วันจันทร์ที่  29 สิงหาคม 2559 เวลา 05:21 น.
  • 14:40 น. Listen

    ตำรวจบางชันเร่งล่ามือยิง 3ศพ

    จากกรณีที่นายทศพร พิทักษ์วัฒนานนท์ อายุ 34 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนางศิริลักษณ์ หรือ เจ๊หมวย แซ่ฮ้อ อายุ 46 ปี นายมูเลาะห์ หรือ บังดำ บินอุหมัด อายุ45 ปี และนายพาด ชาวกัมพูชา เพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บ ก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเสรีรักษ์ ในเวลาต่อมา ซึ่งภายหลังก่อเหตุนายทศพร พร้อมภรรยาได้ใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 4 กฆ 3418 หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2559 ที่สน.บางชัน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้านเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ว่า สาเหตุเดียวคือทะเลาะวิวาทกัน เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดติดตามตัว นายทศพร พิทักษ์วัฒนานนท์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 46/2559 ลงวันที่ 19 มกราคม 2559 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่ทางสาธารณะและมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครอง ขณะเดียวกันฝ่ายสืบสวนได้เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี ทั้งนี้ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น. 4 ได้กำชับให้เร่งรัดสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนปมสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้เกิดจากการพูดโต้เถียงกัน เป็นเรื่องของอารมณ์ มีการใช้อาวุธทำร้ายจนถึงแก่ความตาย โดยไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลทั้ง 3 ราย ต้องฝากถึงพี่น้องประชาชนในเรื่องของการใช้อารมณ์ ขอให้ใช้สติตรึกตรองให้ดี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พร้อมรับฟังเหตุผลในการก่อเหตุในครั้งนี้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ความสูญเสียความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว อยากจะย้ำเตือนประชาชนให้พึงระมัดระวังใช้ความใจเย็น การกระทบกระทั่งกันเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวให้เกิดเหตุอย่างอื่นได้ ขอให้ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา ใช้สติสัมปชัญญะพูดคุยกัน เรื่องทุกเรื่องแก้ไขได้ นอกจากนี้อยู่ระหว่างการประสานญาติให้ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ส่วนภรรยาจะถูกตั้งข้อหาด้วยหรือไม่นั้นต้องจับตัวสามีได้เสียก่อนแล้วสอบสวนขยายผลต่อไป

    พ.ต.อ.สุวิชชา กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยคดีนี้เป็นคดีอุจฉกรรจ์ ผู้ต้องหามีอาวุธปืน จากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียนแต่อยู่ในการครอบครองของผู้อื่นหรือเป็นอาจจะเป็นปืนไม่มีทะเบียนหรือไม่อย่างไร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหา ซึ่งไม่อยากให้เกิดกับการสูญเสียของเจ้าหน้าที่หากเกิดการต่อสู้ ก็ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์ โดยจะปฏิบัติตามหลักยุทธวิธี ทั้งนี้อยากฝากว่าหากตั้งสติได้แล้วให้ติดต่อมอบตัวกับตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมรับฟัง ส่วนฝ่ายหญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเจ้าหน้าที่จะสอบสวนก่อน หากพบว่ามีความผิดและมีพยานหลักฐานแน่ชัด ก็จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    วันที่โพสข่าว : 19 มค. 2559 เวลา 14:40 น.


  • Nation Mobile News

    ติดตามสถานการณ์การเมือง จาก "เนชั่นทันข่าว" ผ่าน SMS เพียงเดือนละ 49 บาท (ไม่รวม VAT7%) AIS/Truemove กด *424000111, DTAC *751111 หรือ โทร 02-338-3000 กด 3 สมัครวันนี้รับข่าวฟรี 14 วัน!!

ข่าวเด่นวันนี้

ข่าวที่มีผู้ share สูงสุด 24 ชม.

วีดีโอ ผู้ชมสูงสุดใน 24 ชม.