเป็นประเทศกลางทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มค้ามนุษย์ขบวนการอพยพโดยไม่ปกติซึ่งต้องให้รอบคอบไม่ใช่มนุษย์สิทธิมนุษยชน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
      

    วันที่โพสข่าว : 17 กพ. 2559 เวลา 19:24 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.