วันศุกร์ที่  30 กันยายน 2559 เวลา 20:43 น.
  • 20:12 น. Listen

    ชาวไทยใหม่ราไวย์ ปฎิเสธข้อเสนอเอกชนย้ายโต๊ะบาลัย

    เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ (ชาวเล) ราไวย์ กับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าได้รับสิทธิจากเจ้าของที่ดิน คือ บริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด เพื่อเข้ามาดำเนินการปิดกั้นทางเข้า-ออก ที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จนทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา 


    โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายประเจียด อักษรธรรมกุล นายโชคดี อมรวัฒน์ นายขจรเกียรติ รักพาณิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล พลตรี ธีร์ณฉัฎฐ์ จินดาเงิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต อัยการ เจ้าพนักงานที่ดิน นายชาตรี หมาดสตูล ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก บริษัทบารอน เวิล์ด เทรด จำกัด เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน นางเตือนใจ ดีเทศก์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทัพเรือภาค 3 ตัวแทนชาวไทยใหม่ราไวย์ ประกอบด้วย นายสนิท แซ่ซัว นายบัญชา หาดทรายทอง และนายศักดิ์ชัย จลุทั้งสี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ในขณะที่ชาวไทยใหม่ราไวย์ และเจ้าของที่ดินที่ชาวไทยใหม่ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ มารอผลการหารือดังกล่าวที่บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทัพเรือภาคที่ 3


    ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวนั้นไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังแต่อย่างใด โดยใช้เวลาในการหารือร่วมกันประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ หลังจากนั้นก็ได้มีการออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลของการประชุม ในขณะที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ตกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ และพื้นที่ใกล้เคียงมาคอยติดตามผลการประชุมด้วย ขณะที่ทางเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ก็ได้มาชี้แจงที่มาที่ไปของที่ดิน และเรียกร้องความเป็นธรรมกับทางจังหวัด รวมถึงสื่อมวลชนด้วย


    อย่างไรก็ตามในส่วนของผลการประชุมกรณีข้อพิพาทระหว่างบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ซึ่งมีรอยต่อระหว่างที่ตั้งชุมชนกับแนวเขตกรรมสิทธิ์ฯ ได้ข้อสรุป ใน 4 ประเด็น คือ 1.ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ และเจ้าของที่ดิน เข้าตรวจสอบแนวเขตด้านหน้าชายหาดโดยดูแนวจริงของพื้นที่ โดยหลักการแล้วให้โต๊ะบาลัยอยู่ที่เดิม และชาวไทยใหม่ยังใช้เส้นทางจากพื้นที่อยู่อาศัยไปยังจุดที่ตั้งโต๊ะบาลัยได้เนื่องจากแนวทางเดินดังกล่าวไม่ปรากฏในโฉนดที่ดินของบริษัทฯ


    2.แต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด นำโดยนายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวเส้นทางที่ติดกับหลักโฉนดที่ดินของบริษัทบารอนเวิลด์ เทรด จำกัดไปจนถึงโต๊ะบาลัย และออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล. ในพื้นที่ทั้งหมด ที่เป็นทางเดินสาธารณะ โดยประสานงานให้ออกเป็นแนวยาวทั้งหน้าหาด คือ มีความกว้างที่แคบสุดตั้งแต่ 1.20 เมตร ไปจนกว้างสุดถึง 3.10 เมตร จากแนวต้นมะขาม ไปจนถึงพื้นที่หลักเขตที่ดิน เป็นระยะทางยาวประมาณ 250 เมตร ที่เป็นพื้นที่หลังเขื่อนกั้นการพังทลายของชายฝั่ง ที่ถือเป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้ว และในส่วนของการวางแผนการพัฒนาพื้นที่ต่อไปนั้น ให้นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ทำหน้าที่ประสานงานสนับสนุนในพื้นที่ต่อไป


