วันอาทิตย์ที่  26 มิถุนายน 2559 เวลา 15:08 น.
  • 15:09 น. Listen

    ตร.ภูเก็ตรวบ3เครือข่ายค้ายาใต้ สั่งจากชายแดนภาคเหนือ

    เมื่อเวลา10.00น.วันที่14 กุมภาพันธ์2559ที่บริเวณชั้น1กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ และพ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว. ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด ประกอบด้วย1.นายธันวาหรือวา แซ่ขอ อายุ39ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสจำนวน6ถุง น้ำหนักรวม41.81กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ชนิดกลมแบนสีชมพูประทับตัวอักษรwy 6ถุง จำนวน630เม็ดและอาวุธปืนพกสั้น แบบลูกโม่ ขนาด .38ยี่ห้อสมิทแอนด์ เวสสัน ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนจำนวน16นัด โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ไอซ์และยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่หน้าแมนชั่นแห่งหนึ่งใกล้กับสี่แยกปฏิพัทธิ์-กระบี่ อ.เมืองภูเก็ต
    2.นายบำรุงหรือดำ ดีแก้ว อายุ31ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ และ3.นายซอละห์หรือโก๊ะ เพ็งหวัง อายุ27ปี ชาวจังหวัดสงขลา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ไอซ์) ชนิดเกล็ดใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน43ถุง น้ำหนักรวม73.91กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ชนิดเม็ดกลมแบนสีชมพูประทับตัวอักษรwy 72ถุง จำนวน14,492เม็ด และอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อซีแซต ขนาด9ม.ม.หมายเลขทะเบียนปืน พล01/4100724หมายเลขประจำปืน6980อาร์ พร้อมซองบรรจุกระสุนปืน (แม็กกาซีน) จำนวน1กระบอก และกระสุนปืนจำนวน29นัด โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังกล่าวหานายซอละห์หรือโก๊ะ เพ็งหวัง ว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมนายบำรุงหรือดำ ดีแก้ว ได้ที่บริเวณลานจอดรถแมนชั่นแห่งหนึ่งใกล้กับสี่แยกปฏิพัทธิ์-กระบี่ อ. เมืองภูเก็ต และจับกุมนายซอละห์ หรือโก๊ะ เพ็งหวัง ได้ที่หน้าโรงเรียนคลองพน อ.คลองท่อม จ.กระบี่
    พ.ต.อ.สมคิด บุญรัตน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวถึงพฤติการณ์จับกุมว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ให้ดำเนินการกวาดล้างจับกุมยาเสพติด จึงได้ทำการสืบสวนเพื่อค้นหาขบวนการค้ายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นกระบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของภาคใต้ โดยมีการแบ่งงานกันทำและมีผู้สั่งการ คือ นายอุสมาน หรือมัง จินตรา ผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำแห่งหนึ่งในพื้นที่ สามจังหวัดภาคใต้ โดยจะสั่งซื้อยาเสพติดจากนายหมู (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่ที่ ต.ท่าขี้เหล็ก แนวเขตชายแดนไทยฝั่ง อ.แม่สาย จ.เชียงราย และสั่งเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดสงขลากับ3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะโทรศัพท์สั่งจากนายหมู และนายหมูจะติดต่อทีมงานขนยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คือ นายบำรุงหรือดำ ดีแก้ว เป็นผู้เดินทางขนยาและนายอุสมานหรือมัง ติดต่อสั่งการให้นายซอละห์หรือโก๊ะเพ็งหวัง เป็นผู้รับยาหรือเอเย่นต์ คอยรับยา เพื่อไปจำหน่ายให้กับลูกค้ารายอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
    สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ด้วยทางชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สืบทราบว่าเมื่อวันที่2กุมภาพันธ์2559ที่ผ่านมา นายอุสมานหรือมัง ได้โทรศัพท์ติดต่อสั่งยาเสพติดจากนายหมู ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงดังกล่าว จำนวน100,000เม็ด เมื่อได้รับออเดอร์ นายหมูได้ติดต่อให้นายบำรุงหรือดำขึ้นไปรับยาเสพติด ซึ่งได้ตอบตกลง พร้อมเดินทางด้วยเครื่องบิน ไปกับนางสาวอ้อม (นามสมมติ) และนายเฟิร์ส (นามสมมุติ) รวม3คน เพื่อไปรับยาตามคำสั่งของนายหมู เมื่อเดินทางไปถึง จ.เชียงราย ได้พบกับนายหมูและทีมงาน คือ นายซอละห์หรือโก๊ะ เพ็งหวัง โดยทำข้อตกลงเรื่องการว่าจ้าง โดยมีวิธีการการ คือ นายบำรุงหรือดำ จะได้ค่าจ้างเป็นเงิน8แสนบาท แต่จะต้องวางตัวนายเฟิร์สไว้เป็นประกันกับนายซอละห์หรือโก๊ะ เมื่อส่งยาเสพติดเรียบร้อยแล้วจะได้รับการปล่อยตัวขณะเดียวกันนายซอละห์หรือโก๊ะ ได้สั่งยาเสพติดจากนายหมูเป็นจำนวน100,000เม็ด ในราคามัดละ100,500บาท
     โดยจะส่งยาเสพติดให้นายซอละห์หรือโก๊ะ โดยยังไม่มีเงินมัดจำแต่ต้องมอบบุคคลไว้เป็นตัวประกัน เมื่อชำระเงินแล้วตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัว ซึ่งได้ตอบรับตกลงและมอบตัวนางสาวนาและนางสาวยะห์ ที่พามาด้วย พร้อมนัดแนะกัน สถานที่รับยาเสพติด ต่อมาเวลาประมาณ4นาฬิกาวันถัดมา นายหมูได้โทรศัพท์ติดต่อให้นายบำรุงหรือดำไปรับยาเสพติดที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร จ.เชียงราย เมื่อได้รับยาแล้วก็ได้นำยาเสพติดมาทางรถโดยสารประจำทางและรถไฟจนมาถึง จ.สงขลา และมอบให้นายซอละห์หรือโก๊ะ โดยได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าจำนวน10,000เม็ด และนายบำรุงได้รับตัวนายเฟิร์สเดินทางกลับมาพร้อมยาบ้า 
    โดยนำส่วนหนึ่งไปซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ จ.กระบี่ และอีกส่วนหนึ่งนำมาจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จากนั้นก็ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ที่ จ.กระบี่ และสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมนายซอละห์หรือโก๊ะได้ ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการนำหญิงสาวไปเป็นตัวประกันสองคนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้สืบสวนข้อเท็จจริงต่อไปว่าเป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่ เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือต่อไป
     

    วันที่โพสข่าว : 14 กพ. 2559 เวลา 15:09 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.