วันพุธที่  29 มิถุนายน 2559 เวลา 01:35 น.
  • 22:34 น. Listen

    รัฐบาลชื่นชมเกษตรกรปรับตัวปลูกพืชฤดูแล้ง   


      

      
    พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมพี่น้องเกษตรกรที่มีความเข้าใจสถานการณ์น้ำของประเทศ และให้ความร่วมมือกับนโยบายการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชในหน้าแล้งจากข้าวนาปรัง ไปสู่พืชใช้น้ำน้อย และการเลี้ยงปศุสัตว์แทน ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่การเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่าพี่น้องเกษตรกรให้ความร่วมมือต่อนโยบายของรัฐบาล มากขึ้นกว่าในอดีต เกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่นพืชตระกูลถั่ว บางส่วนเลือกการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สัตว์ปีก หรือเลี้ยงปลาในกระชัง รวมทั้งการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล หลายโครงการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในระดับฐานรากแบบประชารัฐ และชดเชยการสูญเสียรายได้ เช่น การจ้างงานขุดลอกคลองชลประทานในชุมชน ซึ่งมีการจ้างงานกว่า 40,000 ราย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ ทำให้พื้นที่การปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั่วประทศข้อมูล ณ เดือนมกราคมประมาณ 4 ล้านไร่ จาก 8 ล้านไร่ ในปี 57-58 และจาก 15 ล้านไร่ ในปี 56/57


    หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกลุ่มเจ้าพระยา ก็จะพบว่าพื้นที่ปลูกข้าวลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่นกัน โดยข้อมูล ณ เดือนมกราคม 2559 มี 2.91 ล้านไร่ ลดลงจาก 4.84 ล้านไร่ในปี 57-58 และ 7.99 ล้านไร่ในปี 56-57 อย่างไรก็ตาม มีพี่น้องเกษตรกรบางรายที่ยินดีจะรับความเสี่ยงและยังคงยืนยันจะปลูกข้าวนาปรังต่อไป ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้เข้าใจดีว่าหากเกิดความเสียหายจะไม่ได้รับเงินชดเชย เพราะมิใช่ความเสียหายจากภัยพิบัติ และเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลแล้วว่าบางพื้นที่ไม่สามารถให้การสนับสนุนน้ำได้จริง ๆ เพราะเป็นพื้นที่สูงไม่คุ้มต่อการผันน้ำ หรือเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน อีกทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อน้ำกินน้ำใช้ "


    พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากกรมชลประทานพบว่า ในปี 54-55 มีน้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศ 18,000 ล้านลบม. แต่มีการปล่อยระบายออกถึง 14,000 ล้านลบม. ด้วยความกังวลของรัฐบาลในสมัยนั้นว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำซ้อน โดยมิได้คิดเผื่อว่าหากเกิดฝนตกน้อยจะเป็นอย่างไร ยิ่งเมื่อมีโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดออกมา ทำให้มีพื้นที่การปลูกข้าวนาปรังซึ่งเป็นพืชใช้น้ำมากทั่วประเทศเพิ่มอย่างมาก เป็น 15 ล้านไร่ ทำให้น้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องณ เวลาที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ในปี 57-58 มีน้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือเพียง 6,777 ล้านลบม. ประกอบกับภาวะอากาศที่แห้งแล้งฝนทิ้งช่วงทำให้ต้นทุนน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง


    “ในปี 58-59 เรามีน้ำต้นทุน 4,247 ล้านลบม.ซึ่งแม้ไม่มากแต่รัฐบาลเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานทุกหน่วยและกองทัพ เพื่อดูแลให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ว และคาดการณ์ว่า ด้วยแผนการบริหารจัดการน้ำที่วางไว้ เราจะมีน้ำใช้การได้ ณ วันที่ 1 พฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูแล้ง 1,590 ล้านลบม.รวมทั้งรัฐบาลจะเดินหน้าแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในรูปแบบประชารัฐ ร่วมมือกันทั้งประชาชนและรัฐบาล ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 12 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อมิให้ประเทศไทยเกิดความขาดแคลนน้ำ หรือต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตน้ำกินน้ำใช้อีกในอนาคตเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรไทยทุกคนบนแผ่นดินไทย”โฆษกรัฐบาล กล่าว

               
               

    วันที่โพสข่าว : 30 มค. 2559 เวลา 22:34 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.