วันอังคารที่  31 พฤษภาคม 2559 เวลา 05:10 น.
  • 15:03 น. Listen

    "สมคิด"นำคณะ6รมต.กระทรวงศก.เจรจาการค้าอิหร่าน-โอมาน 31 ม.ค.นี้       

         
         
      
       

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายดอน ปรมัติถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางเยือนรัฐสุลต่านโอมาน อย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2559 จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระหว่าง 2-5 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลด้วยเช่นกัน 
     
         
    แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การเยือนโอมานและอิหร่านครั้งนี้ มุ่งการดำเนินนโยบายการต่างประเทศ ในมิติด้านเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะฐานการการค้าการลงทุนกำลังเคลื่อนตัวไปยังประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะฐานการการค้าการลงทุนกำลังเคลื่อนตัวไปยังประเทศเหล่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มประเทศเอเชียใหม่ “Emerging Asia” อีกทั้งการประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเป็นทางการส่งผลให้อิหร่านสามารถดำเนินการด้านการค้าได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้อิหร่านเป็นตลาดศักยภาพใหม่ของไทยตามยุทธศาสตร์ Broadening ASEAN อย่างไรก็ตาม การเยือนครั้งนี้ เน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแบบเติมเต็มซึ่งกันและกัน ในประเด็นที่อีกฝ่ายมีศักยภาพมากกว่า นั่นหมายถึง ประเทศเหล่านี้สามารถช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับไทย 


    ขณะเดียวกันไทยสามารถช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบอุตสาหกรรมของอิหร่านและโอมาน โดยเฉพาะข้าว และยางพารา ที่จะเป็นโอกาสในการสร้างตลาดใหม่ให้กับการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรของไทย จากเดิมอิหร่านเป็นตลาดที่สำคัญในการนำเข้าข้าวจากไทย โดยในเบื้องต้นไทยหวังที่จะเจรจาความร่วมมือส่งออกข้าวประมาณ 3 แสนตัน ไปยังอิหร่าน นอกจากนี้ ไทยยังสามารถเป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์ (Medical Hub) ให้กับประเทศเหล่านี้ได้อีกด้วย 
      
       
    ทั้งนี้ประเทศไทยเตรียมที่จะลงนามเอกสารความตกลง 5 ฉบับ มีดังนี้  1.วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม อำนวยความสะดวก และพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ โดยให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของแต่ละประเทศ 2. ภาคีคู่สัญญาจะอำนวยความสะดวกทางการค้าในเรื่องต่าง ๆ ให้แก่กัน อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจัดตั้งสำนักงานการค้าหรือศูนย์เพื่อการค้าความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าและการแลกเปลี่ยนผู้แทนการค้า


    3. ภาคีคู่สัญญาตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ เพื่อติดตามและทบทวนการปฏิบัติตามความตกลงฯ และวิเคราะห์โอกาสและแนวทางในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน 4.ร่างความตกลงฯ จะไม่จำกัดสิทธิของภาคีคู่สัญญาในการกำหนดมาตรการสั่งห้ามหรือตั้งข้อจำกัดใด ๆ เพื่อการปกป้องศีลธรรมอันดีของประชาชน การปกป้องชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ หรือพืช การปกป้องสาธารณะสมบัติของชาติ หรือการป้องกันโรคและศัตรูพืชหรือสัตว์ 5.การระงับข้อพิพาทจะกระทำผ่านการปรึกษาหารือและการเจรจากันระหว่างภาคีคู่สัญญา 
        
      
     
     

    วันที่โพสข่าว : 30 มค. 2559 เวลา 15:03 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.