วันศุกร์ที่  27 พฤษภาคม 2559 เวลา 07:17 น.
  • 12:50 น. Listen

    NARIT ยืนยันพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งแรกของโลก

    เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้มีการแถลงข่าวถึงเรื่องที่ทีมงานของ LIGO ได้ออกมายืนยัน การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากการชนกันของหลุมดำ 2 หลุม ขนาด 29 และ 39 เท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาปลดปล่อยพลังงานในรูปของคลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจพบได้โดยเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงที่กรุงวอชิงตันดีและรัฐลุยเซียนาในคราวเดียวกัน และนอกจากการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงนี้แล้ว ยังมีการยืนยันของมีอยู่ของหลุมดำ ซึ่งที่ผ่านมา หลุมดำถือเป็นสิ่งสันนิษฐานในแง่ของดาราศาสตร์ และสามารถอธิบายได้ว่าทฤษฎีสัมพันธภาพของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่เคยทำนายไว้เมื่อ 100 ปีก่อนนั้น เป็นความจริงทุกประการ

    ทั้งนี้ ไอน์สไตน์ ได้เคยอธิบายเอาไว้ว่า แรงโน้มถ่วงนั้นเกิดจากการบิดงอของอวกาศ คล้ายกับการที่เรายืนอยู่บนเตียงนอน ทำให้พื้นที่เตียงรอบๆ ตัวเรานั้นเกิดการยุบตัว หรือการที่เราโยนหินลงไปไปในน้ำ ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นลักษณะของคลื่น ซึ่งผลพลอยได้จากการบิดงอของอวกาศ คือ แรงโน้มถ่วงจะสามารถทำให้ระยะเวลาและระยะทางที่แสงเดินทางนั้นบิดเบือนได้ ซึ่งปรากฏการณ์การบิดงอของอวกาศนั้น สามารถค้นพบได้ในบริเวณที่มีแรงโน้มถ่วงสูง อย่างเช่น รอบหลุมดำนั้นเอง

    ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า การค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง ถูกค้นพบโดยเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงขนาดใหญ่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า LIGO ที่สถานีตรวจวัดบริเวณ แฮนด์ฟอร์ด รัฐวอชิงตัน และที่ลิฟวิงตัน รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา และเป็นที่น่าประหลาดใจมากที่สถานีตรวจวัดทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ห่างกันมากว่า 1,000 กิโลเมตร แต่สามารถวัดค่าคลื่นความโน้มถ่วงได้เหมือนกัน โดยมีค้นพบตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2558 เพียงแต่ขณะนั้น ที่ยังไม่ได้มีการแถลงข่าว เนื่องจากต้องนำไปเข้าผ่านกระบวนคำนวณทางฟิสิกส์ให้เป็นที่แน่ชัดเสียก่อน ซึ่งก็เป็นตามทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่ทำนายถึงเรื่องการบิดงอของอวกาศและเวลาทุกประการ

    ส่วน คลื่นดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือมวลมนุษยชาติหรือไม่ ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า คลื่นความโน้มถ่วง ดังกล่าวมีอายุมากกว่า 1,300 ล้านปี เดินทางเท่ากับความเร็วแสง ฉะนั้นคลื่นความโน้มถ่วงที่จับได้ คือ คลื่นจากอดีตกาลเมื่อ 1,300 ล้านปีที่แล้ว โดยเกิดจากการชนกันของ 2 หลุมดำขนาด 29 และ 36 เท่าของดวงอาทิตย์รวมกัน อีกทั้งขนาดของคลื่นนั้น เล็กเท่ากับอะตอม จึงแทบจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ เลยต่อโลกใบนี้

    เพียงแต่การค้นพบในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการค้นพบที่สำคัญของวงการดาราศาสตร์โลก คือ 1.ค้นพบว่า คลื่นความโน้มถ่วงที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ได้ทำนายไว้เมื่อ 100 ปีก่อนตามทฤษฎีสัมพันธภาพนั้นเป็นความจริง และ 2.ค้นพบว่า หลุมดำ นั้นมีอยู่จริง ซึ่งแต่ก่อนจากสารคดีหรือสื่อมากมายที่พูดถึงเรื่องหลุมดำ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสมมติฐาน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของคลื่นความโน้มถ่วงคือ ไม่สามารถบอกทิศทางได้ว่าคลื่นที่ว่านั้นมาจากทิศทางไหน

    สำหรับการค้นพบในครั้งนี้ จะสามารถนำไปสู่การก้าวกระโดดเรื่องการค้นพบอื่นๆ ตามมา เช่น การศึกษาจักรวาลวิทยาตามแนวคิดบิ๊กแบง หรือการกำเนิดเอกภพ รวมถึงในอนาคต หากมีการพัฒนาเครื่องมือให้มีความทันสมัยและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ก็สามารถนำไปสู่เรื่องการไขข้อกระจ่างของทฤษฎีต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกนี้ ที่ยังคงรอการพิสูจน์อีกมากมาย

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กำลังจะมีการสร้างเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงอีกจำนวนมาก ในประเทศญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมันและอินเดีย ให้เป็นเครือข่ายคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งหากมีเครื่องวัดหลายตำแหน่ง ก็จะช่วยให้เราสามารถจำกัดขอบเขตและศึกษาเรื่องของดาราศาสตร์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

    วันที่โพสข่าว : 12 กพ. 2559 เวลา 12:50 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.