วันพฤหัสบดีที่  28 กรกฎาคม 2559 เวลา 02:11 น.
  • 06:53 น. Listen

    เคาะแก้รธน.ชั่วคราว57ปลดล็อคปมนับเสียงประชามติ

    เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2559 เวลา 18.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติว่าที่ประชุมเห็นว่า เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติมีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้อยคำในมาตรา37และ37/1ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว2557นั้นแย้งกัน โดยมาตรา37บัญญัติว่าในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติต้องมีการลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แสดงว่าจะต้องโหวต ยกตัวอย่างถ้าผู้มีสิทธิมีจำนวน50ล้านคนอยู่บ้าน30ล้านคน ออกมาเพียง20ล้านคน ลงมติแล้วยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะนำ20ล้านคนไปเทียบว่าเห็นชอบทั้งหมด แล้วเสียงไม่เห็นชอบ30ล้านคนมีจำนวนมากกว่า จะสรุปอย่างนั้นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการทักท้วงจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นดังกล่าว และอาจถือโอกาสแก้ไขในประเด็นอื่นไปด้วย ในกรณีที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงกัน ซึ่งจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน1-2วันนี้และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่าง และเสนอที่ประชุมครม. และครม.เห็นชอบ คาดว่าจะใช้เวลาแก้ไขไม่เกิน1เดือน และหากมีประเด็นแถมอะไรจะจะเสนอไปในคราวเดียวกันด้วย
     
    นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.เสนอของบประมาณค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด4,200ล้านบาท แต่ที่ประชุมเห็นว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่เหมาะสม ซึ่งใช้มากกว่าปี2550ที่ใช้3,000ล้านบาท จึงขอให้ไปพิจารณาจะสามารถปรับลดส่วนใดบ้างโดยให้ไปดูเรื่องการจัดพิมพ์เอกสารว่าจะสามารถใช้ช่องทางอื่น เช่น ต่างประเทศใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์ หากจะต้องพิมพ์แจกจะต้องพิมพ์ประมาณ20ล้านเล่ม มากกว่าจำนวนครัวเรือนทั้งหมด18.6ล้านครัวเรือนที่มีสิทธิ์ออกเสียง ซึ่งยังเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสม ซึ่งทางสำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นว่าจะสามารถปรับลดลงให้เหลือ3,000ล้านบาท ได้หรือไม่ ซึ่งตนก็ยังเห็นว่าเงิน3,000ล้านบาทก็ยังมากไป
     
    นายวิษณุ กล่าวว่านอกจากนั้นที่ประชุมมอบให้กกต.กลับไปยกร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงประชามติ กลับมาให้รัฐบาลจะช่วยดูให้ว่าจะใช้มาตรา44จะออกเป็นพระราชกำหนด หรือพระราชบัญญัติ หากต้องการออกเป็นกฎหมาย สำหรับกการรณรงค์ร่างประชามติของกลุ่มต่างๆ นั้นจะมีมาตรฐานเดียวกันกับการลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ไม่ได้ห้ามแสดงความเห็น แต่ห้ามบิดเบือน ฉ้อฉล กล่าวเท็จ ชี้นำไปทางใดทางหนึ่ง จะรณรงค์ไม่เห็นด้วยได้แต่ต้องอยู่ในความสงบ แต่ต่อต้านอาจจะไม่ได้ ส่วนการเริ่มรณรงค์สามารถกระทำได้ตั้งแต่วันที่ร่างสุดท้ายแล้วเสร็จคือวันที่ 29 มี.ค.2559 เป็นต้นไป ซึ่งในประเด็นนี้ทางกกต.ต้องเป็นเจ้าภาพไปจัดให้มีเวทีให้มีตัวแทน ชมรม องค์กร พรรคการเมือง ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะมีตัวแทนกรธ.มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นเวทีที่จะตอบคำถามสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เวทีให้มาโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายการเมือง โดยยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนเนื่องจากต้องรอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะเปิดเวทีได้ สำหรับกำหนดวันลงประชามติในเบื้องต้นเห็นชอบตามที่กกต.เสนอคือวันที่ 31 ก.ค.2559 หรืออาจจะบวกลบเร็วหรือช้า 7 วัน และเห็นชอบให้ขยายเวลาปิดหีบบัตรลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00น.-16.00น. ขณะที่รูปแบบบัตรเลือกตั้งนั้นจะมีช่องลงคะแนนจำนวน 3 ช่อง คือ รับร่าง ไม่รับร่าง และช่องไม่ประสงค์ที่จะลงคะแนน

    วันที่โพสข่าว : 11 กพ. 2559 เวลา 06:53 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.