    3.กรณีผู้แทนบริษัทบารอนเวิลด์ เทรด จำกัดที่เสนอที่ดินจำนวน 2 งานแก่ชาวไทยใหม่ราไวย์ และให้ย้ายโต๊ะบาลัยมายังจุดที่กำหนดนั้น ชาวไทยใหม่ไม่สามารถย้ายโต๊ะบาลัยมาอยู่ที่ใหม่ได้ พร้อมกับขอให้บริษัท มอบที่จำนวน 2 งานข้างโต๊ะบาลัยเดิมแทน โดยนายชาตรี หมาดสตูล ตัวแทนบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัดจะนำข้อเสนอนี้ เสนอต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาต่อไป 4.สำหรับกรณีที่จะใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมนั้น ชาวเลสามารถใช้สิทธิ์ในกระบวนการได้โดยการฟ้องร้องทางศาลปกครอง ในขณะที่บริษัทเอกชนเจ้าของที่ดินก็สามารถใช้สิทธิ์การถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินทางกระบวนการยุติธรรมได้เช่นเดียวกัน


    ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า ในกรณีที่มีการฟ้องร้องกันในชั้นศาล ระดับต่างๆ นั้น จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่เข้าไปก้าวล่วงใดๆ โดยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการเผชิญหน้าหรือปะทะกันในระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ กับพนักงานบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ที่ว่าจ้างมารักษาความปลอดภัย หรือพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในปัจจุบัน ซึ่งจะไม่ยอมให้มีปัญหา ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก โดยในส่วนของบริษัทบารอนฯ หากจะพัฒนาที่ดินของตนเองก็สามารถดำเนินการได้ ในส่วนที่ไม่มีปัญหา ขณะเดียวกันทางด้านชาวไทยใหม่ก็สามารถเดินทางไปประกอบพิธีกรรมได้ตามปกติตามสิทธิที่แต่ละฝ่ายพึงมี


    ด้านนายชาตรี หมาดสตูล ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด กล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอของบริษัทฯ ซึ่งทางตัวแทนชาวไทยใหม่ไม่ยอมรับนั้น ซึ่งก็จะนำไปหารือกับทางผู้บริหารอีกครั้งหนึ่งถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในทางเดิน และในการดำเนินการต่างๆ นั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า เอกสารสิทธิที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่นายบัญชา หาดทรายทอง ตัวแทนชาวไทยใหม่หาดราไวย์ที่เข้าร่วมประชุม กล่าวถึงผลสรุปในการประชุม และข้อเสนอที่ทางบริษัทเอกชนเสนอจะกันพื้นที่ จำนวน 2 งาน และย้ายโต๊ะบาลัย มาอยู่ในบริเวณเดียวกัน ว่า ชาวบ้านไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากโต๊ะบาลัย ถือเป็นสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมไม่สามารถที่จะย้ายได้ ชาวบ้านยังจำเป็นที่จะต้องใช้โต๊ะบาลัยในบริเวณเดิม


    ส่วนกรณีที่ทางจังหวัดเสนอทางออกให้ใช้พื้นที่สาธารณะซึ่งอยู่ถัดจากที่ดินที่มีเอกสารสิทธิเป็นทางเดินนั้น จุดนี้ก็เช่นกันไม่สามารถที่จะรับได้เพราะในช่วงมรสุมชาวบ้านไม่สามารถที่จะใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรได้ เนื่องจากน้ำทะเลขึ้นสูง การจอดเรือก็ไม่สามารถจอดได้ต้องย้ายเรือมาจอดบนฝั่ง ซึ่งข้อเสนอจากทั้งทางจังหวัด และเจ้าของที่พิพาทในส่วนของชาวไทยใหม่ไม่สามารถรับได้ แต่ก็ต้องรับสภาพ โดยจะต้องรอดูข้อสรุปร่วมกับคณะทำงานชุดจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งการดำเนินการ ในส่วนของชาวบ้านหลังจากนี้ก็จะทำเรื่องไปยังศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองเป็นการชั่วคราวกรณีให้ชาวบ้านใช้ทางสัญจรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และที่สำคัญก็จะต้องมาต่อสู้กันทางกฎหมายในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิที่ดินว่ามีการออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่


    ทางด้านพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า มาร่วมประชุม รับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหากับทางจังหวัดภูเก็ต ในวันนี้ ไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพราะนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เลือกแก้ไขปัญหา โดยทางด้านการปกครอง และทางดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ของตนเองจบสิ้นแล้ว และขอให้จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่อไป


