วันพฤหัสบดีที่  28 กรกฎาคม 2559 เวลา 09:51 น.
  • 21:28 น. Listen

    เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแนวที่ดินข้อพิพาทหาดราไวย์ ตั้งเป้า 7 วันเสร็จ

    เมื่อเวลา15.00น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณพื้นที่รอยต่อที่ดินซึ่งมีข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ (ชาวเล) กับบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ต.ราไวย์ อ.เมือง จ. ภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และการได้มาซึ่งที่ดินของบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด พร้อมด้วย คณะกรรมการ ประกอบด้วย นายวัชรินทร์ เจตนาวณิชย์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายสิน พลรบ กำนันตำบลราไวย์ ตัวแทนนายอำเภอเมืองภูเก็ต หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่กรณีขอพิพาทระหว่างชาวไทยใหม่กับบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด เพื่อทำการรังวัดแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่สาธารณะกับแนวเขตที่ดินของบริษัทบารอนฯ รวมทั้งพื้นที่ที่มีการตั้งโต๊ะบาลัยซึ่งเป็นที่ประกอบพิธีกรรมของชาวไทยใหม่ราไวย์ โดยมีนายสนิท แซ่ซัว นายนิรันดร์ หยังปาน ตลอดจนตัวแทนชาวไทย ร่วมทำการรังแนวเขตดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ทัพเรือภาคที่3คอยดูแลรักษาความเรียบร้อย


    โดยก่อนที่จะทำการรังวัดนายประเจียด ได้ชี้แจงเหตุผลของการลงพื้นที่ ว่า สืบเนื่องจากการประชุมเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างชาวไทยใหม่ราไวย์ กับ บริษัทบารอนฯ หลังเกิดเหตุปะทะกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บหลายราย เนื่องจากยังไม่ได้ข้อยุติ ที่ประชุมจึงได้มีมติให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และการได้มาซึ่งที่ดินของบริษัท บารอนฯ ซึ่งมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 12592 และ 2616 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบโฉนดที่ดินที่พิพาทออกมาโดยหลักฐานใด และได้ออกมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เสร็จแล้วสรุปข้อเท็จจริงรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายใน 7 วัน


    อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการรังวัดจากหลักมุดเริ่มต้นบริเวณใต้ต้นมะขาม และจากแนวเขื่อนกันคลื่นเข้ามาจนถึงแนวหลักมุดของบริษัทฯ พบว่า จะมีพื้นที่ช่องช่วงกว้างที่สุด 3.30 เมตร และ แคบสุด 1.20 เมตร นอกจากนี้ยังมีการวัดพื้นที่ในส่วนของที่ตั้งโต๊ะบาลัยด้วย เพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดทำแผนผังพื้นที่ โดยในระหว่างนั้นมีชาวบ้านบางส่วนแสดงอาการไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีความเข้าใจผิดว่าจะเป็นการรังวัดพื้นที่เพื่อสรุปพื้นที่ เพราะจากความกว้างของพื้นที่สาธารณะที่ได้นั้นชาวบ้านระบุว่าไม่เพียงพอในการใช้สำหรับสัญจรไปมา พื้นที่ในการประกอบพิธีกรรม รวมทั้งพื้นที่ในการซ่อมแซมอุปกรณ์ทำประมงและเรือ เพราะขนาดพื้นที่ดังกล่าวเล็กมาก และจะมีปัญหาในช่วงที่มีมรสุมพัดเข้ามาหาฝั่ง


    ทั้งนี้ภายหลังจากการรังวัดเสร็จในเบื้องต้น นายประเจียดได้ชี้แจงกับทางชาวไทยใหม่อีกครั้งว่า สำหรับกาสรรังวัดดังกล่าวนั้นยังไม่ได้มีการสรุปแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการที่จะมารังวัดเพื่อให้ทราบขอบเขต เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา รวมถึงพื้นที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมด้วย โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นก็จะได้เสนอต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อพิจารณาต่อไป


    ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Paskorn Jumlongrach ได้มีการโพสต์ภาพพร้อม ข้อความ ใจความว่า“ปิดล้อมชาวเลให้จำนน ขณะที่สังคมกำลังจับจ้องการประชุมชาวเลเช้านี้ (2ก.พ.59) เมื่อคืนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและอัยการกลับเรียกชาวเล 5 คน ไปเจรจาโดยมีนายทุนนั่งอยู่ด้วยในวงพยายามโน้มน้าวให้ชาวเล “ยอม”กรณีพิพาทในที่ดินโดยอ้างว่าสู้ไปก็ไม่ชนะ และที่ดีเอสไอลงไปตรวจสอบก็ไม่เห็นเพิกถอนได้เจ็บลึกจริงครับเมื่อตัวแทนอำนาจรัฐมีท่าทีแบบนี้ตั้งแต่ต้น” ว่า ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวแล้ว และขอชี้แจงว่า ตนเองไม่ได้ล๊อบบี้ชาวเลฯก่อนการประชุม แต่เป็นการพูดคุยทั้งสองฝ่ายใน เบื้องต้นว่าต้องการเสนออะไร ฝ่ายบริษัทบารอนฯต้องการเสนออะไร และชาวเลฯรับได้มั้ย และผลได้ผลเสียทั้งสองฝ่ายคืออะไร เพื่อไม่ต้องมาเถียงกันในที่ประชุม และตนคงไม่มีอำนาจไปบังคับพี่น้องชาวเลฯทั้ง 2 พันกว่าคน ถ้าทำได้คงตกลงกันไปแล้ว ไม่ต้องตีกัน เอาหลักความเป็นจริงเป็นการพูดคุยกันนอกรอบ และมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง โดยพูดถึงความเป็นไปได้ และให้เวลากลับไปคิดอีก 1 คืน ก่อนจะมีการประชุม ถ้าไม่ทำเช่นนั้นในวันประชุมจะเกิดการโต้เถียงกันไม่จบ เมื่อพูดคุยนอกรอบแล้ว พี่น้องชาวเลทราบข้อเสนอ พี่น้องชาวเลเองก็กลับไปตัดสินใจว่าจะรับไม่รับ ซึ่งทางบริษัทบารอนฯ เสนอพื้นที่ให้2งานเพื่อเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ให้ใครคนใดคนหนึ่ง เพื่อชาวเลฯได้กลับไปคิด


    “ผมเองไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไปบอกว่าผู้ว่าฯเข้าข้างนายทุนนั้น ผมน้อยใจ ผมเหนื่อยและขอความเห็นใจด้วย อีกฝ่ายบอกว่ามีเอกสารสิทธิ์ อีกฝ่ายอ้างว่าอยู่มาก่อน ผมเองก็ยืนตรงกลาง และใช้หลักกฏหมาย ถ้าตกลงกันไม่ได้แล้วเห็นว่าสิทธิ์ตัวเองดีกว่า ซึ่งทางอัยการก็ให้คำแนะนำว่า รับหรือไม่รับอย่างไร ถ้าไม่รับก็ไปดำเนินการต่อตามกฏหมาย ซึ่งปรากฏว่าผลการประชุม ชาวเลฯยังไม่รับ ผมก็ต้องหาทางออกให้ก่อนโดยทำทางเลียบหาดเป็นทางสาธารณะ และประกาศเป็นนสล. ขณะเดียวกันก็ต้องรอคำตอบว่าชาวเลฯว่าเป็นอย่างไร ว่าจะรับหรือไม่รับ หรืออาจจะดำเนินการฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็เป็นสิทธิตามกฏหมาย ส่วนคณะทำงานที่ตั้งขึ้นเพื่อทำทางสาธารณะนั้นจะเร่งลงพื้นที่สำรวจ ก่อนจะดำเนินการปรับทางสาธารณะให้พี่น้องชาวเลฯได้ใช้ประโยชน์ต่อไป” นายจำเริญกล่าว และยืนยันไม่ได้ล๊อบบี้ และขณะนี้เตรียมรวบรวมเอกสารหลักฐานดำเนินคดีผู้โพสต์ให้เกิดความเสียหาย

    วันที่โพสข่าว : 3 กพ. 2559 เวลา 21:28 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.