วันเสาร์ที่  30 กรกฎาคม 2559 เวลา 16:12 น.
  • 11:59 น. Listen

    DSIยก กม.ให้อำนาจเข้าบุกโรงเกลือยึดสินค้าละเมิด ไม่ต้องประสานทหาร   

      
      
    ทีมโฆษกดีเอสไอยกกฎหมายให้อำนาจเข้าปฏิบัติการโดยไม่ต้องประสานสนธิกำลังทหาร ระบุพื้นที่โรงเกลือถูกปล่อยปะจนเป็นปัญหาระดับประเทศ พร้อมขยายผลจับยึดทรัพย์แกนนำตามกฎหมายฟอกเงิน
      
    กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 4 ก.พ.59 ทีมโฆษกดีเอสไอ ชี้แจงกรณีผู้ไม่หวังดีนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เผยแพร่บนเฟสบุ๊คบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์บริเวณตลาดโรงเกลือ และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต เนื่องจากไม่ประสานหน่วยงานพื้นที่ก่อนนั้น ว่า เรื่องนี้ดีเอสไอได้รับการร้องขอจากสถานเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย มาตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2558 โดยขอให้ปราบปรามจับกุมผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทน้ำหอมซึ่งมีจำนวนมากบริเวณตลาดโรงเกลือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้อนุมัติให้ทำการสืบสวน เป็นสำนวนสืบสวนที่ 141/2558 โดยผู้สืบสวนได้ ทำการสืบสวนเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยมีตัวแทนผู้เสียหายสนับสนุนข้อมูล จนพบว่ามีมูลความผิด มีของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก ทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และเป็นเรื่องที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเป็นแหล่งจำหน่ายของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแหล่งใหญ่ และน่าจะเป็นเครือข่าย อันอยู่ในอำนาจที่ดีเอสไอ จะดำเนินการตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีจึงมีคำสั่งให้สอบสวนเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ตามคดีพิเศษที่ 7/2559 เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
      
    ก่อนเกิดเหตุ วันที่ 2 ก.พ.59 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำนวน 3 จุด ซึ่งศาลได้ตรวจพยานหลักฐานและอนุมัติหมายค้นให้ตามขอ โดยขอเข้าตรวจค้นในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 10.00 น เจ้าหน้าที่สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักปฏิบัติการพิเศษ ประมาณ 50 คน .และตัวแทนผู้เสียหาย ได้เข้าตรวจค้นตามหมายทั้ง 3 จุด เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแสดงหมายค้นให้เจ้าของสถานที่ทราบ ซึ่งจากการตรวจค้นทั้ง 3 จุดพบของกลางเป็นน้ำหอมยี่ห้อต่างๆรวมแล้วมากกว่า 20,000 ขวด และมีการควบคุมผู้ครอบครองไว้เพื่อบันทึกจับกุม
      
    ระหว่างนั้นเริ่มมีกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชาเข้ามาล้อมส่งเสียงข่มขู่เจ้าหน้าที่และเริ่มขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทะยอยขนของกลางขึ้นใส่รถทึ่เตรียมไปด้วย กลุ่มมวลชนซึ่งมีแกนนำก็เข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีการขว้างก้อนอิฐ ก้อนหินใส่รถเจ้าหน้าที่จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ทางราชการเสียหาย นอกจากนี้กลุ่มมวลชนยังได้ลงมือชิงตัวผู้ต้องหาและของกลางที่เจ้าหน้าที่ขนขึ้นรถออกมาบางส่วน เมื่อสถานการณ์บานปลาย จึงมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมา ระงับเหตุ และได้ถอนกำลังออกมา ในเวลาประมาณ 10.30 น. พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเห็นได้ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งปัญหาของตลาดโรงเกลือที่เป็นแหล่งจำหน่ายสิ่งของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็ถูกปล่อยปละละเลยมานาน จากที่ควรจะเป็นปัญหาระดับพื้นที่กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ จนกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบอาชญากรรมพิเศษจากส่วนกลางต้องเข้าไปดำเนินการ และในฐานะเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
      
    ส่วนกรณีที่ทหารโต้แย้งว่าไม่มีการประสานงานในพื้นที่นั้น ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนฯ มาตรา 21/1 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในการขอสนธิกำลังกับหน่วยงาน กรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งเรื่องนี้หากเป็นกรณีปกติเพียงกำลังเจ้าหน้าที่ของกรม 50 นาย สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องแจ้งประสานขอสนธิกำลัง แต่มีข้อสังเกตของการเข้าปิดล้อมของมวลชนต่างชาติในครั้งนี้ที่กระทำโดยรวดเร็ว มีแกนนำ เป็นขั้นเป็นตอน จึงอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังมวลชนซึ่งอาจเป็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากขบวนการค้าสิ่งของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจเป็นความผิดอาญาเรื่องฟอกเงิน ซึ่งดีเอสไอ จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป
     

    วันที่โพสข่าว : 4 กพ. 2559 เวลา 11:59 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.