    อย่างไรก็ตามในวันนี้ทางกลุ่มเจ้าของที่ดินซึ่งมีกรรมสิทธิ์ และทางชาวไทยใหม่ได้เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน คือ นายวีระชัย ตันติวัฒนวัลลภ ตัวแทนเจ้าของที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 8324 ซึ่งมีชาวไทยใหม่เข้าไปอาศัยอยู่เต็มพื้นที่ 5 ไร่ กล่าวว่า กรณีปัญหาที่ดินระหว่างชาวไทยใหม่กับเจ้าของที่ดินซึ่งมีกรรมสิทธิ์ฯ เกิดขึ้นมานานแล้ว ปัจจุบันชาวไทยใหม่อาศัยอยู่ในที่ดินที่มีโฉนดประมาณ 19 ไร่ โดยเป็นที่ดินที่มีเจ้าของทั้งสิ้น และมีแปลงใหญ่อยู่ประมาณ 4 ราย ส่วนของตนและครอบครอบมีที่ดินซึ่งชาวไทยใหม่เข้าไปอยู่ประมาณ 5 ไร่ เดิมที่ดินดังกล่าวอยู่ในการครอบครองของนายพันล้อม วงศ์จันทร์ ก่อนที่จะขอออก ส.ค.1 ในปี 2498 และมาออกเป็นโฉนดในสมัยนายทัน มุกดี ซึ่งเป็นลูก และที่ดินดังกล่าวตกทอดต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งในสมัยนายทัน มุกดี ครอบครองนั้นได้มีชาวไทยใหม่เริ่มเข้ามาอาศัย ซึ่งขณะนั้นมีจำนวนไม่มากนักก็ให้อาศัยมาเรื่อย โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นทั้งที่อยู่อาศัยของครอบครัว และปลูกต้นมะพร้าว แต่ในช่วงต่อมาได้มีจำนวนชาวไทยใหม่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ให้ทำสัญญาเช่า ช่วงแรกก็มีประมาณ 20 ราย โดยคนที่อาศัยอยู่ในที่ดินก็รับจ้างขึ้นมะพร้าวให้แก่เจ้าของที่ เมื่อชาวไทยใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และขยายพื้นที่ออกไปจำนวนมาก ได้มีการโค่นต้นมะพร้าวที่เจ้าของที่ปลูกไว้ รวมทั้งพยายามที่จะยึดพื้นที่และข่มขู่ไม่ให้เจ้าของเข้าในพื้นที่


    “กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะดีเอสไอ และสื่อมวลชนได้มาสอบถามทางเจ้าของที่ดินด้วย เพราะการที่จะมาบอกว่าชาวเลอาศัยมาเป็นร้อยปี แต่ไม่เคยมาถามว่าเจ้าของที่ดินว่าอยู่กันมาอย่างไร คนราไวย์ อยู่กันมาอย่างไร มีการครอบครองกันมาอย่างไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งเจ้าของที่ดินมีหลักฐานทุกอย่าง จึงอยากขอความเป็นธรรมต่อเจ้าของที่ดินด้วย เพราะเราได้ตกเป็นจำเลยของสังคม” นายวีระชัยกล่าว


    นายวีระชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการครอบครองที่ดินนั้นมีหลักฐานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแปลงของครอบครัวตนนั้นไม่เคยขายที่ดินต่อให้ใคร ซึ่งในส่วนเจ้าของที่ดินหลายๆ รายได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางที่จะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาที่ดินที่มีปัญหาให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ชาวไทยใหม่ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีอาชีพ และมีรายได้ ซึ่งได้มีการพูดคุยกับทางจังหวัดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วโดยยินดีที่จะขายที่ดินที่ชาวไทยใหม่อาศัยอยู่ในปัจจุบันให้แก่ทางราชการเพื่อนำไปจัดสรร และพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวไทยใหม่ และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวอาจจะสร้างเป็นศูนย์วัฒนธรรมชาวไทยใหม่ก็ได้ ในส่วนของตนนั้นซึ่งมี 5 ไร่ ให้ทางราชการกำหนดราคาลงมาได้เลย พร้อมที่จะร่วมกับทางจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

    วันที่โพสข่าว : 2 กพ. 2559 เวลา 20:12 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!