วันอาทิตย์ที่  29 พฤษภาคม 2559 เวลา 07:02 น.
  • 07:22 น. Listen

    เปิดพ.ร.บ.โทษประชามติ"ป่วน" ติดคุก-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

     


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมกกต.วันที่ 16 ก.พ. 2559 นอกจากจะรับทราบที่ผลการหารือร่วมระหว่างกกต. และรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วจะพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มเติมหรือปรับแก้ลักษณะความผิด และช่องทางการกระทำผิดที่จะมีโทษทางอาญา ในร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่กกต.ได้ยกร่างเสร็จแล้วหรือไม่ รวมทั้งจะมีการปรับเป็นร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีความเห็นในชั้นหารือร่วมกัน หรือเสนอเป็นร่างกฎหมายแล้วให้รัฐบาลไปพิจารณาเองว่าจะตราเป็นพ.ร.บ.หรือพ.ร.ก

     
    ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติฯที่กกต.ยกร่างเสร็จสิ้นมีทั้งสิ้น 16 มาตรา ประธานกกต.เป็นผู้รักษาการ ลักษณะความผิดที่มีการกำหนดนั้นส่วนใหญ่จะเหมือนพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 50 ประกอบด้วย หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงฯตั้งแต่กกต.จนถึงผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานออกเสียงจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ ขัดขวางมิให้เป็นไปตามกฎหมาย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางทำให้การออกเสียงไม่สุจริต เที่ยงธรรม มีโทษปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาท-สองแสนบาท จำคุก1-10 ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี แต่ถ้าปฏิบัติโดยสุจริต ก็ได้รับการคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา อย่างไรก็ตามกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงฝ่าฝืนกฎหมาย กกต.มีอำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นยุติหรือระงับการกระทำที่เห็นว่าอาจทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้


    ขณะที่ผู้ใดขัดขวางเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเสียงทุกระดับมิให้ปฏิบัติตามประกาศกกต. มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าการขัดขวางเป็นการ ขู่เข็ญ ใช้กำลัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นเดียวกับผู้บังคับบัญชา นายจ้าง ถ้า ขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้ความสะดวกพอสมควรต่อการไปใช้สิทธิออกเสียงของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง ก็ต้องรับโทษในอัตราเดียวกัน
     

    ส่วนผู้ทำลายบัตรที่มีไว้การออกเสียงโดยไม่มีอำนาจ หรือทำให้ชำรุด เสียหาย ทำบัตรเสียให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หากผู้กระทำเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการอออกเสียงมีโทษหนักขึ้น จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท สำหรับระหว่างเปิดการลงคะแนนออกเสียง ผู้ใดรู้อยู้แล้วไม่มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้น ผู้ที่ใช้นำบัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรออกเสียง หรือนำบัตรออกเสียงฯออกจากที่ออกเสียง ทำเครื่องหมายใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่าเป็นบัตรออกเสียงฯของตน ใช้อุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงฯที่ตนลงคะแนนออกเสียงแล้ว ขัดคำสั่งกรรมการประจำหน่วยที่สั่งให้ออกไปจากที่ออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำและปรับ และหากนำบัตรออกเสียงใส่หีบบัตรโดยไม่มีอำนาจ กระทำการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียงผิดไปจากความจริง กระทำการให้บัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความเป็นจริง ขัดขวาง หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไปยังที่ออกเสียง ก่อความวุ่นวายในที่ออกเสียง กระทำการรบกวนหรือเป็นอุปสรรคแก่การออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท

     
    ส่วนผู้ใดก่อความวุ่นวายไม่ให้การออกเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้เสนอให้สัญญาว่าจะให้ จัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ให้ไปออกเสียง ใช้หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทำให้สำคัญผิดในวันเวลาที่ออกเสียง วิธีการลงคะแนนออกเสียง เปิดทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ ทำให้สูญหาย ไร้ประโยชน์ นำไป หรือขัดขวางส่งหีบบัตรออกเสียง บัตรออกเสียง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกินสองแสนบาท และหากเล่น จัดให้มีการพนันอันมีผลจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง เรียก หรือ รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนและผู้อื่นเพื่อไม่ไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง5 ปี
     

    นอกจากนี้กำหนดห้ามขาย จำหน่าุย จ่ายแจก จัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตออกเสียงระหว่างเวลา 18.00 น.ของวันก่อนออกเสียง จนสิ้นสุดวันออกเสียง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามผู้ใดจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิไปหรือกลับจากที่ออกเสียงโดยไม่เสียค่าโดยสาร ค่าจ้างตามปกติ รวมถ้าจูงใจ ควบคุมให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง มีโทษจำคุก1-5 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5ปี แต่บทบัญญัตินี้ยกเว้นกับหน่วยงานของรัฐที่จัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง และห้ามเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียง 7 วันก่อนการออกเสียงจนถึงเวลาสิ้นสุดการออกเสียงในวันออกเสียง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีกรรมการประจำหน่วยออกเสียง ถ้าจงใจนับบัตรออกเสียง คะแนนออกเสียง อ่านบัตรเสียง รวมคะแนนออกเสียง ผิดไปจากความจริง หรือทำให้บัตรออกเสียง ชำรุด เสียหาย และทำรายงานการออกเสียงไม่ตรงกับความจริง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาทแต่ส่วนที่มีการกำหนดเพิ่มชัดเจนกว่าร่างกฎหมายปี 50 คือมีการกำหนดให้ผู้ใดเผยแพร่ ข้อความ ภาพ เสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม ข่มขู่ หรือลักษณะอื่นใดโดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ที่กระทำผิดทั้งก่อความวุ่นวายฯ ให้ สัญญาว่าจะให้ หลอกลวง บังคับขู่เข็ญ จนทำให้ต้องมีการออกเสียงประชามติใหม่ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติใหม่ด้วย แต่กรณีผู้ที่รับเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเอง หรือผู้อื่น แล้วมาแจ้งต่อกกต.ก่อนหรือในวันออกเสียงไม่ต้องรับโทษและไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

     
    “รองนายกวิษณุ ยกเป็นข้อสังเกตในหารือว่า การรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจใช้วิธีใส่ร้าย บิดเบือน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะกระทำผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ขอให้กกต.ไปกำหนดความผิดให้ครอบคลุมการกระทำเหล่านี้รวมถึงความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ที่กกต.ยกร่าง ก็กำหนดความผิดที่กระทำผ่าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการใช้คำว่า “ช่องทางอื่น” น่ากว้างขวางเพียงพอแล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมกกต.พิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้แม้ยกฐานความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกประชามติเมื่อปี 2550 และความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งส.ส.มาบัญญัติไว้ แต่ถือว่ามีความรุนแรงกว่า เพราะมีการกำหนดให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติใหม่ ในความผิดเกี่ยวกับการก่อความวุ่นวายไม่ให้การออกเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ประเภทความผิดกำหนดไว้กว้าง นอกเหนือจากโทษจำคุกและโทษปรับ อีกทั้งในบางความผิดที่มีโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งฝ่ายการเมืองที่จะรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องระมัดระวัง เพราะ หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านมีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้ไม่สิทธิสมัครรับเลือกตั้งอีกตลอดชีวิต และถ้าความผิดนั้นถูกพิสูจน์ว่าพรรคการเมืองรู้เห็นเกี่ยวข้องก็ก็มีสิทธินำไปสู่การถูกยุบพรรคได้อีกด้วย” แหล่งข่าวกกต.ระบุ
     

    วันที่โพสข่าว : 15 กพ. 2559 เวลา 07:22 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.