วันเสาร์ที่  25 มิถุนายน 2559 เวลา 05:00 น.
  • 16:24 น. Listen

    คลังชี้สภาพคล่องสูง 1.2 ล้านล้าน

    "คลัง" ชี้สภาพคล่องในตลาดเงินสูง 1.2 ล้านล้านบาท ยันไม่ปิดกั้นต่างชาติออกบาทบอนด์ พบสัญญาณการเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ดี โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณสบน.กู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุลการคลังไปแล้ว 2.65 แสนล้าน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 700% สะท้อนการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาล
    นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ไม่มีนโยบายปิดกั้นการออกบาทบอนด์ในประเทศ โดยขณะนี้ สภาพคล่องถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารหนี้สาธารณะที่มีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานว่า สภาพคล่องในระบบการเงินของประเทศมีสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท
    “เรายังเปิดให้ต่างชาติมาออกบาทบอนด์ในประเทศได้ โดยการอนุมัตินั้น จะผ่านคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องดังกล่าว ซึ่งเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง โดยแบงก์ชาติก็รายงานว่า สภาพคล่องการเงินในระบบเรามีสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท หากหักเงินที่เรามีแผนจะกู้ใหม่ในปีงบประมาณ 2559 จำนวนประมาณ 6 แสนล้านบาทแล้ว สภาพคล่องเราก็ยังเหลือประมาณ 6 แสนล้านบาท”
    สำหรับแผนการกู้และการเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สบน.พบว่า การเบิกจ่ายยังเป็นไปตามเป้าหมายผ่านการกู้เงินจากสภาพคล่องในประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะในปีนี้ การลงทุนจะเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมที่ก่อนหน้านี้มักจะมีความล่าช้าในการเบิกจ่าย แต่ขณะนี้มีสัญญาณการเบิกจ่ายที่ดีขึ้น โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ได้
    ในช่วงต้นปีงบประมาณถึงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา สบน.ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณไปแล้ว 2.65 แสนล้านบาท ยังเหลือวงเงิน 1.3 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 700% เนื่องจากส่วนราชการได้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุน ขณะที่รายได้ของรัฐบาลอาจจะยังไม่เข้ามา ทำให้ สบน. ต้องกู้เงินมารองรับการใช้จ่าย
    “ก่อนที่กฎหมายงบประมาณปี 2559 จะออกมามีผลบังคับใช้ รัฐบาลได้ขอให้ส่วนราชการเร่งวางแผนการเบิกจ่าย เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันที เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ดังนั้นไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ส่วนราชการจึงได้วางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้า ทำให้ความต้องการใช้เงินเร่งตัวมากขึ้น เราก็ต้องกู้มารองรับ”
    สำหรับสถานะหนี้สาธารณะคงค้าง ณ 31ธ.ค.2558 มีจำนวน 6,005,124.74 ล้านบาท หรือคิดเป็น 44.36% ของจีดีพี โดยจีดีพีปี 2558 เท่ากับ 13,537 พันล้านบาท และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้นสุทธิ 29,358.39 ล้านบาท 
    การเปลี่ยนแปลงของหนี้สาธารณะมีรายละเอียด ดังนี้หนี้ของรัฐบาล 4,410,377.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,365.41 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,045,048,.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323.44 ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน 532,268.78 ล้านบาท หนี้หน่วยงานของรัฐ 17,430.88 ล้านบาทลดลง 127.19 ล้านบาท 
    หนี้สาธารณะดังกล่าว แบ่งเป็นหนี้ในประเทศ 5,654,978.88 ล้านบาท หรือ 94.17% และหนี้ต่างประเทศ 350,145.86 ล้านบาท (ประมาณ 9,939.76 ล้านดอลลาร์) หรือ 5.83% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด และแบ่งเป็นหนี้ระยะยาว 5,663,025.25 ล้านบาท หรือ 94.30% และหนี้ระยะสั้น 342,099.49 ล้านบาท หรือ 5.70% ของหนี้สาธารณะคงค้างทั้งหมด
     

    วันที่โพสข่าว : 15 กพ. 2559 เวลา 16:24 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.