วันพุธที่  7 ธันวาคม 2559 เวลา 04:47 น.
  • 16:39 น. Listen

    สธ.ห่วงไข้เลือดออกปี2559ระบาดต่อเนื่อง

    นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ว่า สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ได้เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่1-11มกราคม2559พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศ583คน ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นในกลุ่มอายุ15-24ปีร้อยละ31.39แสดงให้เห็นว่ามีการระบาดในกลุ่มนักเรียนไปจนถึงวัยทำงาน จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยต่อแสนประชากรสูง5อันดับแรก ได้แก่ นครปฐม ภูเก็ต พิจิตร ศรีสะเกษ และสงขลา 

    ซึ่งช่วงนี้เป็นฤดูหนาวไม่ใช่ฤดูการระบาดของโรค แต่จากการวิเคราะห์และพยากรณ์โรคไข้เลือดออก ของกรมควบคุมโรคคาดว่า ปี2559จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกประมาณ166,000คนสูงกว่าปี2558ที่ตลอดปีพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก142,925คน เสียชีวิต141รายโดยจะพบผู้ป่วยเฉลี่ย5,000-7,500คนต่อเดือน และจะพบสูงขึ้นในฤดูฝนช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม อาจมากกว่า 25,000 รายต่อเดือน ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน วัด เอกชน รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการร่วมมือป้องกัน ควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ทั้งการกำจัดลูกน้ำยุงลายกำจัดยุงตัวแก่การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยเฉพาะในอำเภอที่คาดว่าจะเสี่ยงต่อการระบาดสูงที่มีมากถึง228อำเภอ ใน56จังหวัด กระจายอยู่ทุกภาค โดยเฉพาะแหล่งชุมชน ที่มีปัญหาสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ทั้งการกำจัดขยะ แหล่งเพาะพันธุ์ยุง และช่วงนี้เป็นเวลาสำคัญ โอกาสทองในการกำจัดลูกน้ำยุงลายให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อลดการเกิดโรคในฤดูฝนของปีนี้

    ด้าน นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่ากรมควบคุมโรค ได้กำหนดให้โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เร่งรัดรณรงค์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด เนื่องจากโรคนี้มียุงลายเป็นพาหนะนำโรค การลดจำนวนตัวยุงลาย จึงเป็นมาตรการที่สำคัญในการควบคุมป้องกันโรคโดยแนะนำให้ประชาชนใช้มาตรการ3เก็บได้แก่1.เก็บบ้านให้สะอาดเรียบร้อยปลอดโปร่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง2.เก็บขยะ เศษภาชนะ รอบๆ บ้าน ทั้งใบไม้ กล่องโฟม จานรองกระถางต้นไม้ ต้องเก็บกวาด ฝัง เผา หรือทำลาย และ3.เก็บน้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ดำเนินการไปพร้อมๆการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งและการป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ทั้งการทายากันยุง กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือวิธีป้องกันยุงโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

    ทั้งนี้ โรคไข้เลือดออกที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากไวรัสเดงกี่ ซึ่งมี4สายพันธุ์ คือ เดงกี่1,เดงกี่2,เดงกี่3และ เดงกี่4อาการหรือสัญญาณอันตรายของไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงลอยเกิน2วัน ไข้จะสูงเกิน38.5องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะเบื่ออาหาร อาเจียน เมื่อกินยาลดไข้แล้วไข้มักจะไม่ลดลง หรืออาจลดลงชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก หลังจากนั้นจะมีอาการเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น มีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังที่แขนขา ข้อพับ ผิวหนัง เลือดออกในอวัยวะภายในโดยอาเจียนเป็นเลือด หรือ ถ่ายเป็นเลือด เป็นต้น ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาทันทีโรคนี้ไม่มียารักษาเฉพาะ การรักษาแบบประคับประครอง การเฝ้าสังเกตอาการจึงมีความสำคัญ

     โดยเฉพาะในช่วงไข้ลด และขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเสี่ยง เช่น คนอ้วน ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงมีประจำเดือน ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก เตือนประชาชน หากมีไข้สูง อย่าซื้อยากินเอง เพราะยาบางชนิด แม้มีฤทธิ์ในการลดไข้ได้ดี แต่ตัวยาเองมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกได้ง่าย ยาลดไข้ที่ใช้ คือ ยาพาราเซตามอลเท่านั้น ต้องรีบไปพบแพทย์ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค1422ตลอด24ชั่วโมง
     

    วันที่โพสข่าว : 19 มค. 2559 เวลา 16:39 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.