วันอาทิตย์ที่  29 พฤษภาคม 2559 เวลา 01:05 น.
  • 16:44 น. Listen

    ลงพื้นที่ติดตามรับซื้อยาง 17 จุดที่บุรีรัมย์ยังเงียบเหงา

    คณะกรรมการโครงการส่งเสริมการใช้งานในหน่วยงานภาครัฐระดับ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อยางในโครงการฯของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ 6 ใน 17 จุด พบเกษตรกรนำยางมาขายน้อย เหตุยุ่งยาก ได้เงินช้า ทั้งราคาไม่แตกต่างจากตลาดมากนัก ทั้งพบส่วนใหญ่นำยางคุณภาพมาขาย ทำให้ไม่ได้ราคาตามโครงการ
    (27 ม.ค.59) คณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อยางพาราในโครงการฯของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำจำนวน 6 จุด คือ ตลาดกลางยางพาราจังหวัดบุรีรัมย์ , สหกรณ์การเกษตรคูเมือง ,สหกรณ์การเกษตรสตึก , สหกรณ์นิคมแคนดง ,สหกรณ์กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแคนดงและสหกรณ์กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางโนนสุวรรณ จากที่มีกำหนดเปิดรับซื้อจำนวน 17 จุดกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆในจังหวัด พบว่าขณะนี้มีเกษตรกรนำยางพาราแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วยมาขายในโครงการฯ ค่อนข้างน้อย ไม่คึกคักเท่าที่ควร
    จากการสอบถามทราบว่าสาเหตุเนื่องมาจากส่วนใหญ่ได้ปิดหน้ายางแล้ว ทั้งบางส่วนได้นำยางไปขายยังจุดรับซื้อของเอกชน เพราะราคารับซื้อในโครงการที่กำหนดไว้กิโลกรีละ 45 บาท ก็ไม่ได้แตกต่างจากราคาท้องตลาดที่รับซื้อกิโลกรัมละ 39 บาท อีกทั้งยังได้รับเงินล่าช้าต้องรอถึง 2 วันหลังจากขายแล้วจึงจะได้รับเงิน แต่ขายให้เอกชนจะได้รับเงินสดทันที ทำให้เกษตรกรเลือกที่จะขายยางกับจุดรับซื้อเอกชนที่อยู่ใกล้บ้านมากกว่า ทั้งนี้ยังพบปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่ที่นำยางมาขาย จะเป็นยางคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในโครงการฯ
    ทำให้ไม่ได้ราคากิโลกรัมละ 45 บาทตามโครงการฯ แต่จะได้ราคาตามคุณภาพของยาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ชี้แจงให้เกษตรกรทราบแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง
       นายอาคม พิญญศักดิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด  กล่าวว่า โครงการรับซื้อยางพาราตามโครงการฯ ดังกล่าว สามารถยกระดับราคายางให้เพิ่มขึ้นได้ โดยจากการสำรวจพบว่าก่อนหน้านี้ราคายางตามท้องตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 36 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 39 บาท ส่วนปัญหาที่พบทั้งเรื่องคุณภาพยางต่ำ รวมถึงข้อเรียกร้องของเกษตรกร ทั้งการขอให้เพิ่มปริมาณรับซื้อยางจากรายละ 150 กิโลกรัม เป็นรายละ 1 – 2 ตัน และอยากได้รับเงินทันทีหลังจากขายเสร็จไม่ต้องรอถึง 2 วัน โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ก็จะได้นำเสนอต่อทางกระทรวงฯ และรัฐบาลเพื่อรับทราบและหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

    วันที่โพสข่าว : 27 มค. 2559 เวลา 16:44 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.