วันอาทิตย์ที่  11 ธันวาคม 2559 เวลา 13:03 น.
  • 15:33 น. Listen

    ดีเอสไอขอ 1 เดือนสรุปผลตรวจสอบเบนซ์สมเด็จฯช่วง

    เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2559 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เดินทางไปยังวัดปากน้ำภาษีเจริญตามการเชิญของวัด เพื่อตรวจสอบรถยนต์หรูจดประกอบที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เป็นผู้ครอบครอง และอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบจากดีเอสไอ โดยรถคันดังกล่าวมีการระบุว่าเป็นรถสะสม เก็บรักษาไว้อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในวัด พร้อมกับรถเบนซ์โบราณอีก 2 คัน ทั้งนี้มีนายดำเกิง จินดาหรา ไวยาวัจกรวัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นผู้นำคณะพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชนเยี่ยมชมของสะสมภายในพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นของโบราณมีค่าหลายรายการ เช่น ตู้พระธรรม กลองโบราณ เรือโบราณ เครื่องเบญจรงค์ รถม้า รถสามล้อถีบ และรถเบนซ์โบราณ 3 คัน
     
    นายดำเกิง ระบุว่าวัดมีเจตนาจะสะสมวัตถุโบราณเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาศึกษาเยี่ยมชมและได้เห็นรถเก่าแก่ ซึ่งรถที่กำลังอยู่ระหว่างถูกตรวจสอบเป็นรถยนต์เก่า ไม่ใช่รถหรูตามที่ถูกวิจารณ์ ยืนยันว่าสมเด็จฯได้มาจากการถวาย ไม่ได้ใช้เงินซื้อ และเป็นรถจดประกอบ มีเอกสารยืนยันคือสมุดจดทะเบียนใช้รถยนต์กับกรมการขนส่งทางบกซึ่งได้มอบให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบ สำหรับวัดคงรู้สึกอะไรไม่ได้ เพราะเป็นวัดต้องนิ่ง ประเด็นที่สำคัญขณะนี้คือถูกหรือผิด ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ข้อเท็จจริง เมื่อผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ ส่วนรายละเอียดของผู้ที่ถวายรถรวมถึงขั้นตอนการนำเข้า ไม่ขอเปิดเผย แต่บอกได้เพียงว่ารถคันดังกล่าวนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2554 เพราะจะมีการเปิดฉลองเจดีย์ในปี 2555 ทางวัดจึงรวบรวมของโบราณมาแสดง รวมถึงรถยนต์คันดังกล่าวด้วย

    พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีเพราะทั้งสองฝ่ายต้องการให้มีการพิสูจน์ในขั้นตอนของกฎหมาย โดยเอกสารที่วัดมอบให้วันนี้ เป็นคู่มือจดทะเบียน เพื่อแสดงถึงที่มาของรถ เลขเครื่องยนต์ เลขตัวถัง และผู้ครอบครอง สำหรับดีเอสไอ จะตรวจสอบไปยังขั้นตอนการนำเข้าตั้งแต่กรมศุลกากร กรมสรรพาสามิต และกรมการขนส่งทางบก เบื้องต้นรถคันดังกล่าวสำแดงเป็นรถจดประกอบ ไม่ได้นำเข้าทั้งคัน แต่นำเข้ามาเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ แล้วนำมาประกอบขึ้นเป็นรถยนต์ โดยมีวิศวกรรับรองความมั่นคงแข็งแรงว่ารถที่จดประกอบ สามารถใช้งานได้
     
    ทั้งนี้รถจดประกอบจะมีสัดส่วนภาษีต่างจากรถยนต์ที่นำเข้าทั้งคัน โดยพนักงานสอบสวนมั่นใจว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบทั้งประเด็นเอกสารและตรวจสอบสภาพทางกายว่าเป็นรถจดประกอบหรือไม่ ได้ภายใน 1 เดือน หลังตรวจสอบเอกสารและชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วก็ต้องมีการเรียกสอบปากคำไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน รวมถึงผู้ที่มีชื่อครอบครองรถคนปัจจุบันด้วย

    วันที่โพสข่าว : 19 มค. 2559 เวลา 15:33 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.