วันศุกร์ที่  26 สิงหาคม 2559 เวลา 10:09 น.
  • 16:34 น. Listen

    รวบหนุ่มยูเครนแก๊งสกิมเมอร์ พร้อมบัตรเอทีเอ็มปลอม 40 ใบ

    เมื่อเวลา 14.30น. วันที่ 12 ก.พ. 59 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม แถลงข่าวการจับกุมตัวนายโรมาน โพม่า ไฮโกะ (Mr. Roman Pomah Heiko) อายุ 24 ปี สัญชาติยูเครน พร้อมของกลางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมแปลงจำนวน 40 ใบ กระดาษจดรหัสจำนวน 1 แผ่น โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมอันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ในการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สามารถจับกุมได้บริเวณเครื่องกดเงินอัตโนมัติ ธนาคารกสิกรไทย ซอยลาดพร้าว 64 ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ


    พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยว่ามีชาวต่างชาติ มีพฤติการณ์เป็นแก๊งสกิมเมอร์บัตรเอทีเอ็ม หรือคัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ในจ.ลำปาง และกระบี่ หลังจากนั้นจะทำการตระเวนใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมถอนเงินจากเครื่องกดเงินอัตโนมัติในเขตกรุงเทพมหานคร หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางกำลังสังเกตการณ์ในจุดต่างๆ จนกระทั่งพบชายชาวต่างชาติลักษณะตรงกับบุคคลตามภาพวงจรปิดมาใช้เครื่องกดเงินอัตโนมัติของธนาคารกสิกรไทย ภายในซอยลาดพร้าว 64 ใกล้กับตลาดนัด ในลักษณะใช้เครื่องกดเงินอัตโนมัตินานผิดปกติราว 10 นาที โดยใช้บัตรหลายใบ ภายหลังที่ใช้บริการเครื่องกดเงินอัตโนมัติเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งผู้ต้องหาแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ว่าไม่มีหนังสือเดินทาง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นตัว ผลการตรวจค้นภายในตัวพบบัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนทั้งสิ้น 40 ใบพร้อมด้วยกระดาษจดรหัส ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าขวา และภายในซองบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาและเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและตรวจสอบจากธนาคาร มาทำการตรวจสอบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ผลปรากฏว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดจำนวน 40 ใบ เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นไว้แล้ว โดยเป็นบัตรของธนาคารกรุงไทย 1 ใบ และที่เหลือเป็นบัตรของธนาคารอื่น ทั้งธนาคารในประเทศไทยและธนาคารในต่างประเทศ


    พล.ต.ท.ฐิติราช เปิดเผยอีกว่า จากการซักถามผู้ต้องหาให้การว่า ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยพร้อมเพื่อนหนึ่งรายชื่อ วิคเตอร์ โดยตั้งใจมาทำการกดเงินจากเครื่องกดเงินอัตโนมัติ โดยก่อนเดินทางมาประเทศไทยได้รู้จักกับเพื่อนรายหนึ่งซึ่งแนะนำว่าสามารถหาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมพร้อมรหัสให้ตนได้ทำให้ตนสนใจ จากนั้นเพื่อนคนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาตกลงกับตนว่าจะขายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงข้อมูลแล้วจำนวน 80 ใบ พร้อมรหัส ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงตกลงและได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ หลังจากนั้นตนจึงได้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 80 ใบ ทางไปรษณีย์ และได้เดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วจึงได้ออกทำการกดเงินบริเวณลาดพร้าวและบางกะปิ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด และเคยเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยในลักษณะดังกล่าวนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    วันที่โพสข่าว : 12 กพ. 2559 เวลา 16:34 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!